โรคฮีทสโตรกในเด็ก ภัยร้ายในหน้าร้อนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 60
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:00 pm
โรคฮีทสโตรกในเด็ก ภัยร้ายในหน้าร้อนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม
กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เผยเมื่อถึงฤดูร้อน อุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็กๆ โดยเฉพาะโรค “ฮีทสโตรก” หรือภาวะลมแดด ซึ่งเกิดจากร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกินไปจนไม่สามารถควบคุมได้ ภาวะนี้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทีรุนแรงถึงชีวิต ดังนั้นการรู้เท่าทันโรคฮีทสโตรกจึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ปกครอง
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดดเป็นภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส จากการสัมผัสอากาศร้อนหรือออกกำลังกายหนักในที่ร้อน ทำให้ร่างกายไม่สามารถปรับตัวลดอุณหภูมิให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่งผลเสียต่อระบบประสาท หัวใจ และไต เป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ เด็กเล็กมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากร่างกายยังไม่สามารถปรับตัวต่อความร้อนได้ดี อาจสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกายจากความร้อนได้ง่าย นอกจากนี้เด็กเล็กยังมักไม่สามารถบอกอาการผิดปกติของตนเองได้ชัดเจน จึงอาจทำให้เกิดการช่วยเหลือที่ล่าช้า
นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ปกครองควรสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กเวลาอยู่ในสถานที่อากาศร้อน เช่น หน้าแดง ตัวร้อนจัดแต่เหงื่อไม่ออก อ่อนเพลีย หายใจเร็ว การปฐมพยาบาลเบื้องต้นควรรีบนำเด็กไปในบริเวณที่ร่ม
มีอากาศถ่ายเท คลายเสื้อผ้าให้โปร่ง ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว เปิดพัดหรือใช้พัดลมช่วยระบายความร้อน หากเด็กยังมีสติอยู่บ้าง ควรให้เด็กได้จิบน้ำบ่อยๆ และรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที การรักษาจะเน้นการลดอุณหภูมิของร่างกายให้เร็วที่สุด และเฝ้าระวังระบบอวัยวะต่างๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ โรคฮีทสโตรกในเด็กเป็นภาวะที่สามารถป้องกันได้โดยในวันที่อากาศร้อนมาก ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ สวมชุดเสื้อผ้าที่โปร่งสบาย เลือกสีอ่อนๆ ลดหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงหรือใช้กำลังกลางแจ้งและในช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัด สวมหมวกหรือใช้ร่มเมื่ออยู่ในที่กลางแจ้ง ไม่ควรทิ้งเด็กไว้ในรถที่จอดกลางแดด และไม่ให้ควรเด็กอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน การมีความรู้เกี่ยวกับสัญญาณเตือน การปฐมพยาบาลและการป้องกันที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงนี้และรักษาความปลอดภัยให้กับลูกหลานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ปกครองควรสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กเวลาอยู่ในสถานที่อากาศร้อน เช่น หน้าแดง ตัวร้อนจัดแต่เหงื่อไม่ออก อ่อนเพลีย หายใจเร็ว การปฐมพยาบาลเบื้องต้นควรรีบนำเด็กไปในบริเวณที่ร่ม
มีอากาศถ่ายเท คลายเสื้อผ้าให้โปร่ง ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว เปิดพัดหรือใช้พัดลมช่วยระบายความร้อน หากเด็กยังมีสติอยู่บ้าง ควรให้เด็กได้จิบน้ำบ่อยๆ และรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที การรักษาจะเน้นการลดอุณหภูมิของร่างกายให้เร็วที่สุด และเฝ้าระวังระบบอวัยวะต่างๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ โรคฮีทสโตรกในเด็กเป็นภาวะที่สามารถป้องกันได้โดยในวันที่อากาศร้อนมาก ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ สวมชุดเสื้อผ้าที่โปร่งสบาย เลือกสีอ่อนๆ ลดหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงหรือใช้กำลังกลางแจ้งและในช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัด สวมหมวกหรือใช้ร่มเมื่ออยู่ในที่กลางแจ้ง ไม่ควรทิ้งเด็กไว้ในรถที่จอดกลางแดด และไม่ให้ควรเด็กอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน การมีความรู้เกี่ยวกับสัญญาณเตือน การปฐมพยาบาลและการป้องกันที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงนี้และรักษาความปลอดภัยให้กับลูกหลานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โรคฮีทสโตรกในเด็ก ภัยร้ายในหน้าร้อนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- รู้จักกับภาวะเส้นเลือดอักเสบที่ผิวหนัง (Leukocytoclastic Vasculitis): จุดแดงตามขาที่ห้ามมองข้าม (4 views)
- สถาบันประสาทวิทยาแนะประชาชนตื่นตัวในการป้องกันตนเองจากโรคหลอดเลือดสมองซึ่งมีแนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้นทุกปี (5 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (71 views)
- ปิดเทอมกลางนี้ หมอเด็กแนะวิธีดูแลสุขภาพกายและใจที่ดีมาบอก (44 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (49 views)
- แพทย์ผิวหนังแนะนำวิธีการดูแลผิวหนังเมื่อเกิดอุทกภัย น้ำท่วม (45 views)
- แพทย์เตือนระวัง!! โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (91 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (63 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
