สคส. เคลียร์ชัด! ติดกล้อง CCTV ไม่ได้หมายความว่าผิด PDPA ทุกกรณี
- fh400 ออฟไลน์
- โพสต์: 736
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 31 ม.ค. 2011 3:34 pm
สคส. เคลียร์ชัด! ติดกล้อง CCTV ไม่ได้หมายความว่าผิด PDPA ทุกกรณี
สคส. เคลียร์ชัด! ติดกล้อง CCTV ไม่ได้หมายความว่าผิด PDPA ทุกกรณี
ย้ำใช้เพื่อดูแลชีวิต–ทรัพย์สิน ใช้เป็นหลักฐานอุบัติเหตุหรือคดีได้
แต่ต้องไม่ใช้ภาพละเมิดสิทธิผู้อื่นเกินสมควร
ย้ำใช้เพื่อดูแลชีวิต–ทรัพย์สิน ใช้เป็นหลักฐานอุบัติเหตุหรือคดีได้
แต่ต้องไม่ใช้ภาพละเมิดสิทธิผู้อื่นเกินสมควร

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ สคส. ชี้แจงว่า การกล่าวอ้างว่าเพียงติดกล้องภายในบ้านแล้วหันออกไปเห็นถนนหรือพื้นที่สาธารณะ จะถือว่าผิด PDPA และถูกปรับหลักล้านบาทนั้น ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย หากเป็นการติดตั้งภายในเคหสถานหรือที่พักส่วนตัว เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองหรือบุคคลในครอบครัว ซึ่งเข้าข่ายการใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัวตามมาตรา 4 (1) และไม่อยู่ภายใต้การบังคับใช้ของ PDPA
"สคส. ขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก การติดตั้งกล้องวงจรปิดในบ้านหรือที่พักส่วนตัวเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ได้หมายความว่าหากกล้องหันออกไปเห็นถนนหรือพื้นที่สาธารณะแล้วจะผิด PDPA หรือถูกปรับเป็นเงินหลักล้านบาททันที เรื่องดังกล่าวต้องพิจารณาจากวัตถุประสงค์และลักษณะของการนำข้อมูลไปใช้ด้วย"
ทั้งนี้ มาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดข้อยกเว้นสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลธรรมดา เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น ดังนั้น หากประชาชนติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบ้านหรือที่พักส่วนตัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้พักอาศัย หรือเพื่อใช้เป็นหลักฐานหากเกิดอุบัติเหตุหรือคดีความ ย่อมเข้าลักษณะการใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัว และไม่อยู่ภายใต้การบังคับใช้ของ PDPA ตามมาตรา 4 (1)
อย่างไรก็ตาม สคส. ย้ำว่า "ได้รับยกเว้นจาก PDPA ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำภาพจากกล้องไปใช้อย่างไรก็ได้" ผู้ติดตั้งกล้องควรใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อกล้องสามารถบันทึกภาพบุคคลอื่นบนถนน ทางสาธารณะ หรือพื้นที่ภายนอกบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานหรือเผยแพร่ภาพในลักษณะที่เป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่นเกินสมควร รวมถึงต้องระมัดระวังไม่ให้การนำภาพไปใช้เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอื่น
ตัวอย่างเช่น การนำภาพจาก CCTV ไปเผยแพร่เพื่อโจมตี ทำให้บุคคลอื่นเสียชื่อเสียง หรือเผยแพร่ภาพที่กระทบต่อสิทธิและความเป็นส่วนตัว อาจต้องพิจารณาตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ประมวลกฎหมายอาญา พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความรับผิดฐานละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แล้วแต่ข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญที่ประชาชนควรทำความเข้าใจคือ กฎหมายแยกกรณี "กล้องที่บ้านเพื่อประโยชน์ส่วนตัว" ออกจาก "กล้องที่ติดตั้งเพื่อการประกอบธุรกิจหรือโดยองค์กร" อย่างชัดเจน โดยกรณีหลังจะไม่ได้รับข้อยกเว้นเช่นเดียวกับการติดกล้องภายในบ้าน
สำหรับการติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยหน่วยงานของรัฐ บริษัท สมาคม มูลนิธิ องค์กรเอกชน นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร รวมถึงพื้นที่ประกอบกิจการหรือธุรกิจ เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า โรงแรม หอพัก โรงงาน สถานพยาบาล หรือสถานประกอบการอื่น ไม่ว่าจะดำเนินการโดยนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา หากเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลในฐานะ "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" จะไม่ได้รับข้อยกเว้นตามมาตรา 4 (1) และต้องปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA
โดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล การจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม การดำเนินการเมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และการมีฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ซึ่งหากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ก็อาจเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมายและมีโทษทางปกครองได้
"หัวใจสำคัญของ PDPA ไม่ใช่การปิดกั้นการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน แต่คือการสร้างความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากข้อมูลกับการคุ้มครองสิทธิของบุคคลอื่น กล้องวงจรปิดยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันเหตุและสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยของสังคม สิ่งที่ต้องระวังคือการนำภาพหรือข้อมูลที่ได้จากกล้องไปใช้ต่อ โดยเฉพาะการเผยแพร่ต่อสาธารณะ ต้องคำนึงถึงสิทธิ ความจำเป็น และผลกระทบต่อบุคคลอื่นด้วย" พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าว
สคส. จึงขอให้ประชาชนแยกแยะข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะข้อความที่ระบุในลักษณะเหมารวมว่า "ติดกล้อง CCTV หันออกถนน = ผิด PDPA และถูกปรับหลักล้าน" ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะการพิจารณาตามกฎหมายต้องดูทั้งผู้ที่ติดตั้ง วัตถุประสงค์ในการเก็บภาพ และลักษณะการนำข้อมูลไปใช้หรือเปิดเผยเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ สคส. พร้อมเดินหน้าสื่อสารสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้กล้องวงจรปิดและ PDPA ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เทคโนโลยีในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมั่นใจ ควบคู่ไปกับการเคารพสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น
ณัฐกร ลีนุกูล (น้องนัชชา)
Nattakorn Leenukul
PR Excutive
Four Hundred Co.,Ltd
E-mail : nattakorn@4h.co.th
Nattakorn Leenukul
PR Excutive
Four Hundred Co.,Ltd
E-mail : nattakorn@4h.co.th
สคส. เคลียร์ชัด! ติดกล้อง CCTV ไม่ได้หมายความว่าผิด PDPA ทุกกรณี
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ข่าวอบรม สัมนา งานแสดงสินค้า โปรโมชั่น แคมเปญ
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ข่าวอบรม สัมนา งานแสดงสินค้า โปรโมชั่น แคมเปญ
- โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดบ้าน "ไตใหม่ ชีวิตใหม่" ชูความเป็นเลิศด้านการดูแลรักษาโรคไตแบบครบวงจร (0 views)
- เมื่อ "บ้าน" ของคนรุ่นใหม่เริ่มต้นที่ "ห้อง" โฮมโปรบุกตลาดคนรุ่นใหม่ ลุยจัดจำหน่ายแบรนด์ "SNAZZ" (0 views)
- ททท. เปิดตัว E-Guide Book “Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน” (1 views)
- "Bangkok Auto Salon 2026" เดือดทั้งรถทั้งของแต่ง รวมรถแรงจากค่ายชั้นนำ พร้อมเทรนด์และอุปกรณ์แต่งรถ (4 views)
- สคส. มุ่งพัฒนาบุคลากรต่อเนื่อง ผ่านการสอบวัดผลยกระดับเจ้าหน้าที่ PDPC ให้พร้อมคุ้มครองสิทธิประชาชนอย่างเข้มข้น (7 views)
- สวธ. จัด THAI CULTURE SDGs FORUM & AWARDS 2026 (5 views)
- J&T Express ต้อนรับคณะผู้แทนธุรกิจแฟชั่นและความงามจีน ชูศักยภาพโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานไทย (2 views)
- เปิดโลกเทคโนโลยีกับ AI & Robot Camp 2026: กิจกรรมเสริมทักษะ Coding และ AI นอกห้องเรียน (6 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
