Skip ไปที่เนื้อหา

ไวรัสฮันตา เป็นโรคติดต่อที่ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน โดยมีหนูและสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะเป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ

Med. Tech. Forums เว็บบอร์ดเทคนิคการแพทย์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครงานเทคนิคการแพทย์ โอนย้าย
  • Health Topics
  • โพสต์: 32
  • ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:00 pm

ไวรัสฮันตา เป็นโรคติดต่อที่ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน โดยมีหนูและสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะเป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ

 โพสต์ Health Topics    20

ไวรัสฮันตา เป็นโรคติดต่อที่ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน โดยมีหนูและสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะเป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ
ไวรัสฮันตา
คนมักติดเชื้อจากการสูดดมฝุ่นละอองหรือสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งของสัตว?พาหะ ซึ่งได้แก่ สารคัดหลั่ง ปัสสาวะและอุจจาระของหนู

เมื่อไหร่ควรรีบไปพบแพทย์
หากมีอาการ
- ไข้สูง
- ปวดเมื่อย
- หอบเหนื่อยผิดปกติ
หลังสัมผัสสัตว์ฟันแทะ หรือเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ แจ้งประวัติการสัมผัสและการเดินทาง เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่รวดเร็ว

ข้อมูล-กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค

กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน “ไวรัสฮันตา” ย้ำไทยเสี่ยงต่ำ เน้นดูแลสุขอนามัยและทำความสะอาดบ้านเรือนถูกวิธี เพื่อลดโอกาสสัมผัสสัตว์ฟันแทะ

7 พฤษภาคม 2569- นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูนา หนูบ้าน เป็นพาหะหลัก ปัจจุบันประเทศไทยพบการติดเชื้อในระดับต่ำ และไม่มีการระบาดเป็นวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการป้องกันตนเองอย่างถูกต้อง

นพ.มณเฑียร กล่าวว่า ไวรัสฮันตาสามารถแพร่สู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของหนู ได้แก่ ปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลาย โดยการติดเชื้อที่พบบ่อยที่สุด คือ การสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนอุจจาระ ปัสสาวะ และน้ำลายของหนูที่มีเชื้อ รองลงมา คือ การสัมผัสเชื้อแล้วนำมือไปสัมผัสบริเวณจมูก ปาก หรือดวงตา และบางกรณีอาจติดเชื้อจากการถูกหนูกัดแต่โอกาสเกิดมีน้อย ขณะที่การติดต่อจากคนสู่คนพบได้น้อยมาก และจำกัดเฉพาะบางสายพันธุ์เท่านั้น เมื่อเชื้อไวรัสฮันตาเข้าสู่ร่างกาย จะมีระยะฟักตัวประมาณ 1 – 8 สัปดาห์ โดยอาการเริ่มแรกจะคล้ายไข้หวัด มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินอาหาร (ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน) ต่อมาผู้ป่วยอาจพัฒนาเป็นอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ ซึ่งอาการของโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

1. กลุ่มอาการระบบทางเดินหายใจ (Hantavirus Cardiopulmonary Syndrome: HCPS) พบในแถบทวีปอเมริกา มีความรุนแรงสูง ผู้ป่วยจะมีอาการไอ หายใจลำบาก มีภาวะน้ำท่วมปอด และเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

2. กลุ่มอาการไข้เลือดออกร่วมกับภาวะไตวาย (Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome: HFRS) พบในแถบทวีปยุโรปและเอเชีย ผู้ป่วยจะมีความดันโลหิตต่ำ การแข็งตัวของเลือดผิดปกติทำให้เลือดออกง่าย และมีภาวะไตวาย

นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ความรุนแรงของโรคขึ้นกับสายพันธุ์ของไวรัส โดยเฉพาะกลุ่มอาการที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ อาจมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 20 – 40 ผู้ป่วยจะมีอาการไอ หายใจลำบาก น้ำท่วมปอด เกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้ โดยผู้ป่วยจะมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะหรือวัคซีนป้องกันโรคฮันตาไวรัส การรักษาจึงเป็นแบบประคับประคองตามอาการ เช่น การให้ออกซิเจน การใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือการฟอกไตในรายที่มีภาวะไตวาย ดังนั้น การเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็วเมื่อมีอาการ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้ สำหรับประเทศไทยมีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากเคยพบผู้ป่วยเพียงรายเดียว สายพันธุ์ที่พบมีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์ในทวีปอเมริกา และไม่พบการแพร่ระบาดในประเทศไทย

คำแนะนำสำหรับประชาชนในการป้องกันโรคฮันตาไวรัส เน้นการลดการสัมผัสระหว่างคนและหนูเป็นหลัก ได้แก่ 1. หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่อับอากาศหรือสถานที่ที่อาจมีหนูอาศัยอยู่ เช่น ห้องเก็บของหรืออาคารที่ปิดทิ้งไว้นาน 2. หากจำเป็นต้องทำความสะอาดพื้นที่ที่สงสัยว่ามีหนู ควรหลีกเลี่ยงการกวาดหรือดูดฝุ่น เพราะจะทำให้เชื้อฟุ้งกระจาย ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น โซเดียมไฮโปคลอไรต์ (น้ำยาซักผ้าขาว) ฉีดพ่นให้เปียกก่อนเช็ดทำความสะอาด 3. รักษาความสะอาดบ้านเรือนและสถานที่ทำงานไม่ให้เป็นแหล่งอาหาร และเพาะพันธุ์ของหนู อุดช่องโหว่ ปิดทางเข้าออกไม่ให้หนูเข้ามาในอาคาร และ 4. หมั่นล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอยู่เสมอ

แม้โรคฮันตาไวรัสในประเทศไทยจะยังมีความเสี่ยงต่ำ แต่การรู้เท่าทันและป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
 ไวรัสฮันตา เป็นโรคติดต่อที่ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน โดยมีหนูและสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะเป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ
 Med. Tech. Forums เว็บบอร์ดเทคนิคการแพทย์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครงานเทคนิคการแพทย์ โอนย้าย
เครื่องกดนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาว Genius Count DiffCount