7 โรคผิวหนังที่ต้องเฝ้าระวังช่วงหน้าฝน
- BeemLAB ออฟไลน์
- โพสต์: 131
- ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 18 ก.พ. 2009 5:23 pm
7 โรคผิวหนังที่ต้องเฝ้าระวังช่วงหน้าฝน
สถาบันโรคผิวหนังเผยช่วงฤดูฝน ความชื้นในอากาศจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เชื้อรา แบคทีเรีย และแมลงพาหะเจริญเติบโตได้ดี อีกทั้งประชาชนส่วนใหญ่ยังคงต้องเดินทางออกนอกบ้าน อาจต้องลุยฝน ลุยน้ำ หรือสวมใส่เสื้อผ้าที่เปียกชื้นเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เอื้อต่อการเกิดโรคผิวหนังหลายชนิดได้ง่ายขึ้น หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ

นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่า ฤดูฝนเป็นช่วงที่มีความร้อนอบอ้าวและความชื้นสูง ร่วมกับเหงื่อและเสื้อผ้าเปียกชื้น อาจกระตุ้นให้เกิดโรคผิวหนังต่าง ๆ ได้ เช่น โรคน้ำกัดเท้า โรคกลาก โรคผิวหนังอักเสบ จากภูมิแพ้ ผื่นจากแมลงสัตว์กัดต่อย โรคเท้ามีกลิ่นเหม็น สิวเห่อ และโรคผื่นกุหลาบ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและสังเกตอาการผิดปกติของผิวหนังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบอบบางหรือมีโรคประจำตัว แนวทางการป้องกันโรคผิวหนังในฤดูฝน ได้แก่ การอาบน้ำ สระผม และทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังจากเปียกฝน หมั่นล้างมือ ล้างเท้าหลังลุยน้ำด้วยสบู่และน้ำสะอาด แล้วเช็ดให้แห้งสนิทอยู่เสมอ สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด แห้ง ไม่อับชื้น และเลือกเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หากมีอาการผิดปกติ เช่น คัน แสบ แดง หรือมีผื่น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสม
นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคผิวหนังที่พบบ่อยในฤดูฝนมีทั้งจากเชื้อรา แบคทีเรีย และปฏิกิริยาภูมิแพ้ โดยเฉพาะโรคน้ำกัดเท้า กลาก ซึ่งมักเกิดในบริเวณอับชื้น เช่น ซอกนิ้วเท้า ขาหนีบ หรือก้น ความอับชื้นจากถุงเท้าและรองเท้าหลังลุยน้ำเป็นสาเหตุสำคัญ นอกจากนี้ โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ก็สามารถกำเริบได้ง่ายเมื่อผิวระบายเหงื่อไม่ดีหรือเกิดการเสียดสีร่วมด้วยโรคเท้ามีกลิ่นเหม็นเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยในฤดูฝน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่หนังเท้าชั้นนอก ร่วมกับปัจจัยเสริมอื่น เช่น ความอับชื้น น้ำหนักตัวมาก หรือโรคเบาหวาน อาการอาจมีลักษณะเป็นขุย ผิวลอก หรือเห็นรูพรุนเล็ก ๆ บริเวณฝ่าเท้า นอกจากนี้ยังมีโรคผิวหนังอักเสบจากแมลงสัตว์ กัดต่อย ซึ่งแมลงบางชนิด เช่น ด้วงก้นกระดก หรือแมลงดูดเลือด อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือแพ้สัมผัส โดยบางรายอาจมีอาการรุนแรงจนต้องพบแพทย์
พญ.นันท์นภัส โปวอนุสรณ์ นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนยังพบปัญหาสิวเห่อเพิ่มขึ้นจากความชื้นและความร้อนที่ส่งผลต่อการเปิดของรูขุมขน การเจริญของเชื้อแบคทีเรีย และการผลิตไขมันบนใบหน้า นอกจากนี้ยังควรเฝ้าระวังโรคผื่นกุหลาบ ซึ่งเป็นผื่นผิวหนังเฉียบพลันที่อาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส ผื่นมีลักษณะเป็นวงรีหรือกลม กระจายตามแนวผิวหนังคล้ายลายต้นสน ทั้งสองภาวะนี้สามารถรักษาได้ด้วยยาที่เหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อสุขภาพผิวที่ดีในช่วงฤดูฝน ขอให้ประชาชนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาความสะอาดของร่างกาย การเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม และการเฝ้าระวังความผิดปกติของผิวหนังอยู่เสมอ หากพบอาการที่ไม่พึงประสงค์ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่า ฤดูฝนเป็นช่วงที่มีความร้อนอบอ้าวและความชื้นสูง ร่วมกับเหงื่อและเสื้อผ้าเปียกชื้น อาจกระตุ้นให้เกิดโรคผิวหนังต่าง ๆ ได้ เช่น โรคน้ำกัดเท้า โรคกลาก โรคผิวหนังอักเสบ จากภูมิแพ้ ผื่นจากแมลงสัตว์กัดต่อย โรคเท้ามีกลิ่นเหม็น สิวเห่อ และโรคผื่นกุหลาบ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและสังเกตอาการผิดปกติของผิวหนังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบอบบางหรือมีโรคประจำตัว แนวทางการป้องกันโรคผิวหนังในฤดูฝน ได้แก่ การอาบน้ำ สระผม และทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังจากเปียกฝน หมั่นล้างมือ ล้างเท้าหลังลุยน้ำด้วยสบู่และน้ำสะอาด แล้วเช็ดให้แห้งสนิทอยู่เสมอ สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด แห้ง ไม่อับชื้น และเลือกเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หากมีอาการผิดปกติ เช่น คัน แสบ แดง หรือมีผื่น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสม
นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคผิวหนังที่พบบ่อยในฤดูฝนมีทั้งจากเชื้อรา แบคทีเรีย และปฏิกิริยาภูมิแพ้ โดยเฉพาะโรคน้ำกัดเท้า กลาก ซึ่งมักเกิดในบริเวณอับชื้น เช่น ซอกนิ้วเท้า ขาหนีบ หรือก้น ความอับชื้นจากถุงเท้าและรองเท้าหลังลุยน้ำเป็นสาเหตุสำคัญ นอกจากนี้ โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ก็สามารถกำเริบได้ง่ายเมื่อผิวระบายเหงื่อไม่ดีหรือเกิดการเสียดสีร่วมด้วยโรคเท้ามีกลิ่นเหม็นเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยในฤดูฝน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่หนังเท้าชั้นนอก ร่วมกับปัจจัยเสริมอื่น เช่น ความอับชื้น น้ำหนักตัวมาก หรือโรคเบาหวาน อาการอาจมีลักษณะเป็นขุย ผิวลอก หรือเห็นรูพรุนเล็ก ๆ บริเวณฝ่าเท้า นอกจากนี้ยังมีโรคผิวหนังอักเสบจากแมลงสัตว์ กัดต่อย ซึ่งแมลงบางชนิด เช่น ด้วงก้นกระดก หรือแมลงดูดเลือด อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือแพ้สัมผัส โดยบางรายอาจมีอาการรุนแรงจนต้องพบแพทย์
พญ.นันท์นภัส โปวอนุสรณ์ นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนยังพบปัญหาสิวเห่อเพิ่มขึ้นจากความชื้นและความร้อนที่ส่งผลต่อการเปิดของรูขุมขน การเจริญของเชื้อแบคทีเรีย และการผลิตไขมันบนใบหน้า นอกจากนี้ยังควรเฝ้าระวังโรคผื่นกุหลาบ ซึ่งเป็นผื่นผิวหนังเฉียบพลันที่อาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส ผื่นมีลักษณะเป็นวงรีหรือกลม กระจายตามแนวผิวหนังคล้ายลายต้นสน ทั้งสองภาวะนี้สามารถรักษาได้ด้วยยาที่เหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อสุขภาพผิวที่ดีในช่วงฤดูฝน ขอให้ประชาชนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาความสะอาดของร่างกาย การเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม และการเฝ้าระวังความผิดปกติของผิวหนังอยู่เสมอ หากพบอาการที่ไม่พึงประสงค์ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
7 โรคผิวหนังที่ต้องเฝ้าระวังช่วงหน้าฝน
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ไข้ลด... แต่อาการแย่ลง! สัญญาณเตือนภัยวิกฤต "ไข้เลือดออก" (76 views)
- อย. ชี้แจง ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm จัดเป็นเครื่องสำอาง ใช้ได้ตามปกติ พร้อมแจงยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm (78 views)
- กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง (88 views)
- จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา (79 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (104 views)
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (89 views)
- รู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (63 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเมื่อมีอาการชักจากไข้ (65 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Baidu [Spider], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
