แพทย์ผิวหนังแนะนำโรคพยาธิหอยคัน ไม่ใช่โรคติดต่อจากคนสู่คน ผิวหนังอักเสบแต่ไม่อันตรายถึงชีวิต
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 968
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 03 เม.ย. 2009 11:48 am
แพทย์ผิวหนังแนะนำโรคพยาธิหอยคัน ไม่ใช่โรคติดต่อจากคนสู่คน ผิวหนังอักเสบแต่ไม่อันตรายถึงชีวิต
กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนังแนะนำโรคพยาธิหอยคัน หลังระบาดในภาคใต้ ไม่ใช่โรคติดต่อจากคนสู่คน ไม่ใช่โรคอันตราย สามารถหายเองได้ สาเหตุเกิดจากพยาธิหอยคันที่อยู่ในน้ำ พร้อมแนะนำวิธีป้องกันอันตรายจากพยาธิหอยคัน
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า กรณีมีชาวบ้านจำนวนมากกว่า 200 คน ซึ่งเป็นชาวนาในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ประสบกับปัญหาดำนาแล้วเกิดผดผื่นคัน และเป็นตุ่มตามแขนขา ในระยะเวลาช่วงเดือนสิงหาคม - ตุลาคม 2563 สำหรับการวินิจฉัยสาเหตุของผื่นคันที่เกิดขึ้นนั้น จากความร่วมมือของโรงพยาบาลโรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง กรมการแพทย์ กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กองระบาดวิทยา สถาบันราชประชาสมาสัย สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา กรมควบคุมโรค สำนักงานสิ่งแวดล้อมที่ 16 สงขลา สำนักงานเกษตรอำเภอ ฝ่ายปกครองอำเภอ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ร่วมกันสอบสวนโรค และหาสาเหตุ รวมทั้งจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ทำแผนที่การระบาด รวมทั้งการนำตัวอย่างน้ำและหอยในนาไปตรวจ พบว่า เป็นการแพร่ระบาดของโรคพยาธิหอยคัน ซึ่งเกิดจากตัวอ่อนพยาธิใบไม้ในเลือดที่อยู่ในตัวหอยคัน มักเกิดกับเกษตรกรที่ต้องสัมผัสกับแหล่งน้ำอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะผู้มีอาชีพทำนาและผู้ที่ต้องสัมผัสกับแหล่งน้ำ เช่น ผู้ที่มีอาชีพงมหอย เก็บผักบุ้ง หรือเด็กๆ ที่ชอบว่ายน้ำตามแหล่งน้ำต่างๆ ขอให้ระมัดระวังอันตรายจากพยาธิหอยคันไว้ด้วย เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการทางโรคผิวหนังได้
พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคพยาธิหอยคันหรือโรคคันน้ำ เกิดจากพยาธิตัวอ่อนระยะเซอคาเรียของพยาธิใบไม้ของสัตว์ เช่น วัว ควาย เนื่องจากมีพยาธิมีแหล่งที่อยู่เป็นสัตว์ คนเราไม่ใช่แหล่งที่อยู่ของพยาธิ พยาธิไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้ เมื่อพยาธิเข้าสู่ร่างกายก็มักจะตายหลังจากไชไประยะเวลาหนึ่ง เมื่อพยาธิไชไปตามผิวหนังก็กระตุ้นให้เกิดอาการทางผิวหนัง คันตามตัว ตุ่มแดงคล้ายแมลงกัด ผื่นแดง มีตุ่มน้ำใส ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการแพ้มากเป็นพิเศษ ทำให้เกิดตุ่มจำนวนมาก ยิ่งทำให้เกิดอาการคันมากยิ่งขึ้น พยาธิเหล่านี้จะมีวงจรชีวิตช่วงหนึ่งที่อาศัยอยู่ในหอยคัน เมื่อพยาธิเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของเราจะไม่เป็นอันตรายเนื่องจากไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่จะก่อให้เกิดความรำคาญจากอาการคัน ในด้านการรักษาคือ รักษาตามอาการ ถ้าหากผู้ป่วยมีอาการคันมาก ๆ และมีผื่นลุกลามให้ใช้ยาทาแก้คันพวกคาลาไมด์ หรือสเตียรอยด์ครีมทาบริเวณที่คัน หรือรับประทานยาแก้แพ้ แต่ถ้ามีอาการเล็กน้อยก็ไม่ต้องรักษา อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายในเวลา 14 วัน
สำหรับการป้องกันไม่ให้พยาธิหอยคันเข้าสู่ร่างกายนั้น แนะนำหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำที่มีพยาธิอาศัยอยู่ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ผู้ที่จะต้องสัมผัสกับแหล่งน้ำต่างๆ อยู่เสมอให้ใช้อุปกรณ์ป้องกัน ใส่รองเท้าบูท หรืออาจจะใช้วิธีป้องกันจากภูมิปัญญาชาวบ้านโดยทาน้ำมันพืช หรือใช้วาสลินทาบริเวณแขนขาก่อนลงสู่แหล่งน้ำแต่ละครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้พยาธิหอยคันมาเกาะที่ผิวหนังและล้างตัวทำความสะอาดอย่างรวดเร็วหลังจากสัมผัสกับแหล่งน้ำที่คาดว่าจะมีตัวอ่อนพยาธิ หากท่านหรือบุคคลในครอบครัวมีอาชีพที่ต้องสัมผัสกับแหล่งน้ำอยู่เสมอๆ ควรป้องกันอันตรายจากพยาธิหอยคัน แม้ว่าพยาธินี้จะไม่เป็นอันตรายและไม่ใช่โรคติดต่อจนทำให้เสียชีวิต แต่ก็จะทำให้เกิดปัญหาโรคผิวหนังและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน
ข่าว/ภาพ-สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์

พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคพยาธิหอยคันหรือโรคคันน้ำ เกิดจากพยาธิตัวอ่อนระยะเซอคาเรียของพยาธิใบไม้ของสัตว์ เช่น วัว ควาย เนื่องจากมีพยาธิมีแหล่งที่อยู่เป็นสัตว์ คนเราไม่ใช่แหล่งที่อยู่ของพยาธิ พยาธิไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้ เมื่อพยาธิเข้าสู่ร่างกายก็มักจะตายหลังจากไชไประยะเวลาหนึ่ง เมื่อพยาธิไชไปตามผิวหนังก็กระตุ้นให้เกิดอาการทางผิวหนัง คันตามตัว ตุ่มแดงคล้ายแมลงกัด ผื่นแดง มีตุ่มน้ำใส ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการแพ้มากเป็นพิเศษ ทำให้เกิดตุ่มจำนวนมาก ยิ่งทำให้เกิดอาการคันมากยิ่งขึ้น พยาธิเหล่านี้จะมีวงจรชีวิตช่วงหนึ่งที่อาศัยอยู่ในหอยคัน เมื่อพยาธิเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของเราจะไม่เป็นอันตรายเนื่องจากไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่จะก่อให้เกิดความรำคาญจากอาการคัน ในด้านการรักษาคือ รักษาตามอาการ ถ้าหากผู้ป่วยมีอาการคันมาก ๆ และมีผื่นลุกลามให้ใช้ยาทาแก้คันพวกคาลาไมด์ หรือสเตียรอยด์ครีมทาบริเวณที่คัน หรือรับประทานยาแก้แพ้ แต่ถ้ามีอาการเล็กน้อยก็ไม่ต้องรักษา อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายในเวลา 14 วัน
สำหรับการป้องกันไม่ให้พยาธิหอยคันเข้าสู่ร่างกายนั้น แนะนำหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำที่มีพยาธิอาศัยอยู่ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ผู้ที่จะต้องสัมผัสกับแหล่งน้ำต่างๆ อยู่เสมอให้ใช้อุปกรณ์ป้องกัน ใส่รองเท้าบูท หรืออาจจะใช้วิธีป้องกันจากภูมิปัญญาชาวบ้านโดยทาน้ำมันพืช หรือใช้วาสลินทาบริเวณแขนขาก่อนลงสู่แหล่งน้ำแต่ละครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้พยาธิหอยคันมาเกาะที่ผิวหนังและล้างตัวทำความสะอาดอย่างรวดเร็วหลังจากสัมผัสกับแหล่งน้ำที่คาดว่าจะมีตัวอ่อนพยาธิ หากท่านหรือบุคคลในครอบครัวมีอาชีพที่ต้องสัมผัสกับแหล่งน้ำอยู่เสมอๆ ควรป้องกันอันตรายจากพยาธิหอยคัน แม้ว่าพยาธินี้จะไม่เป็นอันตรายและไม่ใช่โรคติดต่อจนทำให้เสียชีวิต แต่ก็จะทำให้เกิดปัญหาโรคผิวหนังและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน
ข่าว/ภาพ-สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์
แพทย์ผิวหนังแนะนำโรคพยาธิหอยคัน ไม่ใช่โรคติดต่อจากคนสู่คน ผิวหนังอักเสบแต่ไม่อันตรายถึงชีวิต
Med. Tech. Forums เว็บบอร์ดเทคนิคการแพทย์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครงานเทคนิคการแพทย์ โอนย้าย
Med. Tech. Forums เว็บบอร์ดเทคนิคการแพทย์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครงานเทคนิคการแพทย์ โอนย้าย
- AMTT-Thailand LAB International 2026 วันที่ 2–3 กันยายน 2569 ณ BITEC บางนา (11 views)
- สัญญาณเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม! ตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส ไข้สูง... เช็กให้ชัวร์! ใช่ หรือ ไม่ใช่ "โรคมือ เท้า ปาก" (16 views)
- เช็กสิทธิด่วน! ตรวจคัดกรอง "ไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี" ฟรี! ค้นหาให้พบ จบไวรัสตับอักเสบ (15 views)
- รู้ทันไวรัสตับอักเสบ ตรวจเร็ว รักษาได้ ลดความเสี่ยงตับแข็งและมะเร็งตับ (16 views)
- เลิกกินปลาน้ำจืดดิบ ลดเสี่ยง พยาธิใบไม้ตับ รู้ทันป้องกันได้ (15 views)
- เรื่องของยุง ที่คุณอาจยังไม่รู้! คนส่วนใหญ่มักแยก "ยุงลายสวน" กับ "ยุงลายบ้าน" ไม่ออก (13 views)
- "ซิฟิลิส" ใกล้ชิดแค่ไหน เสี่ยงติดโรค (5,197 views)
- KKU AMS Alumni Reunion 2026 งานคืนสู่เหย้าศิษย์เก่าเทคนิคการแพทย์และกายภาพบำบัด มหาวทยาลัยขอนแก่น (65 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Baidu [Spider], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
