แนวทางการรักษาและข้อควรระวัง ผื่นอักเสบจากแมลงกัดต่อยจาก “ ตัวคุ่น หรือริ้นดำ”
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 42
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:00 pm
แนวทางการรักษาและข้อควรระวัง ผื่นอักเสบจากแมลงกัดต่อยจาก “ ตัวคุ่น หรือริ้นดำ”
ผื่นอักเสบจากแมลงกัดต่อยจาก “ ตัวคุ่น หรือริ้นดำ”

สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ห่วงใยประชาชน “ผื่นอักเสบจากแมลงกัดต่อย ตัวคุ่น หรือริ้นดำ” เป็นภาวะที่พบได้บ่อย แม้อาจมีอาการคันรุนแรงและดูน่ากังวล แต่โดยทั่วไปสามารถรักษาให้หายได้ การดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยลด ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การเกิดรอยดำ และแผลเป็นในระยะยาว หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีสัญญาณของการติดเชื้อ ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์มีความห่วงใยประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำงานหรือทำกิจกรรมในพื้นที่ชื้น เช่น ริมน้ำ ป่า ทุ่งนา หรือบริเวณที่มีแมลงชุกชุม ซึ่งอาจพบ ตัวคุ้น หรือริ้นดำ เป็นแมลงขนาดเล็กมาก อยู่ในกลุ่ม biting midges / black fly (บางพื้นที่เรียกรวม ๆ) กัดแล้ว คันมากกว่ายุง และมักทิ้งรอยชัด เป็นภาวะการอักเสบของผิวหนังที่เกิดขึ้นภายหลังการสัมผัสสารจากแมลง เช่น น้ำลายหรือพิษของแมลง ร่างกายเกิดปฏิกิริยาตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้เกิดผื่นแดง ตุ่มนูน บวม คัน หรือปวด พบได้บ่อยบริเวณผิวหนังที่สัมผัสแมลงโดยตรง เช่น ขา แขน หรือบริเวณที่ไม่ได้ปกปิด แนะนำประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเกา และหลีกเลี่ยงการใช้สารที่ก่อการระคายเคือง หรือไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ
นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติม กลไกการเกิดโรคผื่นอักเสบ จากแมลงกัดต่อย (Insect Bite Reaction) สารในน้ำลายหรือพิษของแมลงกระตุ้นการหลั่งสารก่อการอักเสบ เช่น histamine และ cytokines ทำให้เกิดอาการตุ่มแดงหรือตุ่มนูนหลายตำแหน่ง อาการคันรุนแรง บางรายมีอาการแสบหรือปวด อาจพบแผลถลอก สะเก็ด หรือมีน้ำเหลือง การเกาอย่างรุนแรงหรือเกาซ้ำ ๆ ทำให้ผิวหนัง ถลอก ส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียจากผิวหนังสามารถเข้าสู่ชั้นผิวได้ง่ายขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแทรกซ้อนได้ นอกจากนี้ การอักเสบของผิวหนังร่วมกับการเกาสามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี ทำให้เกิดรอยดำหลังการอักเสบ ซึ่งอาจคงอยู่นานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน แม้ผื่นจะหายแล้วก็ตาม
นพ.ทนงเกียรติ เทียนถาวร สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า แนวทางดูแลรักษาหลักการรักษา คือการลดการอักเสบ ลดอาการคัน และป้องกันการติดเชื้อ ได้แก่ ล้างบริเวณผื่นด้วยน้ำสะอาด ประคบเย็น เพื่อลดบวมและคัน ใช้ยาทาลดการอักเสบกลุ่ม corticosteroids โดยเลือกความแรงตามความรุนแรงของอาการใช้ยาลดอาการแพ้ (antihistamines) ใช้ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่ในกรณีที่มีแผลเปิดหรือสงสัยการติอเชื้อ ในกรณีที่มีการติดเชื้อรุนแรงหรือแพร่กระจาย เช่น บวมแดง ลาม เจ็บมาก มีหนอง หรือมีอาการอักเสบของผิวหนังชั้นลึก อาจจำเป็นต้องพิจารณายาปฏิชีวนะแบบรับประทาน ภายใต้การประเมินและการสั่งยาของแพทย์เท่านั้น เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและการดื้อยา ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะรับประทานโดยไม่จำเป็นหรือโดยไม่ได้คำแนะนำจากแพทย์ เนื่องจากผื่นจากแมลงกัดต่อยส่วนใหญ่ ไม่ใช่การติดเชื้อแบคทีเรียตั้งแต่ต้น และการใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็นอาจก่อให้เกิดการดื้อยาได้
*****************************************
ข้อมูล-สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์
แนวทางการรักษาและข้อควรระวัง ผื่นอักเสบจากแมลงกัดต่อยจาก “ ตัวคุ่น หรือริ้นดำ”
Med. Tech. Forums เว็บบอร์ดเทคนิคการแพทย์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครงานเทคนิคการแพทย์ โอนย้าย
Med. Tech. Forums เว็บบอร์ดเทคนิคการแพทย์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครงานเทคนิคการแพทย์ โอนย้าย
- MTC FORUM 2026 | ห้องปฏิบัติการอัจฉริยะ : ก้าวสู่การแพทย์แม่นยำและปัญญาประดิษฐ์เพื่อระบบสุขภาพที่ยั่งยืน (318 views)
- ลุยน้ำ ย่ำโคลน เสี่ยง! "ไข้ฉี่หนู" (159 views)
- โควิดไม่เลือกคน ป้องกันได้ด้วย DMH (131 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย เกิดจากเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านการกัดของแมลงพาหะ (186 views)
- AMTT-Thailand LAB International 2026 วันที่ 2–3 กันยายน 2569 ณ BITEC บางนา (214 views)
- สัญญาณเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม! ตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส ไข้สูง... เช็กให้ชัวร์! ใช่ หรือ ไม่ใช่ "โรคมือ เท้า ปาก" (200 views)
- เช็กสิทธิด่วน! ตรวจคัดกรอง "ไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี" ฟรี! ค้นหาให้พบ จบไวรัสตับอักเสบ (127 views)
- รู้ทันไวรัสตับอักเสบ ตรวจเร็ว รักษาได้ ลดความเสี่ยงตับแข็งและมะเร็งตับ (141 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Baidu [Spider], ClaudeBot, MuckRack และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
