กรมการแพทย์แนะผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ดูแลตนเองอย่างไร...ให้ห่างไกลโรคไต
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 982
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 03 เม.ย. 2009 11:48 am
กรมการแพทย์แนะผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ดูแลตนเองอย่างไร...ให้ห่างไกลโรคไต

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ไต เป็นอวัยวะที่มีรูปร่างคล้าย ถั่วแดง ขนาดเท่ากำปั้นอยู่บริเวณบั้นเอวทั้ง 2 ข้าง ไตมีหน้าที่กรองน้ำ และกำจัดของเสียรวมทั้งสารพิษออกจากร่างกาย ควบคุมสมดุลปริมาณน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย ตลอดจนควบคุมภาวะความเป็นกรด-ด่างในเลือด สร้างฮอร์โมน Erythropoietin ที่สำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง และวิตามินดีที่เกี่ยวข้องกับกระดูก รวมทั้งกำจัดสารพิษและยาที่ได้รับออกจากร่างกาย ไตจึงเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก เราจึงควรดูแลสุขภาพให้ดี หากไตในร่างกายมีความผิดปกติ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคไตเรื้อรังได้ ผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคไตเรื้อรัง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคเก๊าท์ โรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ที่มีไตอักเสบชนิดต่างๆ และ/หรือทางเดินปัสสาวะอักเสบและติดเชื้อ ผู้ที่ใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคไต และผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งในปัจจุบันนี้โรคไตเรื้อรัง เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประเทศไทย
นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคไตเรื้อรังเป็นภาวะที่ไตทำงานได้ลดลง หรือไตมีภาวะผิดปกติ เช่น มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ หรือมีความผิดปกติทางรังสีวิทยา ส่งผลให้เนื้อไตถูกทำลายอย่างถาวร ทำให้ไตค่อยๆ ฝ่อเล็กลง แม้อาการจะสงบ แต่ไตจะค่อยๆเสื่อม และเข้าสู่ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยตรง ซึ่งไตเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถชะลอการเสื่อมได้ โดยจำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังพบมากขึ้นและสาเหตุของการเสียชีวิตของผู้ป่วยไตเรื้อรัง มักเกิดจากโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตในระยะเวลานาน จะทำให้ไตเสื่อมไม่สามารถขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกายได้ ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักทำให้เกิดโรคหัวใจได้ อีกทั้งผู้ที่ป่วยโรคหัวใจเป็นระยะเวลานานเมื่อเกิดภาวะหัวใจวายระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ เลือดไปเลี้ยงไตไม่สม่ำเสมอ ก็จะทำให้การทำงานของไตผิดปกติจนนำไปสู่โรคไตได้เช่นกัน จึงเห็นได้ว่า 2 โรคนี้เป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกันจากการมีภาวะความผิดปกติของหลอดเลือดที่แข็งตัว ผู้ป่วยโรคไตมักจะมีอาการ ดังนี้
1. บวมตามร่างกาย
2. ปัสสาวะแสบขัด ลักษณะสีและปัสสาวะ มีความผิดปกติ เช่น ขุ่น เป็นฟอง เป็นเลือด สีชาแก่ สีเป็นน้ำล้างเนื้อ
3. ร่างกายซีด และอ่อนเพลีย
ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคไต จึงจำเป็นต้องลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ดังนี้
1. หากมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยต้องพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
2. ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
3. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสเค็ม และหลีกเลี่ยงการใช้ยา และสารพิษต่างๆติดต่อกันเป็นเวลานาน
4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
5. หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะนานๆ หรือการสวนปัสสาวะ เพราะจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะและเกิดการอักเสบได้
6. งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกฮออล์ทุกประเภท
7. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ

กรมการแพทย์แนะผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ดูแลตนเองอย่างไร...ให้ห่างไกลโรคไต
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ไข้ลด... แต่อาการแย่ลง! สัญญาณเตือนภัยวิกฤต "ไข้เลือดออก" (72 views)
- อย. ชี้แจง ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm จัดเป็นเครื่องสำอาง ใช้ได้ตามปกติ พร้อมแจงยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm (73 views)
- กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง (85 views)
- จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา (77 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (100 views)
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (84 views)
- รู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (60 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเมื่อมีอาการชักจากไข้ (64 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
