“แผลที่กระจกตา” เป็นปัญหาสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 982
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 03 เม.ย. 2009 11:48 am
“แผลที่กระจกตา” เป็นปัญหาสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กรมการแพทย์ ชี้ “แผลที่กระจกตา” เป็นภาวะที่เกิดจากกระจกตาเกิดการอักเสบหรือมีบาดแผล ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดไม่ว่าจะเป็นการใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน การใส่คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี หรือใส่ค้างคืนหรือการขยี้ตารุนแรงก็อาจเป็นสาเหตุได้ นอกจากนี้ผู้ที่มีภาวะตาแห้งหรือภูมิแพ้อาจมีความเสี่ยง นอกจากนี้เศษฝุ่น ทราย โลหะเล็ก ๆ อาจนำไปสู่การอักเสบและติดเชื้อได้
นพ.ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึง ปัจจุบันการใส่คอนแทคเลนส์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในด้านความสวยงามและการแก้ไขสายตา อย่างไรก็ตาม การใช้คอนแทคเลนส์อย่างไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการใส่ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใส่เลนส์นานเกินไปโดยไม่ถอดพัก หรือไม่รักษาความสะอาดอย่างเหมาะสมอาจก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงต่อดวงตา เช่น "แผลที่กระจกตา" ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความเข้าใจและดูแลอย่างถูกวิธี แนะหากมีอาการปวดตา แสบตา ตามัวลง แพ้แสง น้ำตาไหล ตาแดง ควรรีบพบจักษุแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้
นพ.กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวว่า กระจกตาเป็นส่วนที่อยู่ด้านหน้าสุดของลูกตา มีหน้าที่รับแสงและโฟกัสภาพเข้าสู่จอประสาทตา เมื่อกระจกตาเกิดบาดแผล ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นทันที สาเหตุหลักของการเกิดแผลที่กระจกตาที่พบบ่อยคือ การติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียที่มากับคอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาด ซึ่งมักพบในผู้ที่มีบาดแผลที่กระจกตาอยู่ก่อนแล้ว นอกจากนี้ยังมีการบาดเจ็บทางกายภาพ เช่น เศษฝุ่น หรือวัตถุแปลกปลอมเข้าตา ซึ่งอาจนำไปสู่การอักเสบและติดเชื้อในที่สุด
นพ.วีรภัทร อุดมวงศ์ จักษุแพทย์ด้านกระจกตาและการแก้ไขสายตาผิดปกติ กล่าวเสริมว่า การใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน หรือไม่ถอดเลนส์เลยทั้งวันทั้งคืน โดยเฉพาะใส่นอน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดแผลที่กระจกตา เนื่องจากกระจกตาจะขาดออกซิเจนและความชื้น นำไปสู่การเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวกระจกตา เกิดแผลถลอกที่กระจกตา เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียและอะมีบาในน้ำที่ไม่สะอาด ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลลุกลามได้อย่างรวดเร็ว และรุนแรงถึงขั้นตาบอดถาวรได้ การรักษาแผลที่กระจกตาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของแผล หากเป็นแผลตื้นจากการระคายเคืองหรือการขีดข่วนเล็กน้อย อาจใช้ยาฆ่าเชื้อหยอดตาร่วมกับน้ำตาเทียม และแนะนำให้พักการใช้คอนแทคเลนส์จนกว่าแผลจะหายสนิท แต่หากเป็นแผลติดเชื้อหรือแผลลึก จักษุแพทย์จะต้องตรวจเชื้อและให้ยาฆ่าเชื้อที่จำเพาะมากขึ้น และหยอดบ่อยขึ้น ซึ่งหากกระจกตาเกิดเสียหายรุนแรงถึงขั้นพร่ามัวถาวร อาจพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา การเกิดแผลที่กระจกตาเป็นปัญหาสุขภาพตาที่ควรใส่ใจ หากละเลยอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญการใส่คอนแทคเลนส์อย่างปลอดภัยควรมีวินัยในการใช้งาน ถอดล้างและแช่น้ำยาอย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงการใส่ข้ามคืน และไม่ควรใส่เลนส์นานเกินวันละ 8 ชั่วโมง หากมีอาการผิดปกติ เช่น เคืองตา แสบตา ตามัว หรือปวดตา ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้แผลที่กระจกตากลายเป็นปัญหาถาวรในระยะยาว การป้องกันที่ดีที่สุดคือการดูแลสุขอนามัยของดวงตา หลีกเลี่ยงการสัมผัสตาโดยตรง หมั่นตรวจสุขภาพตา และหากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

นพ.กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวว่า กระจกตาเป็นส่วนที่อยู่ด้านหน้าสุดของลูกตา มีหน้าที่รับแสงและโฟกัสภาพเข้าสู่จอประสาทตา เมื่อกระจกตาเกิดบาดแผล ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นทันที สาเหตุหลักของการเกิดแผลที่กระจกตาที่พบบ่อยคือ การติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียที่มากับคอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาด ซึ่งมักพบในผู้ที่มีบาดแผลที่กระจกตาอยู่ก่อนแล้ว นอกจากนี้ยังมีการบาดเจ็บทางกายภาพ เช่น เศษฝุ่น หรือวัตถุแปลกปลอมเข้าตา ซึ่งอาจนำไปสู่การอักเสบและติดเชื้อในที่สุด
นพ.วีรภัทร อุดมวงศ์ จักษุแพทย์ด้านกระจกตาและการแก้ไขสายตาผิดปกติ กล่าวเสริมว่า การใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน หรือไม่ถอดเลนส์เลยทั้งวันทั้งคืน โดยเฉพาะใส่นอน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดแผลที่กระจกตา เนื่องจากกระจกตาจะขาดออกซิเจนและความชื้น นำไปสู่การเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวกระจกตา เกิดแผลถลอกที่กระจกตา เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียและอะมีบาในน้ำที่ไม่สะอาด ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลลุกลามได้อย่างรวดเร็ว และรุนแรงถึงขั้นตาบอดถาวรได้ การรักษาแผลที่กระจกตาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของแผล หากเป็นแผลตื้นจากการระคายเคืองหรือการขีดข่วนเล็กน้อย อาจใช้ยาฆ่าเชื้อหยอดตาร่วมกับน้ำตาเทียม และแนะนำให้พักการใช้คอนแทคเลนส์จนกว่าแผลจะหายสนิท แต่หากเป็นแผลติดเชื้อหรือแผลลึก จักษุแพทย์จะต้องตรวจเชื้อและให้ยาฆ่าเชื้อที่จำเพาะมากขึ้น และหยอดบ่อยขึ้น ซึ่งหากกระจกตาเกิดเสียหายรุนแรงถึงขั้นพร่ามัวถาวร อาจพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา การเกิดแผลที่กระจกตาเป็นปัญหาสุขภาพตาที่ควรใส่ใจ หากละเลยอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญการใส่คอนแทคเลนส์อย่างปลอดภัยควรมีวินัยในการใช้งาน ถอดล้างและแช่น้ำยาอย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงการใส่ข้ามคืน และไม่ควรใส่เลนส์นานเกินวันละ 8 ชั่วโมง หากมีอาการผิดปกติ เช่น เคืองตา แสบตา ตามัว หรือปวดตา ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้แผลที่กระจกตากลายเป็นปัญหาถาวรในระยะยาว การป้องกันที่ดีที่สุดคือการดูแลสุขอนามัยของดวงตา หลีกเลี่ยงการสัมผัสตาโดยตรง หมั่นตรวจสุขภาพตา และหากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
“แผลที่กระจกตา” เป็นปัญหาสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ไข้ลด... แต่อาการแย่ลง! สัญญาณเตือนภัยวิกฤต "ไข้เลือดออก" (69 views)
- อย. ชี้แจง ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm จัดเป็นเครื่องสำอาง ใช้ได้ตามปกติ พร้อมแจงยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm (70 views)
- กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง (83 views)
- จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา (74 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (99 views)
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (79 views)
- รู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (57 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเมื่อมีอาการชักจากไข้ (63 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
