
พญ.จุฑาทิพย์ ณ วิทยานันท์ นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันโรคทรวงอก กล่าวว่า กลไกที่ทำให้ PM2.5 ทำอันตรายต่อหัวใจและหลอดเลือดนั้นซับซ้อนและรุนแรง คือ อณูที่เล็กละเอียดของฝุ่นจนขนจมูกไม่สามารถกรองได้ โดยความน่ากลัวของ PM2.5 เมื่อหลุดเข้าไปถึงถุงลมปอดมักจะ สามารถแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด ก่อให้เกิดกระตุ้นการอักเสบในระบบร่างกายและเกิดสภาวะเครียดในเซลล์ (Oxidative Stress) ซึ่งเข้าไปทำลายเซลล์ผนังหลอดเลือดโดยตรง ส่งผลให้การเกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อหลอดเลือดส่งผลให้กสรควบคุมความดันเลือดผิดปกติ เร่งการตีบตันของหลอดเลือด (Atherosclerosis) และกระตุ้นให้เลือดแข็งตัวง่ายจนเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด จนนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรืออัมพฤกษ์อัมพาตจากหลอดเลือดสมองตีบได้ในที่สุด นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติได้ กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด คือ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเดิม เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน รวมถึงคนที่ใช้ชีวิตในเมืองที่มีความหนาแน่นของมลพิษสูง เพราะร่างกายของคนกลุ่มนี้จะไวต่อการกระตุ้นของฝุ่นมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า
ปัจจุบันสถาบันโรคทรวงอกได้ตระหนักถึงปัญหา และห่วงใยสุขภาพระบบทางเดินหายใจของประชาชนในพื้นที่ระแวกใกล้เคียง จึงได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องวัดคุณภาพอากาศ IQAir สถานีวัดคุณภาพอากาศ CCIT AirVisual Station เพื่อเฝ้าระวังและรายงานค่าฝุ่นแบบเรียลไทม์ เครื่องมือนี้จะช่วยให้คุณรับรู้สภาพอากาศในแต่ละวัน เพื่อจะได้ปรับพฤติกรรมได้อย่างเหมาะสมในการดูแลสุขภาพ สำหรับการป้องกันที่ประชาชนสามารถทำได้ทันที คือ เช็คค่าฝุ่นผ่านแอป IQAir ทุกเช้า หากอยู่ใกล้เคียงสถาบันโรคทรวงอกให้ค้นหา Central Chest Institute of Thailand ในวันที่ค่าฝุ่นสูงต้องสวมหน้ากากอนามัย N95 หรือหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ 2 ชั้น เมื่อต้องออกไปในที่โล่ง ใช้เครื่องฟอกอากาศเมื่ออยู่ในอาคาร สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรรับประทานยาอย่างต่อเนื่องและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่อากาศปิดและมีค่าฝุ่นสูง
