โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน "ฆาตกรเงียบ" ที่คร่าชีวิตโดยไม่มีสัญญาณเตือน รู้ทันก่อนสายเกินไป
- fh400 ออฟไลน์
- โพสต์: 736
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 31 ม.ค. 2011 3:34 pm
โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน "ฆาตกรเงียบ" ที่คร่าชีวิตโดยไม่มีสัญญาณเตือน รู้ทันก่อนสายเกินไป
โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน "ฆาตกรเงียบ" ที่คร่าชีวิตโดยไม่มีสัญญาณเตือน รู้ทันก่อนสายเกินไป

"โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน" จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการรักษาเพียงครั้งเดียว แต่คือการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อป้องกันไม่ให้มันย้อนกลับมาทำร้ายเราอีกครั้ง โดยเฉพาะในวันที่เราคิดว่าทุกอย่างปลอดภัยดีแล้ว
นพ.วิสุทธิ์ เกตุแก้ว อายุรแพทย์ด้านโรคหัวใจ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน (Coronary Artery Disease) เกิดจากการสะสมของไขมันและคราบหินปูนในผนังหลอดเลือดหัวใจ ทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่เพียงพอ หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจขาดเลือด หรือรุนแรงจนหัวใจวายเฉียบพลันถึงขั้นเสียชีวิตได้ สำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงจะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ

- กลุ่มผู้ที่เคยมีประวัติเป็นโรคหัวใจมาก่อน แม้จะได้รับการรักษาไปแล้ว เช่น เคยทำบอลลูนหัวใจ หรือผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วยกลุ่มนี้นับว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจสูงกว่ากลุ่มแรก หากไม่ควบคุมพฤติกรรมและโรคร่วมอย่างจริงจัง
ที่น่ากังวลคือ แนวโน้มผู้ป่วยอายุน้อยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา โดยมักมีปัจจัยเสี่ยงแอบแฝง เช่น การสูบบุหรี่ (รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า) การใช้สารเสพติด (โดยเฉพาะกัญชา ยาบ้า แอมเฟตามีน) การทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ความเครียดเรื้อรัง และการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะในสังคมเมือง นอกจากนี้ มลภาวะ PM 2.5 ยังถูกระบุว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เร่งให้เกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้มากขึ้น
นพ.วิสุทธิ์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ แบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง ในรายที่เกิดแบบเฉียบพลัน (Acute Myocardial Infarction) ผู้ป่วยอาจจะไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า อาจรู้สึกแน่นกลางหน้าอกเหมือนถูกกดทับ เหงื่อแตก ตัวเย็น หน้ามืด หรือปวดร้าวไปที่แขนซ้ายหรือกราม ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทั้งในขณะที่กำลังพักผ่อน หรือหลังการออกแรง หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที หัวใจอาจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้ทันที

สำหรับแนวทางการรักษาในปัจจุบันขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ตั้งแต่การรับประทานยาเพื่อควบคุมอาการ ไปจนถึงการทำบอลลูนใส่ขดลวด (Coronary Stent) เพื่อขยายหลอดเลือด และในบางรายอาจต้องผ่าตัดบายพาส (Coronary Artery Bypass Graft Surgery) เพื่อเชื่อมทางเดินเลือดใหม่โดยใช้หลอดเลือดจากส่วนอื่นของร่างกาย อย่างไรก็ตาม แม้จะทำการรักษาแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหายขาดได้ตลอดชีวิต หากไม่ควบคุมโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน หรือไขมันในเลือด ก็มีโอกาสที่โรคหัวใจจะกลับมาเป็นใหม่ได้
นพ.วิสุทธิ์ กล่าวปิดท้ายว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ "การป้องกัน" และการรู้เท่าทันกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพหัวใจอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อย ควรเริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 30 ปี และหากตรวจพบความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถวางแผนควบคุมปัจจัยเสี่ยงหรือรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดโอกาสเกิดเหตุการณ์เฉียบพลันได้อย่างมาก

"โรคหลอดเลือดหัวใจ" จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะสามารถเกิดได้กับคนทุกวัย แม้แต่คนที่ดูสุขภาพแข็งแรงก็ตาม ทุกคนจึงควรหันมาใส่ใจดูแลหัวใจของตัวเองตั้งแต่วันนี้ ด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ (Moderate-intensity Aerobic Exercise) อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ดูแลตัวเองในด้านโภชนาการทางอาหาร เน้นทานผัก ผลไม้ ธัญพืช ลดอาหารที่มีปริมาณคอเลสตอรอลและโซเดียม หลีกเลี่ยงอาหารไขมันทรานส์ อาหารแปรรูป และของหวานจัด หยุดสูบบุหรี่ และเลี่ยงสารเสพติด รวมถึงตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคร่วมอย่างเบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง หรือความดันโลหิตสูง ก็เป็นหนึ่งในการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
สำหรับผู้ที่พบว่าตัวเองมีความเสี่ยง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน" ได้ที่ โทร. 1270 หรือ Line: https://lhco.li/3YR7rhZ และ Facebook: Praram9 Hospital โรงพยาบาลพระรามเก้าHEALTHCARE YOU CAN TRUST เรื่องสุขภาพ…ไว้ใจเรา #Praram9Hospital
ณัฐกร ลีนุกูล (น้องนัชชา)
Nattakorn Leenukul
PR Excutive
Four Hundred Co.,Ltd
E-mail : nattakorn@4h.co.th
Nattakorn Leenukul
PR Excutive
Four Hundred Co.,Ltd
E-mail : nattakorn@4h.co.th
โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน "ฆาตกรเงียบ" ที่คร่าชีวิตโดยไม่มีสัญญาณเตือน รู้ทันก่อนสายเกินไป
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ข้อแนะนำสำหรับการเตรียมตัวก่อนวิ่งในงานวิ่ง เตรียมร่างกายให้พร้อมอย่างไร เพื่อการวิ่งที่ปลอดภัยและมั่นใจ! (9 views)
- ภัยเงียบของผู้หญิงที่ไม่ควรมองข้าม "มะเร็งรังไข่" รู้เร็ว รักษาได้ เพิ่มโอกาสหาย (9 views)
- “มะเร็งไต” (Renal Cell Carcinoma) : รู้ไว ตรวจพบเร็ว รักษาได้ เช็ก 5 กลุ่มเสี่ยงและ 3 สัญญาณเตือน ก่อนสายเกินแก้ (9 views)
- ไวรัสตับอักเสบ ซี... รักษาให้หายขาดได้ ไวรัสตับอักเสบ บี... ควบคุมได้และป้องกันได้ (9 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (10 views)
- ระวัง! โรคอาหารเป็นพิษ และโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน เตือนภัยสุขภาพในสถานศึกษาและสถานที่รวมคนจำนวนมาก (9 views)
- "มะเร็งรังไข่" ภัยเงียบของผู้หญิงที่ไม่ควรมองข้าม รู้เร็ว รักษาได้ เพิ่มโอกาสหาย (7 views)
- แสงสีฟ้า กับผลกระทบต่อการมองเห็น ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต (23 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
