Happy Shopping โชว์ผลงานสิ้นปี โตสวนกระแสโควิด โชว์ยอดขายเกินเป้าทะลุ 530 ล้านบาท
- yimyim ออฟไลน์
- โพสต์: 2784
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 05 ก.พ. 2017 11:05 am
Happy Shopping โชว์ผลงานสิ้นปี โตสวนกระแสโควิด โชว์ยอดขายเกินเป้าทะลุ 530 ล้านบาท

Happy Shopping โชว์ผลงานสิ้นปี โตสวนกระแสโควิด โชว์ยอดขายเกินเป้าทะลุ 530 ล้านบาทประกาศสู้ศึกคอมเมิร์ซปี 64 ด้วยกลยุทธ์ ?แตกเพื่อโต? บุกตลาดรอบทิศ
? ผลประกอบการปี 63 สร้างรายได้ 530 ล้านบาท ชู Food Supplement เป็นฮีโร่
? ย้ำธุรกิจแข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วยกลยุทธ์ขยายส่วนงานรอบด้าน เน้นปั้นเฮ้าส์แบรนด์ Happy Life+
? โชว์แผนรุกตลาดคอนเทนต์ ปรับบทบาทเป็น ?มีเดีย? ผลิตรายการป้อนสถานีโทรทัศน์
แฮปปี้ ช้อปปิ้ง (happy shopping) ประกาศความสำเร็จสวนกระแสเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19 หลังดำเนินธุรกิจเพียงปีครึ่ง โชว์ยอดขายพุ่งขึ้นเติบโตเกินเป้าถึง 30% คาดยอดขายรวมสิ้นปีอยู่ที่ 530 ล้านบาท ชี้กลุ่มสินค้าอาหารเสริมครองใจลูกค้ามากที่สุด มั่นใจชนะวิกฤตได้ด้วยมาตรการรอบด้าน ทีมเวิร์คปรับตัวเร็ว พร้อมเผยโอกาสขยายธุรกิจในปี 2564 เดินหน้าด้วย 4 แผนหลักเพื่อเติบโตทุกทิศทาง เริ่มที่การเพิ่มจำนวนเวลามีเดียเพื่อสนับสนุนแพลตฟอร์มหลักให้เติบโตต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการรุกตลาดออนไลน์อย่างจริงจัง เร่งพัฒนาระบบ E-Commerce ในรูปแบบดอทคอมและโมบายแอปพลิเคชัน ยึดเป้ายอดขายที่ 130 ล้านบาท ต่อด้วยแนวคิดปั้นทีมงานเพื่อผลักดันสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ happy life+ ให้แข็งแกร่ง ทั้งการเพิ่มไลน์สินค้าตอบโจทย์และกระจายช่องทางจัดจำหน่ายครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มซื้อขาย ปิดท้ายที่การขยับบทบาทมาเล่นในตลาดคอนเทนต์ เป็นผู้ผลิตรายการป้อนช่อง Nation 22 พร้อมคาดการณ์จะสร้างความสำเร็จทางธุรกิจในปีหน้าขึ้นอีก 15% อย่างแน่นอน
อภิรวี พิชญเดชะ กรรมการผู้จัดการบริษัท แฮปปี้ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (happy group) เปิดเผยความสำเร็จปัจจุบันมีตัวเลขฐานข้อมูลลูกค้า (Data) มากกว่า 200,000 รายในระยะเวลาดำเนินธุรกิจเพียง 17 เดือนที่ผ่านมา และคาดผลประกอบการปี 2563 ว่าจะสามารถปิดยอดขายได้ตามเป้าที่วางไว้ คือ 530 ล้านบาท โดยจะมีแผนเร่งยอดขายปลายปีสนับสนุนให้เติบโตได้ตามเป้าด้วยแคมเปญ "Happy Festival" นำเสนอทั้งสินค้าใหม่และสินค้าขายดีของ happy shopping ที่เหมาะเป็นของขวัญในเทศกาลปีใหม่ในราคาพิเศษสุดระหว่างวันที่ 25 พ.ย 2563 - 5 ม.ค 2564 โดยตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 50 ล้านบาทจากแคมเปญนี้
สำหรับสถานการณ์ธุรกิจของ happy shopping ตลอดปี 2563 ที่ผ่านมานั้น บริษัทต้องเผชิญกับวิกฤตจากโควิด-19 ไม่ต่างจากธุรกิจอื่น ซึ่งมีทั้งทิศทางบวกและลบ โดยการเปลี่ยนแปลงด้านการซื้อขายในช่วง Work from Home ตั้งแต่เมษายนถึงมิถุนายน พบว่ายอดขายพุ่งขึ้นจากเป้ากว่า 30% จากการปรับตัวไว แก้เกมตลาดด้วยการส่งสินค้าไฮไลท์สร้างรายได้หลัก อย่างกลุ่มสินค้าอาหารเสริม (Food Supplement) แบรนด์ Vita Daily ที่ขายดีจนสินค้าหมดสต็อกในเวลารวดเร็ว ตามด้วยผลิตภัณฑ์เสริมกระดูก Calcimac CII และกาแฟ Arabliss สามารถครองใจผู้บริโภคสนใจเรื่องสุขภาพได้เป็นอย่างดี ขณะที่หลังสถานการณ์คลี่คลาย พบสินค้าในกลุ่ม Living Kitchen มียอดขายลดลงกว่า 15% อีกทั้งยังพบว่าราคาเฉลี่ยที่ลูกค้าซื้อ (Ticket Size) ลดลงเหลือ 1,590 บาท จากเดิม 1,890 บาทต่อใบสั่งซื้อ แต่ในทางกลับกันมีปริมาณการสั่งซื้อเพิ่มเข้ามามากขึ้น และเห็นชัดว่าพฤติกรรมลูกค้ายังคงซื้อสินค้าซ้ำและต่อเนื่องทั้งจากวิธีกระตุ้นการขายจากบริษัท (Outbound) และตัวลูกค้าโทรเข้ามาสั่งซื้อเอง ซึ่งลูกค้าหนึ่งรายจะซื้อซ้ำในกลุ่มอาหารเสริม 3 ? 4 ครั้งต่อปี
นอกจากนั้น ในธุรกิจกลุ่มท่องเที่ยวของ happy experience ก็ได้รับผลกระทบหนักหน่วงจากโควิดเช่นกัน จากเดิม 7 ทริป เหลือเพียง 1 ทริปเท่านั้นและต้องยกเลิกการท่องเที่ยวต่างประเทศทั้งหมด บริษัทจึงต้องมองหาโอกาสใหม่โดยเฉพาะการท่องเที่ยวภายในประเทศ สอดรับกับรัฐบาลออกนโยบายกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศ นั่นจึงเป็นที่มาของการจัด Exclusive Trip ปัว - บ่อเกลือ จ.น่าน ในราคา 13,990 บาท ไหว้พระขอพร 3 วัน 2 คืน โดยจะเดินทาง 17-19 ธันวาคมนี้ ซึ่งหลังจากเปิดให้จองทริป มีผู้เข้ามาสอบถามกว่าร้อยคน และสามารถปิดทริปนี้ได้ภายใน 3 วันด้วยจำนวนผู้เดินทาง 44 ที่นั่งเต็มโควต้า และมีเสียงเรียกร้องให้เปิดทริปอื่น ๆ ภายในประเทศเพิ่มเติม ซึ่งนับเป็นช่องทางและโอกาสที่ดีสำหรับ happy experience ต่อไป
?ปัจจัยที่ทำให้เรารอดจากวิกฤติและการแข่งขันของตลาดที่รุนแรงได้นั้น มาจากการยึดหัวใจการทำงาน 3 ด้าน ได้แก่ 1.โครงสร้างที่ดี เรามีมาตรการที่วางแผนสำหรับป้องกันและแผนในการแก้วิกฤติไว้เป็นอย่างดี 2. การจัดการด้านสินค้าที่มีการปรับแผนทันท่วงทีตามช่วงเวลา สถานการณ์และความสนใจของลูกค้า เพราะเราศึกษาพฤติกรรมและข้อมูลจนสามารถรู้ใจลูกค้า นำมาสู่การวางแผนนำเสนอสินค้าให้เหมาะสมกับเวลาและไลฟ์สไตล์ผู้ซื้อ และ 3. ทีมงานที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว มีการแบ่งหน้าที่ชัดเจนและรู้เป้าหมาย นั่นจึงทำให้เราบรรลุเป้ารายได้และการขยายธุรกิจตามที่ตั้งใจเอาไว้ได้นั่นเอง?
สำหรับทิศทางในการทำงานและแผนธุรกิจของ happy shopping ในปี 2564 อภิรวี คาดการณ์ยอดขายไว้ที่ 600 ล้านบาทผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ TV อยู่ที่ 62% Online 22% และ Outbound 16% อีกทั้งยังเปิดแผนการดำเนินธุรกิจโดยจะแบ่งส่วนงานออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ ประกอบด้วย 1. การเพิ่มเส้นเวลาของ happy shopping ในช่วงเรทติ้งที่ดีของช่อง Nation 22 ซึ่งเป็นการสนับสนุนแพลตฟอร์มคอมเมิร์ซให้เติบโตและแข็งแกร่งมากขึ้น ต่อด้วย 2. รุกหนักช่องทางออนไลน์ให้มากขึ้น ซึ่งในปี 2563 ที่ผ่านมาสามารถปิดยอดขายที่ 54 ล้านบาท จึงคาดการณ์ได้ว่าในปี 2564 ช่องทางออนไลน์จะโต 200% จากปี 2563 โดยมีแผนเตรียมที่จะพัฒนาระบบ E-commerce ทั้งแนวทางสร้างแพลตฟอร์มซื้อขายในรูปแบบดอทคอม (.com) พร้อมกับการเปิดตัว Mobile application เร็ว ๆ นี้ โดยมองว่าอนาคตผู้บริโภคจะซื้อสินค้าต่าง ๆ ผ่านโลกออนไลน์มากขึ้น
ส่วนที่ 3 คือการเดินหน้า ?ปั้นแบรนด์? กลุ่มสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ภายใต้ชื่อ happy life+ ให้เป็นที่รู้จักในตลาดและเดินหน้าทำการตลาดแบรนด์นี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่มอาหารเสริมทั้ง 5 แบรนด์ในปัจจุบัน และมีแผนจะเพิ่มอีก 8 แบรนด์สินค้าทั้งในกลุ่มอาหารเสริมจำนวน 4 สินค้า และกลุ่มบิวตี้จำนวน 4 สินค้าในปี 2564 มาพร้อมกับการรุกขยายช่องทางการตลาด ?นอกบ้าน? นอกเหนือจากการขายผ่านแพลตฟอร์มหลักของ happy shopping แล้ว ยังขายผ่านช่องทางดิจิทัลทีวีและโฮมช้อปปิ้งรายอื่น ตลอดจนช่องทางซื้อขายผ่าน Beauty Store และ Drugstore ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายแล้วที่ shop@24.com, ThailandBest.com, Lazada, Shopee, Priceza เป็นต้น อีกทั้งภายในครึ่งปีแรกจะร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนแห่งใหม่เพื่อผลิตสินค้าร่วมกัน เหมือนที่เคยประสบความสำเร็จกับแบรนด์ 4Valley กาแฟ 4 ดอย ซึ่งสามารถทำยอดขายไปกว่า 7.3 ล้านบาท สร้างความภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟได้มีช่องทางการจัดจำหน่าย และเป็นที่รู้จักเพิ่มยิ่งขึ้น
อภิรวี กล่าวว่า สำหรับแผนการจัดการสินค้านั้น วางแผนที่จะเพิ่มจำนวนสินค้าในช่องทางต่าง ๆ มากขึ้น โดยช่องทางทีวีจะเพิ่มขึ้น 30% ส่วนช่องทางออนไลน์จะเพิ่มจำนวนอย่างก้าวกระโดดขึ้นอีก 733% เพื่อรองรับกับการขยายตัวของตลาดและกำลังซื้อผู้บริโภคในรูปแบบออนไลน์
ส่วนที่ 4 เป็นการเพิ่มบทบาทใหม่ในการเป็นผู้ผลิต TV Content โดยมีแผนจะผลิตรายการให้กับทางช่อง Nation 22 ซึ่งจะผลิตในระยะเริ่มต้นที่ 1-2 รายการ และจะมีขาย Media ในรายการด้วย ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของ happy shopping ที่จะมีการเปิดตัวเร็วๆนี้ นอกจากนั้นยังมุ่งเน้นเรื่องการบริหารจัดการต้นทุน (Cost Management) โดยเฉพาะการขนส่ง โดยจะเจรจากับพาร์ทเนอร์เพื่อให้สามารถควบคุมต้นทุนได้ตามแผน
?ปี 2564 จะเป็นปีที่เราวิ่งเข้าสู่คำว่า กำไร อย่างชัดเจน ซึ่งการวางแผนงาน ผลักดันการสร้างแบรนด์ และกำหนดส่วนงานต่าง ๆ ที่แยกออกมานั้นอย่างชัดเจน เรามั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ลูกค้า happy shopping ได้ตรงจุดตรงใจมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้พาร์ทเนอร์เข้ามาร่วมมือกับเราในหลากหลายแขนงธุรกิจมากขึ้น ไม่ว่า กลุ่มโรงพยาบาล ประกันชีวิต ก็สามารถมาเป็นพันธมิตรสินค้าและบริการกับเรา เติบโตไปด้วยกันได้? อภิรวี กล่าวทิ้งท้าย
Happy Shopping โชว์ผลงานสิ้นปี โตสวนกระแสโควิด โชว์ยอดขายเกินเป้าทะลุ 530 ล้านบาท
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ข่าวอบรม สัมนา งานแสดงสินค้า โปรโมชั่น แคมเปญ
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ข่าวอบรม สัมนา งานแสดงสินค้า โปรโมชั่น แคมเปญ
- EQ Training จัดกิจกรรม Team Building “BOOST UP & TEAMWORK” ให้กับทีม Proalpha Solutions Thailand (4 views)
- โบลท์ (Bolt) เปิดตัวโครงการ "Bolt Sure" ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมสนับสนุนพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่อย่างครบวงจร (6 views)
- 6 องค์ประกอบของ AI Personalization Engine ที่ธุรกิจ E-Commerce ยุคใหม่ต้องมี (4 views)
- ซูเลียน เร่งเครื่องขยายเครือข่าย เปิด "เพชรมหาสมุทร เน็ทเวิร์ค เอเจนซี่ (MGC)" (6 views)
- "สามารถ เอ็ด เท็ค" เปิดโซลูชัน AI และ Digital Learning ครบวงจร ตอบโจทย์องค์กรและการศึกษาแห่งอนาคต ในงาน TCM2026 (8 views)
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (6 views)
- โฮมโปร x เมกาโฮม ผนึก สมอ. ยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย เปลี่ยน "ความมั่นใจ" ให้เป็นมาตรฐานใหม่ทุกการเลือกซื้อ (6 views)
- 6 AI Business Ideas ที่จะเปลี่ยนอนาคตของ E-Commerce (11 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot], ClaudeBot, Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
