'คิงสเตลล่า กรุ๊ป (KSG)' ฉลอง 'ครบรอบ 60 ปี'
ประกาศความสำเร็จบุกตลาด ไทย-เทศ สู่ความก้าวหน้าระดับ World Class
พร้อมโชว์นิยามใหม่ "EMPOWER BETTER LIVING FOR ALL"
ประกาศความสำเร็จบุกตลาด ไทย-เทศ สู่ความก้าวหน้าระดับ World Class
พร้อมโชว์นิยามใหม่ "EMPOWER BETTER LIVING FOR ALL"

นายชนะพันธุ์ กิตติเกษมศักดิ์ ประธานกรรมการ บริษัท คิงสเตลล่า กรุ๊ป จำกัด (King Stella Group Co.,Ltd. หรือ KSG) เปิดเผยว่า "สำหรับการดำเนินธุรกิจของ บริษัทฯ หลังจากที่ได้ดำเนินธุรกิจมาเป็นระยะเวลา 60 ปี ในปี 2566 นี้ บริษัทฯ ได้ทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกลุ่มบริษัทในเครือ ซึ่งเดิมมีอยู่ด้วยกัน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท สยามพูลทรัพย์ อินเตอร์เคมีคอล จำกัด, บริษัท แบร์ริ่ง เพ็ทแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท คิงส์สเตลล่า แลบบอราทอรี่ จำกัด เข้ามาอยู่ภายใต้บริษัทเดียวกัน คือ "บริษัท คิงสเตลล่า กรุ๊ป จำกัด (King Stella Group Co.,Ltd.หรือ KSG)" เพื่อทำให้การดำเนินธุรกิจสอดรับกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงทำให้การทำงานกระชับกว่าที่ผ่านมา

นอกจากนี้ คิงส์สเตลล่ายังเป็นสเปรย์ปรับอากาศรายแรกในไทยกับ "King's Stella Classic Series" ที่ช่วยให้บรรยากาศ work from home ดีขึ้น และ "King's Stella Freshy Bear Gel" เจลน้ำหอมปรับอากาศหมีคิงส์ หรือที่เรียกติดปากว่า "เจลหมีซิ่ง"

ส่วนกลุ่มธุรกิจ Car Care โดยมี President's WaxOne เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดคาร์แคร์ในไทยนับตั้งแต่ปี 2516 โดยเป็น สเปรย์บำรุงรักษาเครื่องหนังรายแรกของไทย และยังครองความเป็นผู้นำตลาดในเวียดนามอีกด้วย โดยปัจจุบันบริษัทมีสินค้าอยู่ด้วยกัน 2 ซีรีส์ ได้แก่ WaxOne Easy จับกลุ่มคอนซูเมอร์หรือลูกค้าทั่วไป วางจำหน่ายในช่องทางโมเดิร์นเทรดและร้านค้าดั้งเดิม มีราคาจับต้องได้ ไม่สูงมากนัก และ WaxOne Gold ที่ถูกพัฒนามาเป็นอย่างดี ทำให้เป็นสินค้าที่มี Performance สูง เทียบเท่าสินค้านำเข้า"

นอกจากการทำตลาดที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังได้ขยายกลุ่มลูกค้าให้เด็กลง จากเดิมกลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นผู้บริโภคอายุเฉลี่ย 45 ปี จึงพยายามขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มคนที่อายุน้อยลงในช่วง 25-34 ปี เนื่องจากเป็นวัยทำงานที่มีกำลังซื้อสินค้า ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ก็ออกแบบสินค้าให้มีการตอบโจทย์กลุ่มคนดังกล่าวมากขึ้น รวมถึงยังต้องตอบสนอง Lazy Economy ที่จะต้องนำพฤติกรรมดังกล่าวไปใช้ในทุกสินค้าของบริษัทฯ"

โดย นางวิลาสินี พูดถึงเรื่องดังกล่าวว่า "บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินกิจการ ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร ภายใต้หลักจริยธรรมและการจัดการที่ดี โดยรับผิดชอบสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกองค์กร อันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเศรษฐกิจ, สังคม และสิ่งแวดล้อม ในนิยามใหม่ "EMPOWER BETTER LIVING FOR ALL ส่งต่อชีวิตที่ดีกว่า สร้างสรรค์คุณค่าเพื่อทุกคน"

ในขณะที่ นายชุติพนธ์ กิตติเกษมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิงสเตลล่า กรุ๊ป จำกัด (King Stella Group Co.,Ltd. หรือ KSG) ผู้บริหาร Gen 3 กล่าวว่า "หนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทฯ บรรลุเป้าหมายการดำเนินธุรกิจที่เราวางไว้นั้น มองว่าการขยายตลาดไปยังต่างประเทศจะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดดเป็นอย่างมาก จากปัจจุบันได้มีการส่งออกไปยัง 13 ประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 15-20% โดยตลาดส่งออกมีการเติบโตค่อนข้างดีตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา และแผนงานที่จะโฟกัสคือการเข้าไปลงทุนสร้างเครือข่าย Global Distribution เพื่อจัดส่งสินค้าให้ถึงผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด จากเดิมที่ตลาดส่งออกจะเป็นในลักษณะของผู้นำเข้าซื้อไปเพื่อจำหน่ายต่อ แต่จากนี้จะมีการลงทุนในประเทศปลายทางที่ตลาดมีศักยภาพ เนื่องจากสามารถดูแลลูกค้าได้ดีกว่า

"สำหรับแนวทางในการดำเนินธุรกิจในช่วง 5 ปีนับจากนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 250 ล้านบาท เพื่อทำการพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดและทำการตลาดให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันเป้าหมายรายได้ให้เพิ่มขึ้นมาเป็น 2,000 ล้านบาท โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีวิกฤติจากการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ก็ยังมีการเติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปี มองว่าจากปัจจัยบวกของเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงการขยายตลาดของบริษัทฯ ในปีนี้จะทำให้มีรายได้ถึง 1,000 ล้านบาท" นายชุติพนธ์ กล่าวทิ้งท้าย
