Huawei เปิดตัวโซลูชั่นการเชื่อมต่ออัจฉริยะในทุกสถานการณ์
- IQ2014 ออฟไลน์
- โพสต์: 5565
- ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 13 มี.ค. 2014 11:18 am
Huawei เปิดตัวโซลูชั่นการเชื่อมต่ออัจฉริยะในทุกสถานการณ์
UN Broadband Commission และ Huawei จัดงาน Ultra-Broadband Forum (UBBF 2020) ครั้งที่ 6 แบบออนไลน์ที่กรุงปักกิ่ง ในธีม ?การเชื่อมต่ออัจฉริยะ คุณค่าใหม่ร่วมกัน? (Intelligent Connectivity, New Value Together) โดยงาน UBBF ปีนี้พูดคุยกันถึงความท้าทายและโอกาสต่างๆ ที่อุตสาหกรรมการเชื่อมต่อกำลังเผชิญอยู่ในยุคอัจฉริยะ
ในอีเวนต์ดังกล่าว David Wang กรรมการบริหารและประธานคณะกรรมการประเมินการลงทุนของ Huawei กล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ ?การสร้างระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะสำหรับโลกอัจฉริยะ? โดย Mr. Wang ยังได้เปิดตัวโซลูชั่นการเชื่อมต่ออัจฉริยะในทุกสถานการณ์ ซึ่งบรอดแบนด์ในบ้านจะเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจที่สร้างประสบการณ์ใหม่ ขณะที่กระบวนการทรานส์ฟอร์มทางดิจิทัลของอุตสาหกรรมต่างๆ จะเร่งตัวเร็วขึ้น
อุตสาหกรรมการเชื่อมต่อจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้น 5 ประการ
ทุกๆ การเชื่อมต่อที่ยกระดับขึ้นจะเปลี่ยนแปลงสังคมโดยพื้นฐาน ปัจจุบันในขณะที่เราก้าวสู่ยุคอัจฉริยะนั้น ผู้คน บ้าน และองค์กรต่างก็วางข้อกำหนดเกี่ยวกับการเชื่อมต่อที่สูงขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น คลาวด์ และ AI กำลังผสานกับระบบเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว สิ่งนี้กำลังนำอุตสาหกรรมการเชื่อมต่อสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้น 5 ประการ ได้แก่
การเปลี่ยนแปลงที่ 1: จาก IoT และ IoT อัจฉริยะ สู่ Intelligent Twins ที่เชื่อมต่อถึงกัน
ในอดีต เราตั้งเป้าเชื่อมต่อทุกคนและบ้านเข้าด้วยกัน นี่คืออินเทอร์เน็ตของทุกสิ่ง ในขณะที่เราแสวงหาชีวิต AI ที่ไร้รอยต่อและการอัปเกรดระบบอัจฉริยะขององค์กร เราจำเป็นต้องเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ มากขึ้นกับระบบอัจฉริยะ นี่ก็คืออินเทอร์เน็ตอัจฉริยะของทุกสิ่ง จากการคาดการณ์ขององค์กรอิสระ พบว่า จำนวนการเชื่อมต่อทั่วโลกจะแตะตัวเลข 1 ล้านล้านภายในปี 2035 ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ครอบคลุมแพร่หลายเป็นความจริงขึ้นมาได้
การเปลี่ยนแปลงที่ 2: จากสำนักงานสู่ สำนักงาน + การผลิต
โควิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงความต้องการด้านบรอดแบนด์ในบ้านของผู้คน ขณะที่ภายใต้เงื่อนไขระดับองค์กรนั้น การเชื่อมต่อเป็นมากกว่าการบริการสำนักงาน สู่การบริการทั้งสำนักงานและการผลิต การให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบดิจิทัลระดับองค์กรได้เปลี่ยนแปลงจากสำนักงานดิจิทัลสู่การผลิตดิจิทัล ธุรกรรมดิจิทัล และการดำเนินงานดิจิทัล
การเปลี่ยนแปลงที่ 3: จากความพยายามที่ดีที่สุดสู่บริการที่ตอบโจทย์และแตกต่าง
อุตสาหกรรมมีความแตกต่างในแง่เงื่อนไขการให้บริการและข้อกำหนดในการเชื่อมต่อ หากการบริการที่แตกต่างเป็นค่าเริ่มต้นแล้ว ประสบการณ์ที่กำหนดเองก็เป็นข้อบังคับที่ขาดไม่ได้ ดังนั้นโอเปอเรเตอร์จึงทำได้เพียงเปิดประตูสู่ตลาดแนวดิ่งโดยการจัดหาบริการที่แตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะ
การเปลี่ยนแปลงที่ 4: จาก Mbps สู่ Gbps ผ่านสื่อกลางใดก็ได้
มีเทคโนโลยีการเข้าถึงที่หลากหลายอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงเทคโนโลยีเซลลูลาร์, Wi-Fi และใยแก้วนำแสง ซึ่งความหลากหลายของเงื่อนไขการบริการบ่งบอกว่าเทคโนโลยีการเข้าถึงที่หลากหลายนี้จะคงอยู่ร่วมกันอย่างต่อเนื่องในหลายปีข้างหน้า ด้วยความพยายามร่วมกันของอุตสาหกรรม เทคโนโลยี 4G, 5G, Wi-Fi และไฟเบอร์สามารถมอบการเชื่อมต่อระดับกิกะบิตที่ครอบคลุมในปัจจุบัน
การเปลี่ยนแปลงที่ 5: จากการทำ O&M ด้วยตนเอง สู่ระบบอัตโนมัติขั้นสูง
ระบบ 5G จะทำให้การดำเนินงานและดูแลรักษา (O&M) เครือข่ายมีความซับซ้อนกว่าของ 4G ซึ่งการทำ O&M ด้วยตนเองจะไม่สามารถจัดการกับความซับซ้อนใหม่ๆ เหล่านี้ได้ และกรุยทางสู่ระบบอัตโนมัติขั้นสูงที่ขับเคลื่อนโดยบิ๊กดาต้าและ AI เพื่อทำให้กระบวนการตัดสินใจทำ O&M ง่ายขึ้น
ก้าวสู่การเชื่อมต่ออัจฉริยะด้วย AI
การเปลี่ยนแปลง 5 ประการนี้ได้วางข้อกำหนดใหม่ๆ เกี่ยวกับการเชื่อมต่อ และเพื่อตอบสนองข้อกำหนดเหล่านี้และทำให้ผลผลิตเพิ่มสูงขึ้นนั้น การเชื่อมต่อจะต้องอัปเกรดขึ้นไปอีกขั้น
ข้อกำหนดแรกคือ การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมทุกที่ทุกเวลา ในขณะที่แบนด์วิดท์คือพิ้นฐานของการเชื่อมต่อ การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมทุกที่ทุกเวลาถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวิดีโอความละเอียดระดับ ultra HD, แอปพลิเคชั่น VR/AR, กล้อง AI และโดรน
ข้อกำหนดที่สองคือ ประสบการณ์ตามที่กำหนด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการใช้งานในบ้าน เช่น การสื่อสารโทรคมนาคมและการเรียนออนไลน์ ตลอดจนการใช้งานในองค์กร เช่น การผลิตที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้
ข้อกำหนดที่สามคือระบบอัตโนมัติขั้นสูง ในขณะที่เครือข่ายมีความก้าวหน้าในแง่ความซับซ้อนและสเกล บิ๊กดาต้าและ AI จะต้องนำมาใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนระบบอัตโนมัติขั้นสูง
ในยุคอัจฉริยะ การเชื่อมต่ออัจฉริยะจะมีลักษณะสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมทุกที่ทุกเวลา, ประสบการณ์ตามที่กำหนด และระบบอัตโนมัติขั้นสูง
โซลูชั้นการเชื่อมต่ออัจฉริยะในทุกสถานการณ์ของ Huawei
ในระหว่างอีเวนต์ Mr. Wang เปิดตัวโซลูชั่นอัจฉริยะสำหรับทุกสถานการณ์ของ Huawei ซึ่งรวมถึงโซลูชั่นการเข้าถึงแบบกระจายอัจฉริยะสำหรับบ้าน ตลอดจนเครือข่ายแคมปัสอัจฉริยะ, สายสัญญาณส่วนตัวระดับพรีเมียมอัจฉริยะ และโซลูชั่นเครือข่ายคลาวด์อัจฉริยะสำหรับองค์กร
- การเข้าถึงแบบกระจายอัจฉริยะ: โซลูชั่นนี้ได้อัปเกรดอย่างครอบคลุมทั้งอุปกรณ์ในบ้าน, พื้นที่ปลายทาง และการจัดการเครือข่าย ด้วยเครือข่าย Wi-Fi ที่ครอบคลุมระดับกิกะบิตในทุกห้อง ประสบการณ์บริการคุณภาพสูง การระบุผู้ใช้ที่แม่นยำ การเข้าถึงแบบกระจายอัจฉริยะนี้จะช่วยให้โอเปอเรเตอร์ได้ประโยชน์จากประสบการณ์เครือข่ายมากกว่าจากฐานผู้ใช้
- เครือข่ายแคมปัสอัจฉริยะ: จากการจัดการ LAN และ WAN ส่วนกลาง การเข้าถึงระดับ Gbps และ O&M อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI นั้น เครือข่ายแคมปัสอัจฉริยะจะช่วยให้โอเปอเรเตอร์สามารถจัดหาโซลูชั่นเครือข่ายแบบครบวงจรสำหรับองค์กรต่างๆ ในขณะที่พวกเขาก้าวไปสู่คลาวด์
- สายสัญญาณส่วนตัวระดับพรีเมียมอัจฉริยะ: โซลูชั่นนี้ช่วยลดความหน่วงลงอย่างมากด้วยเทคโนโลยีการสลับเป็นระบบออปติคอลทั้งหมด เปิดทางให้โอเปอเรเตอร์ให้บริการองค์กรผู้ใช้ระดับ High End ด้วยความหน่วงต่ำเพียง 1ms พร้อมประสบการณ์ที่ดีที่สุด จากการสร้างบนเทคโนโลยี Liquid OTN ท่อแข็งที่ยืดหยุ่นนี้ช่วยสนับสนุนการเข้าถึงแบนด์วิดท์ที่ยืดหยุ่นตั้งแต่ 2 Mbps ถึง 100 Gbps และการปรับเปลี่ยนบริการโดยไม่สูญเสียอะไร นอกจากนี้สายสัญญาณส่วนตัวระดับพรีเมียมอัจฉริยะยังเชื่อมต่อลูกค้าระดับองค์กรกับเครือข่ายส่วนตัวในระดับคลื่นความยาวต่างๆ ผ่านทางทรัพยากรคลื่นความถี่และคลื่นความถี่ย่อยระดับเอ็กซ์คลูซีฟ
- เครือข่ายคลาวด์อัจฉริยะ: โซลูชั่นนี้มีเป้าหมายสร้างพลังร่วมระหว่างคลาวด์กับเครือข่ายในยุคคลาวด์ ตั้งบนพื้นฐานเครือข่าย IP อัจฉริยะ เครือข่ายคลาวด์อัจฉริยะจะสร้างเครือข่ายคลาวด์ส่วนตัวคุณภาพสูง ซึ่งช่วยให้องค์กรเข้าถึงคลาวด์ที่หลากหลายขึ้น
?ตลอดเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา Huawei ทำงานร่วมกับลูกค้าและพาร์ทเนอร์เพื่อสร้างชีวิต AI ที่ไร้รอยต่อสำหรับทุกๆ บ้าน และขับเคลื่อนการอัปเกรดระบบอัจฉริยะในทุกอุตสาหกรรม เป้าหมายสูงสุดของเราคือการส่งเสริมการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน? Mr. Wang กล่าว
?จากการลงทุนอย่างต่อเนื่องใน 5G, เครือข่ายออปติคอล และนวัตกรรม IPv6 Enhanced เราจึงได้เปิดตัวโซลูชั่นการเชื่อมต่ออัจฉริยะสำหรับทุกสถานการณ์ ซึ่งโซลูชั่นเหล่านี้จะทำให้เครือข่ายอัลตร้าบรอดแบนด์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังสร้างโลกที่อัจฉริยะขึ้น ก้าวไปข้างหน้า เราเพิ่มความพยายามเป็นเท่าตัวในการวิจัยขั้นพื้นฐาน รวมทั้งลงทุนในเทคโนโลยีเครือข่ายยุคหน้าเพิ่มขึ้น และทำงานกับผู้ถือผลประโยชน์ทุกคนเพื่อสร้างโลกอัจฉริยะที่เปี่ยมประสิทธิภาพและปล่อยคาร์บอนต่ำ?
UBBF คืออีเวนต์ระดับโลกสำหรับอุตสาหกรรม ICT โดยงานในปีนี้ได้รับเกียรติจากตัวแทนของ China Mobile, FTTH Council Europe, TechUK, Ernst & Young Advisory Limited, IPv6 Forum, SAMENA Telecommunications Council และ Omdia มาร่วมกล่าวสุนทรพจน์

รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20201014/2949302-1
คำบรรยายภาพ: David Wang กรรมการบริหาร Huawei เปิดตัวโซลูชั่นการเชื่อมต่อสำหรับทุกสถานการณ์
ในอีเวนต์ดังกล่าว David Wang กรรมการบริหารและประธานคณะกรรมการประเมินการลงทุนของ Huawei กล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ ?การสร้างระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะสำหรับโลกอัจฉริยะ? โดย Mr. Wang ยังได้เปิดตัวโซลูชั่นการเชื่อมต่ออัจฉริยะในทุกสถานการณ์ ซึ่งบรอดแบนด์ในบ้านจะเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจที่สร้างประสบการณ์ใหม่ ขณะที่กระบวนการทรานส์ฟอร์มทางดิจิทัลของอุตสาหกรรมต่างๆ จะเร่งตัวเร็วขึ้น
อุตสาหกรรมการเชื่อมต่อจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้น 5 ประการ
ทุกๆ การเชื่อมต่อที่ยกระดับขึ้นจะเปลี่ยนแปลงสังคมโดยพื้นฐาน ปัจจุบันในขณะที่เราก้าวสู่ยุคอัจฉริยะนั้น ผู้คน บ้าน และองค์กรต่างก็วางข้อกำหนดเกี่ยวกับการเชื่อมต่อที่สูงขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น คลาวด์ และ AI กำลังผสานกับระบบเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว สิ่งนี้กำลังนำอุตสาหกรรมการเชื่อมต่อสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้น 5 ประการ ได้แก่
การเปลี่ยนแปลงที่ 1: จาก IoT และ IoT อัจฉริยะ สู่ Intelligent Twins ที่เชื่อมต่อถึงกัน
ในอดีต เราตั้งเป้าเชื่อมต่อทุกคนและบ้านเข้าด้วยกัน นี่คืออินเทอร์เน็ตของทุกสิ่ง ในขณะที่เราแสวงหาชีวิต AI ที่ไร้รอยต่อและการอัปเกรดระบบอัจฉริยะขององค์กร เราจำเป็นต้องเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ มากขึ้นกับระบบอัจฉริยะ นี่ก็คืออินเทอร์เน็ตอัจฉริยะของทุกสิ่ง จากการคาดการณ์ขององค์กรอิสระ พบว่า จำนวนการเชื่อมต่อทั่วโลกจะแตะตัวเลข 1 ล้านล้านภายในปี 2035 ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ครอบคลุมแพร่หลายเป็นความจริงขึ้นมาได้
การเปลี่ยนแปลงที่ 2: จากสำนักงานสู่ สำนักงาน + การผลิต
โควิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงความต้องการด้านบรอดแบนด์ในบ้านของผู้คน ขณะที่ภายใต้เงื่อนไขระดับองค์กรนั้น การเชื่อมต่อเป็นมากกว่าการบริการสำนักงาน สู่การบริการทั้งสำนักงานและการผลิต การให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบดิจิทัลระดับองค์กรได้เปลี่ยนแปลงจากสำนักงานดิจิทัลสู่การผลิตดิจิทัล ธุรกรรมดิจิทัล และการดำเนินงานดิจิทัล
การเปลี่ยนแปลงที่ 3: จากความพยายามที่ดีที่สุดสู่บริการที่ตอบโจทย์และแตกต่าง
อุตสาหกรรมมีความแตกต่างในแง่เงื่อนไขการให้บริการและข้อกำหนดในการเชื่อมต่อ หากการบริการที่แตกต่างเป็นค่าเริ่มต้นแล้ว ประสบการณ์ที่กำหนดเองก็เป็นข้อบังคับที่ขาดไม่ได้ ดังนั้นโอเปอเรเตอร์จึงทำได้เพียงเปิดประตูสู่ตลาดแนวดิ่งโดยการจัดหาบริการที่แตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะ
การเปลี่ยนแปลงที่ 4: จาก Mbps สู่ Gbps ผ่านสื่อกลางใดก็ได้
มีเทคโนโลยีการเข้าถึงที่หลากหลายอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงเทคโนโลยีเซลลูลาร์, Wi-Fi และใยแก้วนำแสง ซึ่งความหลากหลายของเงื่อนไขการบริการบ่งบอกว่าเทคโนโลยีการเข้าถึงที่หลากหลายนี้จะคงอยู่ร่วมกันอย่างต่อเนื่องในหลายปีข้างหน้า ด้วยความพยายามร่วมกันของอุตสาหกรรม เทคโนโลยี 4G, 5G, Wi-Fi และไฟเบอร์สามารถมอบการเชื่อมต่อระดับกิกะบิตที่ครอบคลุมในปัจจุบัน
การเปลี่ยนแปลงที่ 5: จากการทำ O&M ด้วยตนเอง สู่ระบบอัตโนมัติขั้นสูง
ระบบ 5G จะทำให้การดำเนินงานและดูแลรักษา (O&M) เครือข่ายมีความซับซ้อนกว่าของ 4G ซึ่งการทำ O&M ด้วยตนเองจะไม่สามารถจัดการกับความซับซ้อนใหม่ๆ เหล่านี้ได้ และกรุยทางสู่ระบบอัตโนมัติขั้นสูงที่ขับเคลื่อนโดยบิ๊กดาต้าและ AI เพื่อทำให้กระบวนการตัดสินใจทำ O&M ง่ายขึ้น
ก้าวสู่การเชื่อมต่ออัจฉริยะด้วย AI
การเปลี่ยนแปลง 5 ประการนี้ได้วางข้อกำหนดใหม่ๆ เกี่ยวกับการเชื่อมต่อ และเพื่อตอบสนองข้อกำหนดเหล่านี้และทำให้ผลผลิตเพิ่มสูงขึ้นนั้น การเชื่อมต่อจะต้องอัปเกรดขึ้นไปอีกขั้น
ข้อกำหนดแรกคือ การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมทุกที่ทุกเวลา ในขณะที่แบนด์วิดท์คือพิ้นฐานของการเชื่อมต่อ การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมทุกที่ทุกเวลาถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวิดีโอความละเอียดระดับ ultra HD, แอปพลิเคชั่น VR/AR, กล้อง AI และโดรน
ข้อกำหนดที่สองคือ ประสบการณ์ตามที่กำหนด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการใช้งานในบ้าน เช่น การสื่อสารโทรคมนาคมและการเรียนออนไลน์ ตลอดจนการใช้งานในองค์กร เช่น การผลิตที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้
ข้อกำหนดที่สามคือระบบอัตโนมัติขั้นสูง ในขณะที่เครือข่ายมีความก้าวหน้าในแง่ความซับซ้อนและสเกล บิ๊กดาต้าและ AI จะต้องนำมาใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนระบบอัตโนมัติขั้นสูง
ในยุคอัจฉริยะ การเชื่อมต่ออัจฉริยะจะมีลักษณะสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมทุกที่ทุกเวลา, ประสบการณ์ตามที่กำหนด และระบบอัตโนมัติขั้นสูง
โซลูชั้นการเชื่อมต่ออัจฉริยะในทุกสถานการณ์ของ Huawei
ในระหว่างอีเวนต์ Mr. Wang เปิดตัวโซลูชั่นอัจฉริยะสำหรับทุกสถานการณ์ของ Huawei ซึ่งรวมถึงโซลูชั่นการเข้าถึงแบบกระจายอัจฉริยะสำหรับบ้าน ตลอดจนเครือข่ายแคมปัสอัจฉริยะ, สายสัญญาณส่วนตัวระดับพรีเมียมอัจฉริยะ และโซลูชั่นเครือข่ายคลาวด์อัจฉริยะสำหรับองค์กร
- การเข้าถึงแบบกระจายอัจฉริยะ: โซลูชั่นนี้ได้อัปเกรดอย่างครอบคลุมทั้งอุปกรณ์ในบ้าน, พื้นที่ปลายทาง และการจัดการเครือข่าย ด้วยเครือข่าย Wi-Fi ที่ครอบคลุมระดับกิกะบิตในทุกห้อง ประสบการณ์บริการคุณภาพสูง การระบุผู้ใช้ที่แม่นยำ การเข้าถึงแบบกระจายอัจฉริยะนี้จะช่วยให้โอเปอเรเตอร์ได้ประโยชน์จากประสบการณ์เครือข่ายมากกว่าจากฐานผู้ใช้
- เครือข่ายแคมปัสอัจฉริยะ: จากการจัดการ LAN และ WAN ส่วนกลาง การเข้าถึงระดับ Gbps และ O&M อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI นั้น เครือข่ายแคมปัสอัจฉริยะจะช่วยให้โอเปอเรเตอร์สามารถจัดหาโซลูชั่นเครือข่ายแบบครบวงจรสำหรับองค์กรต่างๆ ในขณะที่พวกเขาก้าวไปสู่คลาวด์
- สายสัญญาณส่วนตัวระดับพรีเมียมอัจฉริยะ: โซลูชั่นนี้ช่วยลดความหน่วงลงอย่างมากด้วยเทคโนโลยีการสลับเป็นระบบออปติคอลทั้งหมด เปิดทางให้โอเปอเรเตอร์ให้บริการองค์กรผู้ใช้ระดับ High End ด้วยความหน่วงต่ำเพียง 1ms พร้อมประสบการณ์ที่ดีที่สุด จากการสร้างบนเทคโนโลยี Liquid OTN ท่อแข็งที่ยืดหยุ่นนี้ช่วยสนับสนุนการเข้าถึงแบนด์วิดท์ที่ยืดหยุ่นตั้งแต่ 2 Mbps ถึง 100 Gbps และการปรับเปลี่ยนบริการโดยไม่สูญเสียอะไร นอกจากนี้สายสัญญาณส่วนตัวระดับพรีเมียมอัจฉริยะยังเชื่อมต่อลูกค้าระดับองค์กรกับเครือข่ายส่วนตัวในระดับคลื่นความยาวต่างๆ ผ่านทางทรัพยากรคลื่นความถี่และคลื่นความถี่ย่อยระดับเอ็กซ์คลูซีฟ
- เครือข่ายคลาวด์อัจฉริยะ: โซลูชั่นนี้มีเป้าหมายสร้างพลังร่วมระหว่างคลาวด์กับเครือข่ายในยุคคลาวด์ ตั้งบนพื้นฐานเครือข่าย IP อัจฉริยะ เครือข่ายคลาวด์อัจฉริยะจะสร้างเครือข่ายคลาวด์ส่วนตัวคุณภาพสูง ซึ่งช่วยให้องค์กรเข้าถึงคลาวด์ที่หลากหลายขึ้น
?ตลอดเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา Huawei ทำงานร่วมกับลูกค้าและพาร์ทเนอร์เพื่อสร้างชีวิต AI ที่ไร้รอยต่อสำหรับทุกๆ บ้าน และขับเคลื่อนการอัปเกรดระบบอัจฉริยะในทุกอุตสาหกรรม เป้าหมายสูงสุดของเราคือการส่งเสริมการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน? Mr. Wang กล่าว
?จากการลงทุนอย่างต่อเนื่องใน 5G, เครือข่ายออปติคอล และนวัตกรรม IPv6 Enhanced เราจึงได้เปิดตัวโซลูชั่นการเชื่อมต่ออัจฉริยะสำหรับทุกสถานการณ์ ซึ่งโซลูชั่นเหล่านี้จะทำให้เครือข่ายอัลตร้าบรอดแบนด์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังสร้างโลกที่อัจฉริยะขึ้น ก้าวไปข้างหน้า เราเพิ่มความพยายามเป็นเท่าตัวในการวิจัยขั้นพื้นฐาน รวมทั้งลงทุนในเทคโนโลยีเครือข่ายยุคหน้าเพิ่มขึ้น และทำงานกับผู้ถือผลประโยชน์ทุกคนเพื่อสร้างโลกอัจฉริยะที่เปี่ยมประสิทธิภาพและปล่อยคาร์บอนต่ำ?
UBBF คืออีเวนต์ระดับโลกสำหรับอุตสาหกรรม ICT โดยงานในปีนี้ได้รับเกียรติจากตัวแทนของ China Mobile, FTTH Council Europe, TechUK, Ernst & Young Advisory Limited, IPv6 Forum, SAMENA Telecommunications Council และ Omdia มาร่วมกล่าวสุนทรพจน์
รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20201014/2949302-1
คำบรรยายภาพ: David Wang กรรมการบริหาร Huawei เปิดตัวโซลูชั่นการเชื่อมต่อสำหรับทุกสถานการณ์
Huawei เปิดตัวโซลูชั่นการเชื่อมต่ออัจฉริยะในทุกสถานการณ์
วิทยาศาสตร์ ไอที เทคโนโลยี AI Android iOS HarmonyOS Windows Linux Internet Smart Phone Computer Application เว็บบอร์ด
วิทยาศาสตร์ ไอที เทคโนโลยี AI Android iOS HarmonyOS Windows Linux Internet Smart Phone Computer Application เว็บบอร์ด
- COLORFUL เปิดตัวเมนบอร์ด iGame B850I MINI OC V14 (61 views)
- เอเซอร์เปิดตัว TravelMate P6 14 AI เบาไม่ถึง 1 กก. พร้อมพีซีอัจฉริยะเพื่อออฟฟิศยุคใหม่ (747 views)
- COLORFUL เปิดตัวโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง iGame M15 และ M16 Origo รุ่นใหม่ในงาน COMPUTEX 2026 (310 views)
- เอเซอร์เปิดไลน์อัป Copilot+ PC ปี 2026 แท็กทีม Swift และ Aspire ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ (238 views)
- COLORFUL เปิดตัวโชว์รูมประสบการณ์ 4 โซนสำหรับงาน COMPUTEX 2026 (273 views)
- เปิดตัวเมนบอร์ด Micro-ATX ซีรีส์ iGame B850M ULTRA จาก COLORFUL (1,935 views)
- COLORFUL เปิดตัวเมนบอร์ด BATTLE-AX B860M และ B760M รุ่นใหม่ รองรับ Wi-Fi 7 และซีพียูเจเนอเรชันถัดไป (3,326 views)
- Sandisk ยกระดับไลน์อัพการ์ดหน่วยความจำ เปิดตัว CFexpress 4.0 Type B และ SD Card V90/V60 รุ่นใหม่ในงาน NAB 2026 (118 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
