ไทรอยด์ขึ้นตา ... ดูแลอย่างไร ให้ดวงตายังสดใส พร้อมกฎเหล็กที่ต้องจำ
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 48
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:00 pm
ไทรอยด์ขึ้นตา ... ดูแลอย่างไร ให้ดวงตายังสดใส พร้อมกฎเหล็กที่ต้องจำ
กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) เตือนประชาชนว่า อาการตาโปน เป็นสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อมีอาการร่วม เช่น ตาแดง ตาแห้ง ระคายเคืองตา เห็นภาพซ้อน หรือการมองเห็นลดลง เนื่องจากอาจเป็นอาการของ ภาวะไทรอยด์ขึ้นตา (Thyroid Eye Disease; TED) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน และเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะตาโปนในผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม ภาวะตาโปนอาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น การติดเชื้อในเบ้าตา เนื้องอก ความผิดปกติของหลอดเลือด หรือการบาดเจ็บ ดังนั้น ผู้ที่มีอาการตาโปนควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยจักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม
นพ.พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ภาวะไทรอยด์ขึ้นตาเป็นโรคที่เกิดจาก ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งมักพบร่วมกับโรคเกรฟส์ (Graves' disease) โดยแอนติบอดีในร่างกายจะไปกระตุ้นตัวรับฮอร์โมนกระตุ้นต่อมไทรอยด์ (TSH receptor) ทั้งที่ต่อมไทรอยด์และเนื้อเยื่อรอบดวงตา ส่งผลให้เกิดการอักเสบ การสะสมของสารไกลโคซามิโนไกลแคน (glycosaminoglycans) และการเพิ่มปริมาณไขมันในเบ้าตา รวมทั้งทำให้กล้ามเนื้อตาหนาตัว ส่งผลให้ลูกตาถูกดันออกมาด้านหน้า เกิดอาการตาโปน หนังตารั้งและอาจมีภาพซ้อนร่วมด้วย ทั้งนี้ภาวะไทรอยด์ขึ้นตา ไม่ได้เกิดจากระดับฮอร์โมนไทรอยด์ที่สูงเพียงอย่างเดียว และผู้ป่วยบางรายอาจเกิดโรคได้แม้ว่าระดับฮอร์โมนไทรอยด์จะอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือได้รับการรักษาแล้ว
นายแพทย์กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผอ.รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวว่า การควบคุมโรคไทรอยด์ให้มีระดับฮอร์โมนอยู่ในเกณฑ์ปกติอย่างสม่ำเสมอเป็นส่วนสำคัญในการดูแลผู้ป่วย ภาวะที่ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ผันผวน เช่น การหยุดยาเอง หรือการปรับยาโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ อาจส่งผลให้โรคกำเริบและเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบดวงตาได้ ในผู้ป่วยบางราย การอักเสบของเนื้อเยื่อในเบ้าตาอาจรุนแรงจนกดทับเส้นประสาทตา (Dysthyroid Optic Neuropathy) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางจักษุวิทยา หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้
นพ.สรรเสริญ วัฒนะพานิช นายแพทย์ปฏิบัติการ รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาวะไทรอยด์ขึ้นตาส่งผลกระทบต่อดวงตาได้หลายลักษณะ ตั้งแต่ตาแห้ง ระคายเคือง ตาแดง หนังตารั้ง ตาโปน ไปจนถึงอาการเห็นภาพซ้อนจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา และในรายที่รุนแรงอาจเกิดการกดทับเส้นประสาทตา ส่งผลให้การมองเห็นลดลงอย่างถาวรได้ การรักษาแบ่งเป็น 2 ระยะหลัก
1. ระยะอักเสบ (Active phase) เป็นช่วงที่มีการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบดวงตาและอาการยังเปลี่ยนแปลงได้ การรักษาจะมุ่งเน้นการลดการอักเสบ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และบรรเทาอาการ โดยใช้น้ำตาเทียมเพื่อลดอาการตาแห้งและระคายเคือง ร่วมกับการควบคุมโรคไทรอยด์อย่างเหมาะสม ในผู้ป่วยที่มีการอักเสบรุนแรงหรือมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น อาจพิจารณาให้ยากดการอักเสบ เช่น ยาสเตียรอยด์ทางหลอดเลือดดำ หรือยาชีวภาพตามข้อบ่งชี้ ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์และแพทย์อายุรกรรมต่อมไร้ท่อ
2. ระยะโรคนิ่ง (Inactive phase) เมื่อการอักเสบสงบลงและโรคคงที่แล้ว จึงอาจพิจารณาการผ่าตัดฟื้นฟูตามความจำเป็น เช่น การผ่าตัดลดความโปนของลูกตา (Orbital decompression) การผ่าตัดแก้ไขตาเขเพื่อลดอาการเห็นภาพซ้อน และการผ่าตัดแก้ไขเปลือกตา เพื่อเพิ่มการปิดตาและความสวยงาม โดยลำดับการรักษาจะพิจารณาตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
นอกจากนี้ ผู้ป่วยควร งดสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด เนื่องจากการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้โรครุนแรงขึ้น เพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และทำให้การตอบสนองต่อการรักษาลดลง สำหรับการดูแลดวงตาในชีวิตประจำวัน แนะนำให้ใช้น้ำตาเทียมเมื่อมีอาการตาแห้ง สวมแว่นกันแดดเมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง และรับประทานยาควบคุมโรคไทรอยด์ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มมีอาการทางตาก่อนที่จะทราบว่าตนเองเป็นโรคไทรอยด์ ดังนั้น หากมีอาการตาโปน ตาแดง ตาแห้ง เห็นภาพซ้อน ตามัว หรือปวดตาเมื่อกลอกตา ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย รวมถึงตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์และประเมินความรุนแรงของโรค เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นในระยะยาว

นายแพทย์กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผอ.รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวว่า การควบคุมโรคไทรอยด์ให้มีระดับฮอร์โมนอยู่ในเกณฑ์ปกติอย่างสม่ำเสมอเป็นส่วนสำคัญในการดูแลผู้ป่วย ภาวะที่ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ผันผวน เช่น การหยุดยาเอง หรือการปรับยาโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ อาจส่งผลให้โรคกำเริบและเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบดวงตาได้ ในผู้ป่วยบางราย การอักเสบของเนื้อเยื่อในเบ้าตาอาจรุนแรงจนกดทับเส้นประสาทตา (Dysthyroid Optic Neuropathy) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางจักษุวิทยา หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้
นพ.สรรเสริญ วัฒนะพานิช นายแพทย์ปฏิบัติการ รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาวะไทรอยด์ขึ้นตาส่งผลกระทบต่อดวงตาได้หลายลักษณะ ตั้งแต่ตาแห้ง ระคายเคือง ตาแดง หนังตารั้ง ตาโปน ไปจนถึงอาการเห็นภาพซ้อนจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา และในรายที่รุนแรงอาจเกิดการกดทับเส้นประสาทตา ส่งผลให้การมองเห็นลดลงอย่างถาวรได้ การรักษาแบ่งเป็น 2 ระยะหลัก
1. ระยะอักเสบ (Active phase) เป็นช่วงที่มีการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบดวงตาและอาการยังเปลี่ยนแปลงได้ การรักษาจะมุ่งเน้นการลดการอักเสบ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และบรรเทาอาการ โดยใช้น้ำตาเทียมเพื่อลดอาการตาแห้งและระคายเคือง ร่วมกับการควบคุมโรคไทรอยด์อย่างเหมาะสม ในผู้ป่วยที่มีการอักเสบรุนแรงหรือมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น อาจพิจารณาให้ยากดการอักเสบ เช่น ยาสเตียรอยด์ทางหลอดเลือดดำ หรือยาชีวภาพตามข้อบ่งชี้ ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์และแพทย์อายุรกรรมต่อมไร้ท่อ
2. ระยะโรคนิ่ง (Inactive phase) เมื่อการอักเสบสงบลงและโรคคงที่แล้ว จึงอาจพิจารณาการผ่าตัดฟื้นฟูตามความจำเป็น เช่น การผ่าตัดลดความโปนของลูกตา (Orbital decompression) การผ่าตัดแก้ไขตาเขเพื่อลดอาการเห็นภาพซ้อน และการผ่าตัดแก้ไขเปลือกตา เพื่อเพิ่มการปิดตาและความสวยงาม โดยลำดับการรักษาจะพิจารณาตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
นอกจากนี้ ผู้ป่วยควร งดสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด เนื่องจากการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้โรครุนแรงขึ้น เพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และทำให้การตอบสนองต่อการรักษาลดลง สำหรับการดูแลดวงตาในชีวิตประจำวัน แนะนำให้ใช้น้ำตาเทียมเมื่อมีอาการตาแห้ง สวมแว่นกันแดดเมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง และรับประทานยาควบคุมโรคไทรอยด์ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มมีอาการทางตาก่อนที่จะทราบว่าตนเองเป็นโรคไทรอยด์ ดังนั้น หากมีอาการตาโปน ตาแดง ตาแห้ง เห็นภาพซ้อน ตามัว หรือปวดตาเมื่อกลอกตา ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย รวมถึงตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์และประเมินความรุนแรงของโรค เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นในระยะยาว
ไทรอยด์ขึ้นตา ... ดูแลอย่างไร ให้ดวงตายังสดใส พร้อมกฎเหล็กที่ต้องจำ
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- รู้ทัน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) รู้ไว โอกาสหายขาดได้สูง (1 views)
- แพทย์เตือน จุดรับภาพชัดเสื่อม ภัยเงียบผู้สูงวัย “รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดเสี่ยงสูญเสียการมองเห็น” (1 views)
- แพทย์เตือน โรคเบอร์เกอร์ (Buerger’s Disease) ภัยจากบุหรี่ เสี่ยงสูญเสียอวัยวะ (1 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (194 views)
- ไข้ลด... แต่อาการแย่ลง! สัญญาณเตือนภัยวิกฤต "ไข้เลือดออก" (152 views)
- อย. ชี้แจง ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm จัดเป็นเครื่องสำอาง ใช้ได้ตามปกติ พร้อมแจงยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm (151 views)
- กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง (154 views)
- จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา (152 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
