กรมวิทย์ เผยสถานการณ์โควิดในไทยพบสายพันธุ์ JN.1* ยังคงเป็นสายพันธุ์หลัก เฝ้าระวังร่วมกับสายพันธุ์ BA.2.86*
- BeemLAB ออฟไลน์
- โพสต์: 130
- ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 18 ก.พ. 2009 5:23 pm
กรมวิทย์ เผยสถานการณ์โควิดในไทยพบสายพันธุ์ JN.1* ยังคงเป็นสายพันธุ์หลัก เฝ้าระวังร่วมกับสายพันธุ์ BA.2.86*
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยสถานการณ์โควิดในไทยพบสายพันธุ์ JN.1* ยังคงเป็นสายพันธุ์หลัก และเป็นสายพันธุ์ที่องค์การอนามัยโลกเฝ้าระวังร่วมกับสายพันธุ์ BA.2.86*
นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์สายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ทั่วโลกว่า องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญกับการติดตาม Omicron จำนวน 9 สายพันธุ์ จากพื้นฐานของข้อมูลการเพิ่มความชุกหรือความได้เปรียบด้านอัตราการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ๆ และการกลายพันธุ์ในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการได้เปรียบในการก่อโรค ได้แก่ สายพันธุ์ที่เฝ้าระวัง หรือ Variants of Interest (VOI) จำนวน 2 สายพันธุ์ ได้แก่ BA.2.86* และ JN.1* สายพันธุ์ที่ต้องจับตามอง หรือ Variants under monitoring (VUM) จำนวน 7 สายพันธุ์ ได้แก่ JN.1.7*, JN.1.18*, KP.2*, KP.3*, KP.3.1.1, LB.1* และ XEC ซึ่งสายพันธุ์ XEC เป็นสายพันธุ์ลูกผสมของ KS.1.1 และ KP.3.3 ส่วนมากพบในทวีปยุโรปและอเมริกา โดยอาการและความรุนแรงขึ้นกับภูมิคุ้มกันแต่ละบุคคล
จากฐานข้อมูลกลาง GISAID ระหว่างวันที่ 19 สิงหาคมถึงวันที่ 15 กันยายน 2567 พบว่า KP.3.1.1* (สายพันธุ์ย่อยของ KP.3*) พบมากที่สุด ในสัดส่วน 46.6% โดยมีอัตราการพบที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง JN.1* พบสัดส่วน 16% มีอัตราการพบที่ลดลงต่อเนื่อง สายพันธุ์ KP.3*, KP.2*, LB.1*, JN.1.18*, JN.1.7* มีแนวโน้มลดลง โดย KP.3* คิดเป็น 14.4%, KP.2* คิดเป็น 8.1%, LB.1* คิดเป็น 6.3%, JN.1.18* คิดเป็น 1.2% และ JN.1.17* คิดเป็น 0.1% ตามลำดับ, สายพันธุ์ XEC มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในสัดส่วน 4.8% และสายพันธุ์ Recombinant มีอัตราส่วนการพบเพิ่มขึ้นในสัดส่วน 2.3%
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมมือกับเครือข่ายห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง และเผยแพร่ผ่านฐานข้อมูลสากล GISAID จำนวน 46,952 ราย นับตั้งแต่เริ่มสถานการณ์ระบาดโรคโควิด 19 ในประเทศไทยเดือนมกราคม 2563 ถึง 11 พฤศจิกายน 2567 สำหรับสถานการณ์โอมิครอนในประเทศไทย สายพันธุ์ JN.1* ยังคงเป็นสายพันธุ์หลัก จำนวน 1,253 ราย คิดเป็นสัดส่วนสะสม 48.57% ของสายพันธุ์ทั้งหมดที่พบในประเทศไทย [JN.1* ทั่วโลก จำนวน 219,972 ราย จาก 102 ประเทศ (อ้างอิงฐานข้อมูล CoV-spectrum ณ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2567)] ส่วนสายพันธุ์ FLiRT ที่พบในประเทศไทย ได้แก่ สายพันธุ์ LB.1*, KP.2*, KP.3* และสายพันธุ์ XEC
สำหรับข้อมูลการถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อก่อโรคโควิด 19 จากห้องปฏิบัติการฝ่ายไวรัสระบบทางเดินหายใจ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระหว่างวันที่ 23 กันยายนถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2567 จำนวน 69 ราย พบสายพันธุ์ JN.1* จำนวน 25 ราย คิดเป็นสัดส่วน 36.2% สายพันธุ์ KP.2* (สายพันธุ์ย่อยของ JN.1.11.1*) จำนวน 17 ราย คิดเป็นสัดส่วน 24.6% จำนวน 9 ราย คิดเป็นสัดส่วน 13.0%, สายพันธุ์ XEC (สายพันธุ์ลูกผสมของ KS.1.1 และ KP.3.3) จำนวน 4 ราย คิดเป็นสัดส่วน 5.8% ซี่งพบในเขตสุขภาพที่ 4 และ 13 , สายพันธุ์ KP.3* (สายพันธุ์ย่อยของ JN.1.11.1*), KP.3.1.1* (สายพันธุ์ย่อยของ JN.1.11.1*) และ JN.1.18* จำนวนสายพันธุ์ละ 3 ราย คิดเป็นสัดส่วนสายพันธุ์ละ 4.3%


นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์สายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ทั่วโลกว่า องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญกับการติดตาม Omicron จำนวน 9 สายพันธุ์ จากพื้นฐานของข้อมูลการเพิ่มความชุกหรือความได้เปรียบด้านอัตราการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ๆ และการกลายพันธุ์ในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการได้เปรียบในการก่อโรค ได้แก่ สายพันธุ์ที่เฝ้าระวัง หรือ Variants of Interest (VOI) จำนวน 2 สายพันธุ์ ได้แก่ BA.2.86* และ JN.1* สายพันธุ์ที่ต้องจับตามอง หรือ Variants under monitoring (VUM) จำนวน 7 สายพันธุ์ ได้แก่ JN.1.7*, JN.1.18*, KP.2*, KP.3*, KP.3.1.1, LB.1* และ XEC ซึ่งสายพันธุ์ XEC เป็นสายพันธุ์ลูกผสมของ KS.1.1 และ KP.3.3 ส่วนมากพบในทวีปยุโรปและอเมริกา โดยอาการและความรุนแรงขึ้นกับภูมิคุ้มกันแต่ละบุคคล
จากฐานข้อมูลกลาง GISAID ระหว่างวันที่ 19 สิงหาคมถึงวันที่ 15 กันยายน 2567 พบว่า KP.3.1.1* (สายพันธุ์ย่อยของ KP.3*) พบมากที่สุด ในสัดส่วน 46.6% โดยมีอัตราการพบที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง JN.1* พบสัดส่วน 16% มีอัตราการพบที่ลดลงต่อเนื่อง สายพันธุ์ KP.3*, KP.2*, LB.1*, JN.1.18*, JN.1.7* มีแนวโน้มลดลง โดย KP.3* คิดเป็น 14.4%, KP.2* คิดเป็น 8.1%, LB.1* คิดเป็น 6.3%, JN.1.18* คิดเป็น 1.2% และ JN.1.17* คิดเป็น 0.1% ตามลำดับ, สายพันธุ์ XEC มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในสัดส่วน 4.8% และสายพันธุ์ Recombinant มีอัตราส่วนการพบเพิ่มขึ้นในสัดส่วน 2.3%

สำหรับข้อมูลการถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อก่อโรคโควิด 19 จากห้องปฏิบัติการฝ่ายไวรัสระบบทางเดินหายใจ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระหว่างวันที่ 23 กันยายนถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2567 จำนวน 69 ราย พบสายพันธุ์ JN.1* จำนวน 25 ราย คิดเป็นสัดส่วน 36.2% สายพันธุ์ KP.2* (สายพันธุ์ย่อยของ JN.1.11.1*) จำนวน 17 ราย คิดเป็นสัดส่วน 24.6% จำนวน 9 ราย คิดเป็นสัดส่วน 13.0%, สายพันธุ์ XEC (สายพันธุ์ลูกผสมของ KS.1.1 และ KP.3.3) จำนวน 4 ราย คิดเป็นสัดส่วน 5.8% ซี่งพบในเขตสุขภาพที่ 4 และ 13 , สายพันธุ์ KP.3* (สายพันธุ์ย่อยของ JN.1.11.1*), KP.3.1.1* (สายพันธุ์ย่อยของ JN.1.11.1*) และ JN.1.18* จำนวนสายพันธุ์ละ 3 ราย คิดเป็นสัดส่วนสายพันธุ์ละ 4.3%


กรมวิทย์ เผยสถานการณ์โควิดในไทยพบสายพันธุ์ JN.1* ยังคงเป็นสายพันธุ์หลัก เฝ้าระวังร่วมกับสายพันธุ์ BA.2.86*
Med. Tech. Forums เว็บบอร์ดเทคนิคการแพทย์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครงานเทคนิคการแพทย์ โอนย้าย
Med. Tech. Forums เว็บบอร์ดเทคนิคการแพทย์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครงานเทคนิคการแพทย์ โอนย้าย
- AMTT-Thailand LAB International 2026 วันที่ 2–3 กันยายน 2569 ณ BITEC บางนา (11 views)
- สัญญาณเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม! ตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส ไข้สูง... เช็กให้ชัวร์! ใช่ หรือ ไม่ใช่ "โรคมือ เท้า ปาก" (16 views)
- เช็กสิทธิด่วน! ตรวจคัดกรอง "ไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี" ฟรี! ค้นหาให้พบ จบไวรัสตับอักเสบ (15 views)
- รู้ทันไวรัสตับอักเสบ ตรวจเร็ว รักษาได้ ลดความเสี่ยงตับแข็งและมะเร็งตับ (16 views)
- เลิกกินปลาน้ำจืดดิบ ลดเสี่ยง พยาธิใบไม้ตับ รู้ทันป้องกันได้ (15 views)
- เรื่องของยุง ที่คุณอาจยังไม่รู้! คนส่วนใหญ่มักแยก "ยุงลายสวน" กับ "ยุงลายบ้าน" ไม่ออก (13 views)
- "ซิฟิลิส" ใกล้ชิดแค่ไหน เสี่ยงติดโรค (5,197 views)
- KKU AMS Alumni Reunion 2026 งานคืนสู่เหย้าศิษย์เก่าเทคนิคการแพทย์และกายภาพบำบัด มหาวทยาลัยขอนแก่น (65 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
