หมอตาแนะวิธีป้องกันก่อนสายเกินแก้ สารเคมีกระเด็นเข้าตา ทำไงดี
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 38
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:00 pm
หมอตาแนะวิธีป้องกันก่อนสายเกินแก้ สารเคมีกระเด็นเข้าตา ทำไงดี
สารเคมีกระเด็นเข้าตา ทำไงดี!
จักษุแพทย์รพ.เมตตาฯ(วัดไร่ขิง) ชี้อุบัติเหตุทางตาเป็นปัญหาที่พบบ่อยและเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้สูญเสียดวงตาหนึ่งในประเภทของอุบัติเหตุทางตา มาจากสารเคมีกระเด็นเข้าตา เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ ยาฆ่าแมลง น้ำกรดที่ใช้เติมแบตเตอรี่รถยนต์ น้ำกรดในโรงงานอุตสาหกรรม ยาฆ่าแมลงหรือแม้กระทั่ง กาวร้อน หรือยาหม่อง ยาน้ำนวดแก้ปวด แนะวิธีป้องกันก่อนสายเกินแก้
นพ.กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผอ.รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวว่า อุบัติเหตุทางตาเกิดได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นจากการขับขี่ การทำงาน การเล่นกีฬาตลอดจนอุบัติเหตุสารเคมีกระเด็นเข้าตา เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ ยาฆ่าแมลง กรดที่ใช้เติมแบตเตอรี่รถยนต์ กรดในโรงงานอุตสาหกรรม ยาฆ่าแมลงหรือแม้กระทั่งกาวร้อน หรือยาหม่อง ยาน้ำนวดแก้ปวด โดยเฉพาะคนสูงอายุที่มีปัญหาโรคตา หรือต้องมีการหยอดยาอยู่เป็นประจำอาจหยิบผิดขวดทำให้หยอดยาผิดจึงต้องมีการป้องกันและระวังมากขึ้น เพราะหากสารเคมีเข้าสู่ตาอาจเกาะอยู่ที่ผิวนอกกระจกตา เยื่อบุตาด้านนอก หรือแทรกซึมเข้าไปชั้นในของเนื้อกระจกตาและลูกตาได้ ทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อภายในดวงตาที่รุนแรง ส่งผลต่อการมองเห็น แนะวิธีป้องกันก่อนสายเกินแก้
พญ.อรวีณัฏฐ์ นิมิตรวงศ์สกุล หัวหน้าศูนย์ตาปลอม กล่าวเพิ่มว่า ในกรณีผู้ป่วยที่มาด้วยสารเคมีจำพวกยาหม่องน้ำหรือยาน้ำนวดแก้ปวด หรือกาวร้อนเข้าตาก็มีมาทำการรักษาด้วยเช่นกันโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ จักษุแพทย์แนะนำว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องรีบล้างตา ล้างโดยด่วนด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำเกลือ normal saline โดยการเทน้ำให้ไหลผ่านดวงตาออกไปเพื่อชะล้างสารเคมีให้เหลือตกค้างน้อยที่สุด ไม่แนะนำวิธีนำน้ำตักใส่ขันมาแล้วลืมตาในน้ำสะอาด หรือน้ำยาล้างตายี่ห้อต่างๆเป็นขวดๆ ใส่ภาชนะแล้วลืมตาในน้ำเพราะสารเคมีก็คงอยู่ในภาชนะที่ลืมตาแช่อยู่ แนะนำควรใช้วิธีการล้างตาที่ถูกต้องคือ การเทหรือปล่อยน้ำผ่านลูกตาโดยลืมตาและกลอกตาไปมาซึ่งอาจจะใช้วิธีการไปที่ก๊อกน้ำ เปิดน้ำไหลตลอดแล้วตะแคงยื่นหน้าเข้าไปใต้ก๊อกน้ำและให้น้ำผ่านตาลงมาตลอดเวลาเป็นเวลานานสัก15-20 นาที สิ่งสำคัญที่สุดคือ การล้างตาให้ถูกวิธี ในเวลาทันท่วงที และให้มากที่สุด จะเป็นการช่วยลดการอักเสบ หรือความเสียหายต่อดวงตาที่เกิดจากปฏิกิริยาของสารเคมีได้และไปพบจักษุแพทย์โดยเร็วทันทีหากเกิดการบาดเจ็บทางตาไม่ควรขยี้ตา เพราะอาจทำให้อาการบาดเจ็บรุนแรงมากขึ้น หากพบว่าการมองเห็นมัวลงจากปกติ มีอาการระคายเคืองล้างตาแล้วไม่หาย มีอาการปวดตามาก ขี้ตาเยอะ ตาสู้แสงไม่ได้ มีเลือดออกในลูกตาซึ่งจะเห็นเป็นสีแดงที่ตาดำ มีของเหลวใสไหลออกมาจากลูกตา ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่มากขึ้นหรือติดเชื้อจนนำไปสู่การสูญเสียดวงตา ความรุนแรงของสารเคมีแต่ละชนิดที่กระเด็นเข้าตาขึ้นอยู่กับชนิดของสารเคมี ถ้าเป็นด่างจะรุนแรงกว่ากรด โดยกรดส่วนใหญ่มักจะก่อให้เกิดผลเสียต่อดวงตาใน 2-3 ชั่วโมงแรกเท่านั้น เพราะกรดจะตกตะกอนกับโปรตีนในเนื้อเยื่อทำให้เหมือนเป็นเขื่อนกั้นไม่ให้น้ำกรดซึมลึกลงต่อไป และกรดจะถูกลบล้างให้เจือจางลงด้วยน้ำในเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกายที่มีฤทธิ์ค่อนข้างเป็นด่าง กรดจึงก่อให้เกิดผลเสียหายเฉพาะที่ เช่น เปลือกตา, เยื่อบุตา, กระจกตาเป็นต้น แต่ในกรณีสารเคมีที่เป็นด่างจะมีความรุนแรงมากกว่า ตัวด่างสามารถทะลุทะลวงเนื้อเยื่อของตาได้รวดเร็ว และมีการทำลายเนื้อเยื่อลงไปเรื่อย ๆ ดังนั้น สารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นด่างที่เข้มข้นที่เข้าตาจำนวนมากอาจทำให้ตาดำเปื่อยยุ่ยสลาย จนทะลุและตาบอดตามมาได้ ในกลุ่มสารเคมีที่เข้าตา ด่างแอมโมเนียจะรุนแรงที่สุดซึ่งจะมาเป็นแก๊สบรรจุในถังแก๊ส หากถังระเบิดและแก๊สมาเข้าตารวมกับน้ำตาจะเกิดเป็นด่างที่ผิวกระจกตาและเยื่อบุตาได้ ด่างที่รุนแรงรองลงมาเป็นโซดาไฟ (NaOH) ทั้งในรูปผลึกหรือของเหลวที่มักใช้ในอุตสาหกรรม หรืออาจเป็นส่วนประกอบของน้ำยาทำความสะอาดบางชนิด ด่างที่มีความรุนแรงลดลงมาอีกคือแคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Ca(OH)2) ซึ่งเป็นด่างที่อยู่ใน plaster หรือปูนซีเมนต์อันตรายที่เกิดจากสารเคมีเข้าตาในเนื้อเยื่อแต่ละส่วนจะมีอาการแตกต่างกันไปได้แก่เปลือกตา (Eyelid )ระยะแรก : แสบ แดง อักเสบ หรือเกิดแผลติดเชื้อได้ ในระยะยาว : เปลือกตาผิดรูป ขนตาทิ่มกระจกตาเปลือกตาม้วนเข้าหรือผังพืดที่ผิวหนังดึงรังเปลือกตาให้ม้วนออก เยื่อบุตาขาว ( Conjunctiva )ระยะแรก : ตาแดง เคืองตาน้ำตาไหล, หรือหากเจอสารเคมีรุนแรงอาจจะขาวซีดได้ บ่งบอกว่าเซลล์ที่เยื่อบุตาขาวถูกทำลายมาก กลุ่มนี้อาการระยะยาวมักไม่ค่อยดี จะมีปัญหาเยื่อบุตาผิดปกติ และกระจกตาผิดปกติได้ในระยะยาว : เยื่อบุตาขาวติดกับเปลือกตาผิดตำแหน่ง ตาแดงอักเสบเรื้อรังกระจกตา (Cornea)ระยะแรก : ผิวถลอกที่กระจกตา ( มีอาการแสบ เคืองตา น้ำตาไหล ตามัว ) กระจกตาเป็นฝ้าขาวขุ่น (ตามัว)ในระยะหลัง : ฝ้าขาวที่กระจกตา,เส้นเลือดงอกผิดปกติบนผิวกระจกตาบางรายอาจเกิดกระจกตาทะลุ ตาบอดได้ นอกจากนี้อาจมีปัญหาความดันตาขึ้นเป็นต้อหินตามมาได้อีกด้วย
หมอตาแนะวิธีป้องกันก่อนสายเกินแก้ สารเคมีกระเด็นเข้าตา ทำไงดี
Med. Tech. Forums เว็บบอร์ดเทคนิคการแพทย์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครงานเทคนิคการแพทย์ โอนย้าย
Med. Tech. Forums เว็บบอร์ดเทคนิคการแพทย์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครงานเทคนิคการแพทย์ โอนย้าย
- AMTT-Thailand LAB International 2026 วันที่ 2–3 กันยายน 2569 ณ BITEC บางนา (11 views)
- สัญญาณเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม! ตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส ไข้สูง... เช็กให้ชัวร์! ใช่ หรือ ไม่ใช่ "โรคมือ เท้า ปาก" (16 views)
- เช็กสิทธิด่วน! ตรวจคัดกรอง "ไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี" ฟรี! ค้นหาให้พบ จบไวรัสตับอักเสบ (15 views)
- รู้ทันไวรัสตับอักเสบ ตรวจเร็ว รักษาได้ ลดความเสี่ยงตับแข็งและมะเร็งตับ (16 views)
- เลิกกินปลาน้ำจืดดิบ ลดเสี่ยง พยาธิใบไม้ตับ รู้ทันป้องกันได้ (15 views)
- เรื่องของยุง ที่คุณอาจยังไม่รู้! คนส่วนใหญ่มักแยก "ยุงลายสวน" กับ "ยุงลายบ้าน" ไม่ออก (13 views)
- "ซิฟิลิส" ใกล้ชิดแค่ไหน เสี่ยงติดโรค (5,197 views)
- KKU AMS Alumni Reunion 2026 งานคืนสู่เหย้าศิษย์เก่าเทคนิคการแพทย์และกายภาพบำบัด มหาวทยาลัยขอนแก่น (65 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
