NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนคนไทยห่วงอนาคตสิ่งแวดล้อม 65.6% มองอีก 10 ปีแย่ลง แม้ 88.2% เริ่มลงมือปรับพฤติกรรมแล้ว
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 48
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:00 pm
NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนคนไทยห่วงอนาคตสิ่งแวดล้อม 65.6% มองอีก 10 ปีแย่ลง แม้ 88.2% เริ่มลงมือปรับพฤติกรรมแล้ว
NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนคนไทยห่วงอนาคตสิ่งแวดล้อม 65.6% มองอีก 10 ปีแย่ลง แม้ 88.2% เริ่มลงมือปรับพฤติกรรมเตรียมรับมือแล้ว
คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม นิด้า เปิดผลสำรวจ NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนมุมมองคนไทยต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พบสัญญาณสำคัญว่า “ความตระหนัก” กำลังขยับไปสู่ “การลงมือทำ” เมื่อ 88.2% ระบุว่าได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ 71.7% พร้อมให้ความร่วมมือหากภาครัฐออกมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม คนไทยถึง 65.6% กลับคาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า สถานการณ์สิ่งแวดล้อมของประเทศมีแนวโน้มแย่ลง สะท้อนช่องว่างระหว่างความพร้อมของประชาชนกับความเชื่อมั่นต่อทิศทางการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ท่ามกลางความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่กำลังเปลี่ยนจาก “ประเด็นสิ่งแวดล้อม” ไปสู่ปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจ สุขภาพ รายได้ และคุณภาพชีวิต คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกับศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” จึงจัดทำ NIDA Environment Poll 2026 เพื่อสำรวจการรับรู้ ผลกระทบ พฤติกรรม และความพร้อมของคนไทยต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 21–27 สิงหาคม 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และระดับรายได้ทั่วประเทศ ด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) และการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยระบุค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ผลสำรวจในภาพรวมสะท้อนว่า คนไทยไม่ได้มองปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่รับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและจำนวนมากเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ขณะที่ความกังวลต่อสถานการณ์ในอนาคตยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนโจทย์สำคัญของภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสังคมในการต่อยอด “ความตระหนักของประชาชน” สู่การลงมือทำและการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง
71.6% รู้สึก “ปัญหาสภาพอากาศรุนแรงขึ้น” PM2.5 ขึ้นแท่นปัญหาใกล้ตัวอันดับหนึ่ง
หนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดจากผลสำรวจ คือ 71.6% ของคนไทยรู้สึกว่าสภาพอากาศในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา “รุนแรงขึ้น” แบ่งเป็น 42.60% ที่มองว่ารุนแรงขึ้นมาก และ 29.01% ที่เห็นว่ารุนแรงขึ้น ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า Climate Change สำหรับประชาชนจำนวนมากไม่ได้อยู่เพียงในระดับของข้อมูลหรือการรับรู้เชิงนามธรรม แต่เริ่มถูกสัมผัสผ่านประสบการณ์ในชีวิตจริง เมื่อถามถึง ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน พบว่า PM2.5 เป็นปัญหาอันดับหนึ่งที่ 31.22% ตามด้วยน้ำท่วม 19.62% คลื่นความร้อน 15.65% ภัยแล้ง 15.42% ขยะพลาสติก 9.31% การสูญเสียพื้นที่สีเขียว 6.26% น้ำเสีย 2.37% และการกัดเซาะชายฝั่ง 0.15% ข้อมูลชุดนี้สะท้อนมิติสำคัญของโจทย์สิ่งแวดล้อมไทย เพราะปัญหาที่ประชาชนให้ความสำคัญสูงสุดล้วนเชื่อมโยงโดยตรงกับชีวิตประจำวัน ตั้งแต่คุณภาพอากาศ สุขภาพ ภัยพิบัติ ไปจนถึงสภาพอากาศสุดขั้ว
Climate Change ไม่ได้กระทบแค่สิ่งแวดล้อม แต่ลามถึง “สุขภาพ - ค่าครองชีพ - รายได้”
เมื่อเจาะลึกถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลสำรวจพบว่า 66.18% ระบุว่าได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ ซึ่งสูงกว่าผลกระทบในมิติอื่นอย่างชัดเจน รองลงมา ได้แก่ ค่าครองชีพ 31.98% รายได้ 31.76% การเกษตร 28.55% พลังงาน 11.22% ความมั่นคงด้านอาหาร 9.16% การท่องเที่ยว 9.08% และทรัพย์สิน 5.04% โดยคำถามข้อนี้ผู้ตอบสามารถเลือกได้มากกว่า 1 ข้อ ตัวเลขดังกล่าวทำให้ภาพของ Climate Change ขยายออกจากกรอบ “สิ่งแวดล้อม” ไปสู่โจทย์ด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างชัดเจน เพราะเมื่อผลกระทบแตะทั้งสุขภาพ ค่าครองชีพ และรายได้ การรับมือกับ Climate Change จึงเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนโดยตรง
88.2% เริ่มปรับพฤติกรรม สิ่งแวดล้อมกำลังเปลี่ยนจาก “ความกังวล” สู่ “การลงมือทำ”
อีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจพบสัญญาณเชิงบวก เมื่อ 88.2% ของคนไทยระบุว่าได้ปรับพฤติกรรมเพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แบ่งเป็น 61.15% ที่ทำเป็นประจำ และ 27.09% ที่ทำเป็นครั้งคราว สำหรับพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำมากที่สุด ได้แก่ การคัดแยกขยะ 56.23% รองลงมาคือ ลดการใช้พลาสติก 48.79% ใช้ถุงผ้า 45.76% ประหยัดไฟฟ้า 40.92% และปลูกต้นไม้ 34.60% ผลสำรวจส่วนนี้จึงสะท้อนว่า คนไทยจำนวนมากไม่ได้หยุดอยู่เพียงการรับรู้ถึงปัญหา แต่เริ่มเปลี่ยนความตระหนักไปเป็นพฤติกรรมในชีวิตประจำวันแล้ว แม้พฤติกรรมส่วนใหญ่ยังเป็นการดำเนินการในระดับบุคคลก็ตาม โจทย์ถัดไปจึงอาจอยู่ที่การสร้างระบบและแรงจูงใจที่ทำให้การกระทำระดับบุคคลสามารถเชื่อมโยงไปสู่ผลลัพธ์ในระดับสังคมได้มากขึ้น
71.7% พร้อมรับมาตรการสิ่งแวดล้อมที่เข้มขึ้น แต่เกือบครึ่งมอง “ประเทศไทยยังไม่พร้อม”
ประเด็นที่มีนัยสำคัญต่อการกำหนดนโยบาย คือ เมื่อถามถึงความร่วมมือหากภาครัฐมี มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น พบว่า 71.7% ของคนไทยมีความพร้อมในระดับสูง แบ่งเป็น 50.61% “พร้อมมาก” และ 21.07% “พร้อมมากที่สุด” อย่างไรก็ตาม เมื่อเปลี่ยนคำถามจาก “ความพร้อมของตัวเอง” ไปเป็น “ความพร้อมของประเทศ” ภาพกลับแตกต่างออกไป โดย 46.3% มองว่าประเทศไทยยัง “พร้อมน้อย” หรือ “ไม่พร้อมเลย” ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แบ่งเป็นพร้อมน้อย 24.05% และไม่พร้อมเลย 22.29% ความแตกต่างของสองตัวเลขนี้เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของผลสำรวจ เพราะในด้านหนึ่ง ประชาชนจำนวนมากระบุว่าตนพร้อมให้ความร่วมมือกับมาตรการที่เข้มข้นขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ยังมีประชาชนส่วนสำคัญที่มองว่าความพร้อมของประเทศในการรับมือกับ Climate Change อยู่ในระดับต่ำ ผลสำรวจยังสะท้อนองค์ประกอบที่ประชาชนมองว่าจำเป็นต่อการขับเคลื่อนประเทศ ได้แก่ นโยบายที่ชัดเจน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง
“ความพร้อม” วันนี้ สวนทาง “ความเชื่อมั่น” ในอีก 10 ปีข้างหน้า
แม้ประชาชนจำนวนมากจะเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมและพร้อมให้ความร่วมมือกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อถามถึงภาพอนาคต กลับพบความกังวลอย่างมีนัยสำคัญ 65.6% ของคนไทยคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยจะมีแนวโน้ม “แย่ลง” โดย 48.63% มองว่าจะแย่ลง และอีก 16.95% มองว่าจะแย่ลงมาก จึงเกิดเป็นภาพที่น่าสนใจของสังคมไทยในปี 2569 คือ ประชาชนรับรู้ปัญหาแล้ว ลงมือเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว และส่วนใหญ่พร้อมให้ความร่วมมือกับมาตรการที่เข้มข้นขึ้น แต่ยังไม่มั่นใจว่าอนาคตด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศจะดีขึ้น หากมองในเชิงนโยบาย ช่องว่างดังกล่าวเป็นโจทย์ที่ภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา ชุมชน และภาคประชาสังคมต้องร่วมกันตอบว่า จะทำอย่างไรให้ “ความพร้อมของประชาชน” ถูกต่อยอดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนสามารถมองเห็นและเชื่อมั่นได้ในระยะยาว
จาก “Individual Action” สู่ “Collective Action” โจทย์ต่อไปของสิ่งแวดล้อมไทย
เมื่อนำผลสำรวจทั้ง 6 มิติมาพิจารณาร่วมกัน NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่ การรับรู้ถึงความรุนแรงของสภาพอากาศ การเผชิญผลกระทบในชีวิตจริง การระบุปัญหาที่ใกล้ตัว การปรับพฤติกรรม ไปจนถึงความพร้อมที่จะมีส่วนร่วมกับมาตรการของภาครัฐ สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า “คนไทยตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมมากเพียงใด” แต่คือระบบนโยบายและกลไกทางเศรษฐกิจและสังคม จะสามารถรองรับความตระหนักและความพร้อมดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด เพราะการคัดแยกขยะ ลดพลาสติก ใช้ถุงผ้า ประหยัดพลังงาน หรือปลูกต้นไม้ เป็นจุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นในระดับบุคคล ขณะที่โจทย์อย่าง PM2.5 น้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน ตลอดจนผลกระทบต่อสุขภาพ ค่าครองชีพและรายได้ ล้วนเป็นปัญหาที่ต้องอาศัยการดำเนินงานในระดับนโยบายและความร่วมมือข้ามภาคส่วนควบคู่กันNIDA Environment Poll 2026 จึงไม่ได้สะท้อนเพียงแค่ “เสียงของประชาชนต่อสิ่งแวดล้อม” แต่ยังชี้ให้เห็นความท้าทายสำคัญว่า ประเทศไทยจะเปลี่ยนความตระหนักและความพร้อมของประชาชน ให้กลายเป็นพลังร่วมในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างไร
ทั้งนี้ คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกับศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 21–27 สิงหาคม 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และระดับรายได้ทั่วประเทศ ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) และสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยระบุค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05
เกี่ยวกับ NIDA Environment School ผู้จัดทำ NIDA Environment Poll
คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม นิด้า แหล่งเรียนรู้เพื่อการสร้างผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ก้าวสู่ปีที่ 12 บนรากฐานประสบการณ์ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมกว่า 30 ปี คณะฯ มุ่งสร้างบุคลากรและผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้าน การจัดการสิ่งแวดล้อม ศาสตร์และการจัดการความยั่งยืน และการจัดการการบินอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และการบริหารจัดการ เพื่อนำไปใช้ได้จริงทั้งในองค์กร ธุรกิจ และสังคม นอกจากการเรียนการสอนที่ NIDA กรุงเทพฯ แล้วยังเปิดสอนที่ ศูนย์การศึกษาที่จังหวัดระยอง เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้กับพื้นที่อุตสาหกรรมและเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม นิด้า เปิดผลสำรวจ NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนมุมมองคนไทยต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พบสัญญาณสำคัญว่า “ความตระหนัก” กำลังขยับไปสู่ “การลงมือทำ” เมื่อ 88.2% ระบุว่าได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ 71.7% พร้อมให้ความร่วมมือหากภาครัฐออกมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม คนไทยถึง 65.6% กลับคาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า สถานการณ์สิ่งแวดล้อมของประเทศมีแนวโน้มแย่ลง สะท้อนช่องว่างระหว่างความพร้อมของประชาชนกับความเชื่อมั่นต่อทิศทางการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ท่ามกลางความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่กำลังเปลี่ยนจาก “ประเด็นสิ่งแวดล้อม” ไปสู่ปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจ สุขภาพ รายได้ และคุณภาพชีวิต คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกับศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” จึงจัดทำ NIDA Environment Poll 2026 เพื่อสำรวจการรับรู้ ผลกระทบ พฤติกรรม และความพร้อมของคนไทยต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 21–27 สิงหาคม 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และระดับรายได้ทั่วประเทศ ด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) และการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยระบุค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ผลสำรวจในภาพรวมสะท้อนว่า คนไทยไม่ได้มองปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่รับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและจำนวนมากเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ขณะที่ความกังวลต่อสถานการณ์ในอนาคตยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนโจทย์สำคัญของภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสังคมในการต่อยอด “ความตระหนักของประชาชน” สู่การลงมือทำและการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง

หนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดจากผลสำรวจ คือ 71.6% ของคนไทยรู้สึกว่าสภาพอากาศในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา “รุนแรงขึ้น” แบ่งเป็น 42.60% ที่มองว่ารุนแรงขึ้นมาก และ 29.01% ที่เห็นว่ารุนแรงขึ้น ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า Climate Change สำหรับประชาชนจำนวนมากไม่ได้อยู่เพียงในระดับของข้อมูลหรือการรับรู้เชิงนามธรรม แต่เริ่มถูกสัมผัสผ่านประสบการณ์ในชีวิตจริง เมื่อถามถึง ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน พบว่า PM2.5 เป็นปัญหาอันดับหนึ่งที่ 31.22% ตามด้วยน้ำท่วม 19.62% คลื่นความร้อน 15.65% ภัยแล้ง 15.42% ขยะพลาสติก 9.31% การสูญเสียพื้นที่สีเขียว 6.26% น้ำเสีย 2.37% และการกัดเซาะชายฝั่ง 0.15% ข้อมูลชุดนี้สะท้อนมิติสำคัญของโจทย์สิ่งแวดล้อมไทย เพราะปัญหาที่ประชาชนให้ความสำคัญสูงสุดล้วนเชื่อมโยงโดยตรงกับชีวิตประจำวัน ตั้งแต่คุณภาพอากาศ สุขภาพ ภัยพิบัติ ไปจนถึงสภาพอากาศสุดขั้ว


เมื่อเจาะลึกถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลสำรวจพบว่า 66.18% ระบุว่าได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ ซึ่งสูงกว่าผลกระทบในมิติอื่นอย่างชัดเจน รองลงมา ได้แก่ ค่าครองชีพ 31.98% รายได้ 31.76% การเกษตร 28.55% พลังงาน 11.22% ความมั่นคงด้านอาหาร 9.16% การท่องเที่ยว 9.08% และทรัพย์สิน 5.04% โดยคำถามข้อนี้ผู้ตอบสามารถเลือกได้มากกว่า 1 ข้อ ตัวเลขดังกล่าวทำให้ภาพของ Climate Change ขยายออกจากกรอบ “สิ่งแวดล้อม” ไปสู่โจทย์ด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างชัดเจน เพราะเมื่อผลกระทบแตะทั้งสุขภาพ ค่าครองชีพ และรายได้ การรับมือกับ Climate Change จึงเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนโดยตรง

88.2% เริ่มปรับพฤติกรรม สิ่งแวดล้อมกำลังเปลี่ยนจาก “ความกังวล” สู่ “การลงมือทำ”
อีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจพบสัญญาณเชิงบวก เมื่อ 88.2% ของคนไทยระบุว่าได้ปรับพฤติกรรมเพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แบ่งเป็น 61.15% ที่ทำเป็นประจำ และ 27.09% ที่ทำเป็นครั้งคราว สำหรับพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำมากที่สุด ได้แก่ การคัดแยกขยะ 56.23% รองลงมาคือ ลดการใช้พลาสติก 48.79% ใช้ถุงผ้า 45.76% ประหยัดไฟฟ้า 40.92% และปลูกต้นไม้ 34.60% ผลสำรวจส่วนนี้จึงสะท้อนว่า คนไทยจำนวนมากไม่ได้หยุดอยู่เพียงการรับรู้ถึงปัญหา แต่เริ่มเปลี่ยนความตระหนักไปเป็นพฤติกรรมในชีวิตประจำวันแล้ว แม้พฤติกรรมส่วนใหญ่ยังเป็นการดำเนินการในระดับบุคคลก็ตาม โจทย์ถัดไปจึงอาจอยู่ที่การสร้างระบบและแรงจูงใจที่ทำให้การกระทำระดับบุคคลสามารถเชื่อมโยงไปสู่ผลลัพธ์ในระดับสังคมได้มากขึ้น

ประเด็นที่มีนัยสำคัญต่อการกำหนดนโยบาย คือ เมื่อถามถึงความร่วมมือหากภาครัฐมี มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น พบว่า 71.7% ของคนไทยมีความพร้อมในระดับสูง แบ่งเป็น 50.61% “พร้อมมาก” และ 21.07% “พร้อมมากที่สุด” อย่างไรก็ตาม เมื่อเปลี่ยนคำถามจาก “ความพร้อมของตัวเอง” ไปเป็น “ความพร้อมของประเทศ” ภาพกลับแตกต่างออกไป โดย 46.3% มองว่าประเทศไทยยัง “พร้อมน้อย” หรือ “ไม่พร้อมเลย” ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แบ่งเป็นพร้อมน้อย 24.05% และไม่พร้อมเลย 22.29% ความแตกต่างของสองตัวเลขนี้เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของผลสำรวจ เพราะในด้านหนึ่ง ประชาชนจำนวนมากระบุว่าตนพร้อมให้ความร่วมมือกับมาตรการที่เข้มข้นขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ยังมีประชาชนส่วนสำคัญที่มองว่าความพร้อมของประเทศในการรับมือกับ Climate Change อยู่ในระดับต่ำ ผลสำรวจยังสะท้อนองค์ประกอบที่ประชาชนมองว่าจำเป็นต่อการขับเคลื่อนประเทศ ได้แก่ นโยบายที่ชัดเจน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

แม้ประชาชนจำนวนมากจะเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมและพร้อมให้ความร่วมมือกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อถามถึงภาพอนาคต กลับพบความกังวลอย่างมีนัยสำคัญ 65.6% ของคนไทยคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยจะมีแนวโน้ม “แย่ลง” โดย 48.63% มองว่าจะแย่ลง และอีก 16.95% มองว่าจะแย่ลงมาก จึงเกิดเป็นภาพที่น่าสนใจของสังคมไทยในปี 2569 คือ ประชาชนรับรู้ปัญหาแล้ว ลงมือเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว และส่วนใหญ่พร้อมให้ความร่วมมือกับมาตรการที่เข้มข้นขึ้น แต่ยังไม่มั่นใจว่าอนาคตด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศจะดีขึ้น หากมองในเชิงนโยบาย ช่องว่างดังกล่าวเป็นโจทย์ที่ภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา ชุมชน และภาคประชาสังคมต้องร่วมกันตอบว่า จะทำอย่างไรให้ “ความพร้อมของประชาชน” ถูกต่อยอดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนสามารถมองเห็นและเชื่อมั่นได้ในระยะยาว
จาก “Individual Action” สู่ “Collective Action” โจทย์ต่อไปของสิ่งแวดล้อมไทย
เมื่อนำผลสำรวจทั้ง 6 มิติมาพิจารณาร่วมกัน NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่ การรับรู้ถึงความรุนแรงของสภาพอากาศ การเผชิญผลกระทบในชีวิตจริง การระบุปัญหาที่ใกล้ตัว การปรับพฤติกรรม ไปจนถึงความพร้อมที่จะมีส่วนร่วมกับมาตรการของภาครัฐ สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า “คนไทยตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมมากเพียงใด” แต่คือระบบนโยบายและกลไกทางเศรษฐกิจและสังคม จะสามารถรองรับความตระหนักและความพร้อมดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด เพราะการคัดแยกขยะ ลดพลาสติก ใช้ถุงผ้า ประหยัดพลังงาน หรือปลูกต้นไม้ เป็นจุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นในระดับบุคคล ขณะที่โจทย์อย่าง PM2.5 น้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน ตลอดจนผลกระทบต่อสุขภาพ ค่าครองชีพและรายได้ ล้วนเป็นปัญหาที่ต้องอาศัยการดำเนินงานในระดับนโยบายและความร่วมมือข้ามภาคส่วนควบคู่กันNIDA Environment Poll 2026 จึงไม่ได้สะท้อนเพียงแค่ “เสียงของประชาชนต่อสิ่งแวดล้อม” แต่ยังชี้ให้เห็นความท้าทายสำคัญว่า ประเทศไทยจะเปลี่ยนความตระหนักและความพร้อมของประชาชน ให้กลายเป็นพลังร่วมในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างไร
ทั้งนี้ คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกับศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 21–27 สิงหาคม 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และระดับรายได้ทั่วประเทศ ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) และสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยระบุค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05
เกี่ยวกับ NIDA Environment School ผู้จัดทำ NIDA Environment Poll
คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม นิด้า แหล่งเรียนรู้เพื่อการสร้างผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ก้าวสู่ปีที่ 12 บนรากฐานประสบการณ์ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมกว่า 30 ปี คณะฯ มุ่งสร้างบุคลากรและผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้าน การจัดการสิ่งแวดล้อม ศาสตร์และการจัดการความยั่งยืน และการจัดการการบินอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และการบริหารจัดการ เพื่อนำไปใช้ได้จริงทั้งในองค์กร ธุรกิจ และสังคม นอกจากการเรียนการสอนที่ NIDA กรุงเทพฯ แล้วยังเปิดสอนที่ ศูนย์การศึกษาที่จังหวัดระยอง เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้กับพื้นที่อุตสาหกรรมและเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนคนไทยห่วงอนาคตสิ่งแวดล้อม 65.6% มองอีก 10 ปีแย่ลง แม้ 88.2% เริ่มลงมือปรับพฤติกรรมแล้ว
วิทยาศาสตร์ ไอที เทคโนโลยี AI Android iOS HarmonyOS Windows Linux Internet Smart Phone Computer Application เว็บบอร์ด
วิทยาศาสตร์ ไอที เทคโนโลยี AI Android iOS HarmonyOS Windows Linux Internet Smart Phone Computer Application เว็บบอร์ด
- บีโอไอชู 4 ยุทธศาสตร์ยกระดับอิเล็กทรอนิกส์ไทย เผยลงทุน PCB-เซมิคอนดักเตอร์ทะยาน 1 ล้านล้านบาท (153 views)
- COLORFUL เปิดตัวเมนบอร์ด iGame X870E VULCAN W OC (172 views)
- Kioxia เปิดตัว SSD ระดับองค์กร PCIe ® 6.0 รุ่นแรกที่ใช้หน่วยความจำแฟลช BiCS FLASH™ รุ่นที่ 10 ล่าสุด (158 views)
- COLORFUL เปิดตัวแล็ปท็อป Rimbook L1 Plus (202 views)
- COLORFUL เปิดตัวเมนบอร์ด iGame B850I MINI OC V14 (213 views)
- เอเซอร์เปิดตัว TravelMate P6 14 AI เบาไม่ถึง 1 กก. พร้อมพีซีอัจฉริยะเพื่อออฟฟิศยุคใหม่ (918 views)
- COLORFUL เปิดตัวโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง iGame M15 และ M16 Origo รุ่นใหม่ในงาน COMPUTEX 2026 (397 views)
- เอเซอร์เปิดไลน์อัป Copilot+ PC ปี 2026 แท็กทีม Swift และ Aspire ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ (339 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
