
นพ.โอภาส กล่าวว่า ระบบสาธารณสุขในปัจจุบัน ต้องปรับตัวและจัดบริการให้สอดคล้องกับสภาพสังคม เทคโนโลยี และความต้องการของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพประชาชนทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉินได้ โดยในปี 2567 กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดนโยบายยกระดับ 30 บาท เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการที่สะดวกรวดเร็ว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และลดความแออัดในโรงพยาบาล ซึ่งนักเทคนิคการแพทย์จะเข้ามามีส่วนสำคัญในการยกระดับบริการ ?เจาะเลือดใกล้บ้าน? โดยจะเข้าไปให้บริการประชาชนถึงในชุมชน เพิ่มความสะดวก และไม่ต้องรอนาน
สำหรับบทบาทของนักเทคนิคการแพทย์ที่คาดหวังในมิติใหม่ของระบบสุขภาพ มี 4 ประเด็นสำคัญ คือ
1.การจัดบริการเจาะเลือดใกล้บ้าน ตรวจแล็บได้ทุกที่ (Lab Anywhere)
2. การจ้างห้องปฏิบัติการภายนอกตรวจวิเคราะห์ (Out Lab)
3.การให้บริการห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล (Rational Laboratory Use)
4.การใช้โลหิตและส่วนประกอบโลหิตอย่างเหมาะสม (Appropriate Blood Use and Hemovigilance) ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายสำหรับนักเทคนิคการแพทย์ในอนาคต
ปัจจุบันวิวัฒนาการและเทคโนโลยีมีความทันสมัยมากขึ้น มีนวัตกรรมต่างๆ นักเทคนิคการแพทย์ยุคใหม่จึงต้องมีการพัฒนาตนเอง การมีความรู้ในห้องแล็บอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมีความรู้นอกห้องแล็บด้วย เป็นนักผสมผสาน และรู้เท่าทันเทคโนโลยี นำนวัตกรรมที่ทันสมัยเข้ามาช่วยพัฒนางานให้เกิดประสิทธิภาพ รวมทั้งต้องสร้างความรอบรู้ให้กับประชาชนในเรื่องเทคโนโลยีสุขภาพด้วย


