รู้จัก ผื่นแมลงกัด (Insect bite reaction) โรคผื่นแพ้แมลงกัด
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 982
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 03 เม.ย. 2009 11:48 am
รู้จัก ผื่นแมลงกัด (Insect bite reaction) โรคผื่นแพ้แมลงกัด
สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์กล่าว โรคผื่นแพ้แมลงกัดเป็นโรคที่คนทั่วไปอาจประสบพบเจอได้ เนื่องจากแมลงที่มีอยู่จำนวนมากและกระจายอยู่ทั่วไป อาการส่วนใหญ่จะเป็นตุ่มแดงและหายได้เอง ในระยะเวลาประมาณ 5 – 10 วัน แต่ในบางรายที่มีอาการแพ้ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อรับการรักษาวินิจฉัยได้อย่างถูกต้อง
นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า แมลง ถือเป็นสัตว์ ที่มีการกระจายมากที่สุดในโลกใบนี้ คงเป็นไปได้ยากมาก ๆ ที่ในชีวิตของคนเรา จะไม่เคยโดนแมลงกัดเลย ซึ่งการที่แมลงนั้นมีมากจึงไม่สามารถรู้ได้ทั้งหมดว่าแมลงชนิดไหนเป็นอัตราย เพราะแมลงบางชนิดสามารถปล่อยสารทำให้เกิดผิวหนังอักเสบ หรืออาจรุนแรงไปขึ้นขั้นเซลล์อักเสบ เช่น แมลงสังคมอย่างมดและผึ้ง เป็นตัวอย่างที่พบเห็นได้ง่ายที่สุดของสัตว์สังคม พวกมันอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่ สามารถพบได้ทั่วไปได้ตามสถานที่ต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นอาคาร บ้านเรือน สวนสาธารณะ หรือป่าเขา
นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า การป้องกันอัตรายจากแมลงนั้นสามารถทำได้หลายทาง คือควรสวมใส่เสื้อแขนขายาว รวมทั้งใช้ครีม หรือสเปรย์ เพื่อป้องกันแมลงกัด บางรายหากโดนแมลงกัดแล้วอาจทำให้เกิดพยาธิสภาพตามมา ชิ้นเนื้อที่บริเวณแมลงกัดมักจะเป็นเนื้อตายที่บริเวณผิวหนังชั้นบน จึงทำให้ผื่นมีลักษณะจุดดำๆ ตรงกลางและเซลล์อักเสบ โรคในกลุ่มนี้มักจะลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ เลยทำให้รอยโรคเหล่านี้เมื่อหายแล้วเกิดเป็นรอยดำตามมา
นพ.ทนงเกียรติ เทียนถาวร นายแพทย์เชี่ยวชาญ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติม ลักษณะรอยโรคของผื่นเป็นตุ่มแดง ขนาด 2- 8 มิลลิเมตร เป็นกลุ่ม ๆ หรือกระจายทั่วตัว มีอาการคัน ปกติแล้วหายได้เองในระยะเวลา 5-10 วัน บางรายอาการหนักคล้ายลมพิษ เรียกว่า papular urticaria มักจะเจอได้บ่อยในคนไข้ที่มีโรคประจําตัว ในกลุ่มภูมิแพ้ร่วมด้วย ในรายที่มีอาการมากอาจต้องได้รับการรักษา ซึ่งผื่นแมลงกัดนั้น ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่เกิดจากการอักเสบใต้ผิวหนัง การรักษาส่วนใหญ่จึงเน้นไปที่การรักษาตามอาการลดอาการคัน หรือในตุ่มที่มีการอักเสบ ให้ใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ ในรายที่เป็นมากอาจได้รับยากินกลุ่มสเตียรอยด์ร่วมด้วยได้ หากไม่ได้รับการรักษาแต่เนิ่น ๆ การเกามากๆ ก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนในชั้นผิวหนังแท้ได้ ซึ่งการรักษาต้องมีการให้ยาทา และยากิน กลุ่มยาฆ่าเชื้อ Antibiotic ร่วมด้วย การรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อจะต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกครั้ง

นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า การป้องกันอัตรายจากแมลงนั้นสามารถทำได้หลายทาง คือควรสวมใส่เสื้อแขนขายาว รวมทั้งใช้ครีม หรือสเปรย์ เพื่อป้องกันแมลงกัด บางรายหากโดนแมลงกัดแล้วอาจทำให้เกิดพยาธิสภาพตามมา ชิ้นเนื้อที่บริเวณแมลงกัดมักจะเป็นเนื้อตายที่บริเวณผิวหนังชั้นบน จึงทำให้ผื่นมีลักษณะจุดดำๆ ตรงกลางและเซลล์อักเสบ โรคในกลุ่มนี้มักจะลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ เลยทำให้รอยโรคเหล่านี้เมื่อหายแล้วเกิดเป็นรอยดำตามมา
นพ.ทนงเกียรติ เทียนถาวร นายแพทย์เชี่ยวชาญ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติม ลักษณะรอยโรคของผื่นเป็นตุ่มแดง ขนาด 2- 8 มิลลิเมตร เป็นกลุ่ม ๆ หรือกระจายทั่วตัว มีอาการคัน ปกติแล้วหายได้เองในระยะเวลา 5-10 วัน บางรายอาการหนักคล้ายลมพิษ เรียกว่า papular urticaria มักจะเจอได้บ่อยในคนไข้ที่มีโรคประจําตัว ในกลุ่มภูมิแพ้ร่วมด้วย ในรายที่มีอาการมากอาจต้องได้รับการรักษา ซึ่งผื่นแมลงกัดนั้น ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่เกิดจากการอักเสบใต้ผิวหนัง การรักษาส่วนใหญ่จึงเน้นไปที่การรักษาตามอาการลดอาการคัน หรือในตุ่มที่มีการอักเสบ ให้ใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ ในรายที่เป็นมากอาจได้รับยากินกลุ่มสเตียรอยด์ร่วมด้วยได้ หากไม่ได้รับการรักษาแต่เนิ่น ๆ การเกามากๆ ก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนในชั้นผิวหนังแท้ได้ ซึ่งการรักษาต้องมีการให้ยาทา และยากิน กลุ่มยาฆ่าเชื้อ Antibiotic ร่วมด้วย การรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อจะต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกครั้ง
รู้จัก ผื่นแมลงกัด (Insect bite reaction) โรคผื่นแพ้แมลงกัด
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ไข้ลด... แต่อาการแย่ลง! สัญญาณเตือนภัยวิกฤต "ไข้เลือดออก" (72 views)
- อย. ชี้แจง ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm จัดเป็นเครื่องสำอาง ใช้ได้ตามปกติ พร้อมแจงยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm (73 views)
- กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง (85 views)
- จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา (77 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (100 views)
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (83 views)
- รู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (60 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเมื่อมีอาการชักจากไข้ (64 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
