ร่วมรักษาหัตถกรรมชั้น "ครู" ที่ใกล้สูญหาย ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา ผ่านมุมมองของครูช่างผู้สืบทอดมรดกแห่งกาลเวลา ทั้ง 11
- fh400 ออฟไลน์
- โพสต์: 736
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 31 ม.ค. 2011 3:34 pm
ร่วมรักษาหัตถกรรมชั้น "ครู" ที่ใกล้สูญหาย ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา ผ่านมุมมองของครูช่างผู้สืบทอดมรดกแห่งกาลเวลา ทั้ง 11
ร่วมรักษาหัตถกรรมชั้น "ครู" ที่ใกล้สูญหาย ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
ผ่านมุมมองของครูช่างผู้สืบทอดมรดกแห่งกาลเวลา ทั้ง 11 งานศิลปะ
งานศิลปหัตถกรรม คือหนึ่งสิ่งที่สามารถสะท้อนประวัติศาสตร์ของชาติออกมาได้เป็นรูปธรรมที่สุด บนหัตถกรรมหนึ่งชิ้นไม่ได้มีเพียงแต่ผิวสัมผัสรูปธรรมที่บ่งบอกอายุของมันเท่านั้น เพราะทุกลวดลาย ทุกสีสัน ทุกรูปทรง ล้วนแต่เป็นเหมือนหลักฐานที่บันทึกประวัติศาสตร์จากอดีตที่ส่งต่อผ่านกาลเวลามาให้คนรุ่นหลังได้รู้ถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต ไปจนถึงความเชื่อแต่กาลก่อนทั้งนั้น บทความนี้จะนำพาไปทำความรู้จักกับมรดกแห่งกาลเวลาที่ใกล้สูญหาย เป็นตัวอย่างแห่งงานศิลปหัตถกรรมที่ใกล้สูญหาย จากบรรดาบุคคลชั้น ครู ที่ได้รับการเชิดชูโดย ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (ศ.ศ.ป.) ที่ในวันนี้ ถือเป็นบุคคลที่เป็นกำลังสำคัญยิ่งที่ยังคงเป็นผู้สืบทอดมรดกแห่งบรรพบุรุษ ผ่านการสรรสร้างและรักษาให้ดำรงคงอยู่โดยไม่สูญหายไปตามกาลเวลา จากนิทรรศการ "หัตถกรรมชั้น "ครู" ที่ใกล้สูญหาย"ผ่านมุมมองของครูช่างผู้สืบทอดมรดกแห่งกาลเวลา ทั้ง 11 งานศิลปะ

ครูวีระ มีเหมือน ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2552 ในประเภทงาน ตอกหนังใหญ่ กล่าวไว้ว่า "หนังใหญ่เป็นศิลปะพิเศษที่รวมเอาหลากหลายศิลปกรรมไว้ด้วยกัน แต่เดิมคนโบราณจะปลูกโรงขึงผ้าสีขาวผืนใหญ่ หนังที่นิยมนำมาเชิดคือหนังวัวหนังควายตัวเมีย ที่มีอายุ เพราะหนังจะอ่อนลงและตอกง่ายขึ้น เมื่อหนังใหญ่มีการพัฒนาขึ้น ตัวหนังก็แบ่งประเภทเป็นหนังกลางวันที่ปิดทองและหนังกลางคืนที่ไม่ปิดทอง และยังแบ่งแบบหนังในงานมงคลที่ลงสีสัน รวมถึงงานอวมงคลที่ไม่ลงสีด้วย การแสดงหนังใหญ่คือศิลปะที่มีการใช้ภาษาอันหลากหลาย เพื่อพากย์เป็นเรื่องราว ดังนั้นเมื่อภาษาโบราณเริ่มเลือนหายไป หนังใหญ่ก็เลือนหายตามไปด้วย การจะอนุรักษ์หนังใหญ่จึงไม่ใช่แค่เรียนรู้วิธีการทำหนังเท่านั้น หากแต่ต้องเรียนด้านอื่นๆ ควบคู่ไปให้สุดทาง จึงจะมีโอกาสรักษางานหนังใหญ่ เหลือไว้ให้คนรุ่นหลังได้รู้จักอย่างลึกซึ้ง"

ครูอุทัย เจียรศิริ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2562 ในประเภทงานเครื่องถม และงานคร่ำโบราณ กล่าวว่า "?การทำงานคร่ำจะเริ่มบนเหล็กที่ไม่มีอะไรเลย ช่างต้องฝึกเขียนลายให้เป็น ต้องวางเส้น ลงลาย จัดระเบียบลายด้วยตัวเอง ส่วนขั้นตอนการสับเหล็กจะขึ้นกับฝีมือช่าง เช่น ของเขมรจะสับ 3-4 ครั้ง แต่เขาจะลงลายละเอียดได้ไม่เท่าของไทย ส่วนของไทยจะสับครั้งมากกว่านั้น ทั้งยังมีเทคนิคการลบและสับใหม่ได้ในผู้ที่ชำนาญจริงๆ แต่ถึงอย่างไร งานคร่ำก็ไม่ใช่หัตถกรรมที่คนทั่วไปหาซื้อ ผู้ที่ซื้อและสะสมส่วนใหญ่เป็นคนยุคเก่า และงานนั้นก็ต้องเป็นงานของช่างผู้มีชื่อเสียงด้วย เพราะฉะนั้นหากเราไม่พยายามอนุรักษ์และฟื้นฟู สักวันงานคร่ำโบราณก็คงสูญหายไม่เป็นที่รู้จักอีกต่อไป"

ครูสมทรัพย์ ศรีสุวรรณ์ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2563 ในประเภทงานน้ำต้น กล่าวว่า "?คนโทในชุมชนหมู่บ้านน้ำต้น อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ความจริงนั้นสูญหายไปแล้ว แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะฟื้นฟูภูมิปัญญาการปั้นน้ำต้น ทำให้ครูต้องศึกษาข้อมูลน้ำต้นใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการสืบเสาะหางานหัตถกรรมน้ำต้นในลุ่มน้ำโขงทั้งหมด อย่างน้อยใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ยาวไปถึง ไทลื้อ (12 ปันนา) รัฐฉานบางส่วน ล้านช้าง เพื่อนำผลที่ได้จากการศึกษาในอดีต มาสร้างเป็นน้ำต้นชิ้นใหม่ ให้กลับมาคงอยู่บ้านน้ำต้นและชาวล้านนา และเพื่อให้หัตถกรรมชิ้นนี้เป็นที่รู้จักในปัจจุบัน ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา"

ครูจักรกริศษ์ สุขสวัสดิ์ ครูช่างศิลปหัตถกรรม 2555 ในประเภทงานเครื่องประดับมุก กล่าวไว้ว่า "...ครูโบราณจะใช้หุ่นที่ทำจากหวายจักสานขึ้นรูป แล้วนำหุ่นมาลงรักด้วยยางไม้ธรรมชาติ ด้วยการใช้ยางรักผสมถ่านที่ได้จากเปลือกไม้เผา แล้วผสมกับยางรัก เรียกว่า "รักสมุก" หลังจากนั้นเอามาถมลงบนลายที่ผ่านการออกแบบ ฉลุทีละชิ้นจนเต็มพื้นที่ แล้วเช็ดชักเงา ขัดมันด้วยน้ำมันพืช จึงจะได้งานประดับมุกหนึ่งชิ้น ด้วยขั้นตอนที่ยากลำบาก วัตถุดิบที่หายาก ประกอบกับการสืบทอดและการใช้สอยที่ลดน้อยลง "งานประดับมุก" จึงเป็นศิลปหัตถกรรมที่เหลือเพียงกลุ่มช่างไม่กี่ราย ที่ยังทำหน้าที่อนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญานี้ เพื่อดำรงไว้ไม่ให้สูญหายไปจากพื้นแผ่นดินไทย"

ครูธานินทร์ ชื่นใจ ครูช่างศิลปหัตถกรรม 2555 ในประเภทงานเขียนลายรดน้ำและลงรักปิดทอง กล่าวว่า "?โดยปกติแล้วงานเขียนลายรดน้ำ ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ด้วยวัสดุหลักที่ใช้เป็นทองคำแท้ที่มีราคาสูง ทำให้คนไม่คิดจะทำหากไม่มีความเชี่ยวชาญจริง ปัจจุบันช่างรุ่นใหม่จะใช้สีแทนทองคำในการฝึกฝนให้เกิดความเชี่ยวชาญ จึงจะเปลี่ยนมาใช้ทองคำจริง อีกทั้งนอกจากจะต้องหมั่นฝึกฝนแล้ว ช่างรุ่นเก่าและใหม่ยังต้องหมั่นทำการดูแล มุ่งมั่นรักษา และเพิ่มความเข้าใจ ปรับตัวพัฒนางานโบราณมาสู่งานสมัยใหม่ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าความสำคัญที่จะอนุรักษ์ของเก่าๆ ต่อไปในอนาคต ไม่ให้งานเขียนลายรดน้ำเกิดการสูญหายไป"

ครูพีรศิษย์ บัวทั่ง ครูช่างศิลปหัตถกรรม 2559 ประเภทงานอังกะลุง เล่าว่า "?ความยากของการทำอังกะลุงอยู่ที่ไม้ไผ่ซึ่งเป็นวัสดุกระบอกทรงกลม ทำให้เทียบเสียงได้ลำบาก ต่างจากผืนทุ้ม ผืนระนาด ที่มีลักษณะแบนเทียบเสียงง่ายกว่า ช่างทำอังกะลุงต้องเลื่อยเอาไม้ออก แล้วฟังเสียงภายในกระบอกที่ทั้งฟังยาก เทียบด้วยเครื่องไฟฟ้าก็ลำบาก สิ่งสำคัญคือช่างต้องเป็นนักดนตรี รู้จักเสียงดนตรี เพื่อที่จะใช้ปากเป่าฟังเสียงมาเทียบเสียงให้ตรงทั้งแบบไทยและสากล ซึ่งหากช่างไม่รู้จักดนตรีดีพอ การทำอังกะลุงก็เป็นเพียงแค่การเอาไม้ไผ่มาผ่าเฉยๆ ช่างรุ่นใหม่จึงต้องใช้ทั้งความรู้และความตั้งใจ เพื่อจะอนุรักษ์ให้คนรุ่นลูก รุ่นหลาน รุ่นหลัง ได้รู้จักเครื่องดนตรีที่สะท้อนภูมิปัญญา โดยไม่สูญหายไปจากผืนแผ่นดินไทย"

ครูหิรัญ เสือศรีเสริม ครูช่างศิลปหัตถกรรม 2559 ในประเภทบาตรโบราณ กล่าวไว้ว่า "?งานบาตรโบราณทำมือเป็นมรดกของบรรพบุรุษที่แทบจะไม่มีผู้สืบทอดแล้ว อีกทั้งงานบาตรโบราณถือเป็นหัตถกรรมที่มีความยากในทุกขั้นตอน ไล่ตั้งแต่ ตีขอบ, ต่อบาตรขึ้นรูป, แล่นบาตร, ตีตะเข็บ, ลายบาตรให้เป็นรูปทรง, ตีเม็ดให้เรียบ, ตะไบบาตร และลงดำกระสุนเขียว ซึ่งต้องใช้ทั้งความอดทน เวลา และประสบการณ์ จึงจะสามารถทำบาตรให้สำเร็จครบตามขั้นตอนต่างๆ ได้ ปัจจุบันครูช่างที่ชุมชนบ้านบาตร ต่างพยายามส่งต่อความรู้งานทำบาตรโบราณตีมือให้คนรุ่นใหม่ เพื่อไม่ให้ภูมิปัญญาที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต้องสูญหายไปตามกาลเวลา"

ครูนิเวศ แววสมณะ ครูช่างศิลปหัตถกรรม 2561 ในประเภทงานหุ่นกระบอกไทย กล่าวว่า "?การทำหุ่นกระบอกทำได้ง่าย แต่ถ้าจะทำให้สวย จึงจะยาก การจะดึงคุณค่าและความมีชีวิตของหุ่นกระบอกออกมา ต้องอาศัยทักษะงานนาฏกรรมของผู้เชิด ซึ่งในมุมมองของครู การจะทำให้หุ่นกระบอกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เราเองก็ต้องมีการปรับตัว ทั้งจากการแสดงพงศาวดารเรื่องใหม่ๆ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการแสดง ที่ช่วยให้หุ่นมีความเสมือนคนมากยิ่งขึ้น ทั้งการกระพริบตา ปากเริ่มขยับ มือเริ่มหันกำไม้กำมือได้ แต่แน่นอนว่าช่างทุกคนยังยึดมั่นในการอนุรักษ์วิธีการทำหุ่นแบบเดิมๆ ไว้ เพียงแต่เราแค่เดินคู่ไปกับการพัฒนาปรับตัว เพื่อให้หุ่นกระบอกมีลมหายใจอยู่ได้ในยุคปัจจุบัน"

ครูสุพัตรา ชูชม ครูช่างศิลปหัตถกรรม 2562 ในประเภทงานผ้าซิ้นตีนจกไทยวนเสาให้ เล่าว่า "?แต่ก่อนผ้าซิ่นไท-ยวน เหลืออยู่เพียง 9 ผืน ไม่มีทั้งคนทอและคนเล่าเรื่อง ด้วยความที่อยากให้ผ้าซิ่นกลับมามีชีวิต ครูจึงไปขอศึกษาการทอผ้ายวนจากครูจงจรูญ มะโนคํา และได้ใช้เวลาศึกษาการทอลายผ้าด้วยตัวเองร่วมปีจึงจะสำเร็จ 1 ผืน ครูเชื่อว่าลวดลายของผ้าล้วนมีคุณค่า สะท้อนเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์ไท-ยวน ได้อย่างชัดเจน ถึงสติปัญญาและความมานะอดทนของผู้หญิงโบราณ ที่ต้องจดจำลวดลาย ใช้ขนเม่นเกี่ยวทีละเส้น เพื่อให้ได้ผ้าซิ่น 1 ผืน เพื่อที่จะใช้ในวันแต่งงาน ตามแบบชนชาติพันธุ์ไท-ยวนอย่างแท้จริง สะท้อนให้คนรุ่นหลังเห็นถึงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นได้ชัดเจน"

ครูสมคิด คชาพงษ์ ครูช่างศิลปหัตถกรรม 2563 ในประเภทงานแทงหยวก เล่าว่า ความยากจริงๆ ของงานแทงหยวกคือวัตถุดิบที่ใช้หาได้ยากขึ้นในปัจจุบัน อย่างต้นกล้วยตานีที่นิยมใช้ ก็เจอสภาพอากาศที่แล้ง จนต้นทั้งเล็กและแกร็นจนตายไป อีกหนึ่งความยากคือ ช่างสกุลเก่าที่เหลือน้อย ต้องพยายามถ่ายทอดความรู้และความอดทนไปให้ถึงช่างรุ่นใหม่ ต้องคอยอบรมความอดทน ความตั้งใจ ไม่ให้ท้อถอย เพื่อที่จะได้สืบสานภูมิปัญญางานแทงหยวกแบบดั้งเดิม ของสกุลช่างรุ่นบรรพบุรุษไม่ให้สูญหายไป และให้อยู่คู่สังคมไทยสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน"

ครูสรพล ถีระวงษ์ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2560 ในประเภทงานปักสดึงกรึงไหม เล่าว่า "?งานปักของสยามแบ่งไว้ 8 ประเภท ซึ่งงานปักสดึงกลึงไหมเป็นหนึ่งในนั้น และงานปักที่ยากที่สุด คืองานปักที่รวมเอางานปักหลายชนิดไว้ด้วยกัน ที่ถือเป็นงานปักชั้นสูง ลวดลายต่างๆ จะใช้แววเป็นตัวกำหนด และส่วนใหญ่แล้วงานปักแต่ละชนิด จะแบ่งตามคุณประโยชน์และสถานะที่ต้องใช้ ออกเป็น 3 สถานะ คือ ชาติ สะท้อนถึงประชาชน, ศาสนา สะท้อนพระสงฆ์ และพระมหากษัตริย์ สะท้อนถึงชั้นทรงสมณะศักดิ์ ความยากของงานปักโบราณจะเริ่มตั้งแต่การหาวัสดุที่คนโบราณให้ไว้ และช่างต้องตีความเรื่องของวัสดุนั้นๆ ว่ายังหลงเหลือและดีพอที่จะมาทดแทนของเดิมตามจารีตดั้งเดิมได้หรือไม่ จึงจะพูดได้ว่างานปักนั้นยังมีชีวิตอยู่และไม่สูญหายไปในปัจจุบัน"
ร่วมรักษาหัตถกรรมชั้น "ครู" ที่ใกล้สูญหาย ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา ผ่านมุมมองของครูช่างผู้สืบทอดมรดกแห่งกาลเวลา ทั้ง 11
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ข่าวอบรม สัมนา งานแสดงสินค้า โปรโมชั่น แคมเปญ
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ข่าวอบรม สัมนา งานแสดงสินค้า โปรโมชั่น แคมเปญ
- EQ Training จัดกิจกรรม Team Building “BOOST UP & TEAMWORK” ให้กับทีม Proalpha Solutions Thailand (4 views)
- โบลท์ (Bolt) เปิดตัวโครงการ "Bolt Sure" ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมสนับสนุนพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่อย่างครบวงจร (6 views)
- 6 องค์ประกอบของ AI Personalization Engine ที่ธุรกิจ E-Commerce ยุคใหม่ต้องมี (4 views)
- ซูเลียน เร่งเครื่องขยายเครือข่าย เปิด "เพชรมหาสมุทร เน็ทเวิร์ค เอเจนซี่ (MGC)" (5 views)
- "สามารถ เอ็ด เท็ค" เปิดโซลูชัน AI และ Digital Learning ครบวงจร ตอบโจทย์องค์กรและการศึกษาแห่งอนาคต ในงาน TCM2026 (7 views)
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (6 views)
- โฮมโปร x เมกาโฮม ผนึก สมอ. ยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย เปลี่ยน "ความมั่นใจ" ให้เป็นมาตรฐานใหม่ทุกการเลือกซื้อ (6 views)
- 6 AI Business Ideas ที่จะเปลี่ยนอนาคตของ E-Commerce (11 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot, Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
