ขอความร่วมมือผู้กลับจากประเทศเสี่ยง?เมอร์ส-โควี?ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 960
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 03 เม.ย. 2009 11:48 am
ขอความร่วมมือผู้กลับจากประเทศเสี่ยง?เมอร์ส-โควี?ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
สาธารณสุข ขอความร่วมมือผู้กลับจากประเทศเสี่ยง?เมอร์ส-โควี?ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
กระทรวงสาธารณสุข เผยประเทศไทยยังไม่มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 ขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางเข้า-ออกพื้นที่เสี่ยง กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอ-มิเรตส์ กาตาร์ ทั้งประกอบศาสนกิจ ท่องเที่ยว ทำงาน ศึกษา ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด โดยมีระบบให้ความรู้ คำแนะนำ รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังผู้เดินทางกลับจากประเทศตะวันออกกลางเป็นเวลา 14 วัน
นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2012 หรือ ?เมอร์ส-โควี? ของประเทศไทย ว่า เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม เนื่องจากประชาชนมีการเดินทางไป-มา ประเทศแถบตะวันออกกลางอาทิ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่พบการระบาดของโรค เพื่อประกอบประกอบศาสนกิจ ท่องเที่ยว ทำงาน ศึกษา กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางระบบเฝ้าระวังและการคัดกรองผู้ป่วย การควบคุมป้องกันการติดเชื้อ และการแพร่กระจายของเชื้อ การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ รวมทั้งการดูแลรักษาในโรงพยาบาล โดยมีการให้ความรู้ คำแนะนำประชาชน รวมทั้งระบบการติดตามเฝ้าระวัง ผู้เดินทางกลับจากประเทศตะวันออกกลางเป็นเวลา 14 วัน ทั้งนี้ หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หรือมีอาการไข้สูง หอบเหนื่อยหายใจลำบากขอให้ไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางไปต่างประเทศด้วย หรือโทรปรึกษาสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่เว็บไซต์สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค (http://beid.ddc.moph.go.th)
นายแพทย์โสภณกล่าวว่า โรคนี้ พบในคนครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2555 ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศในแถบตะวันออกกลาง ติดต่อผ่านการแพร่กระจายผ่านละอองฝอยน้ำมูก น้ำลาย จากการไอ จาม ผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงหรือมีการระบาด ขณะนี้องค์การอนามัยโลกยังไม่มีข้อห้ามในการเดินทาง แต่ขอให้เคร่งครัด การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไตวาย หรือผู้ที่ภูมิต้านทานต่ำ ควรระวังเป็นพิเศษ ควรปฏิบัติตัว ดังนี้ 1.หลีกเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจหรือผู้ที่มีอาการไอหรือจาม 2.ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ 3.หลีกเลี่ยงการเข้าไปสัมผัสกับฟาร์มสัตว์หรือสัตว์ป่าต่างๆ หรือดื่มนมอูฐดิบไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ซึ่งอาจเป็นแหล่งรังโรคได้ 4.ถ้ามีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หลีกเลี่ยงคลุกคลีกับบุคคลอื่น สวมหน้ากากป้องกันโรค ล้างมือให้สะอาด และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
รายงานองค์การอนามัยโลก เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2558 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 จำนวน 1,172 ราย เสียชีวิต 442 ราย จาก 25 ประเทศ โดยในเอเชียปีนี้พบที่เกาหลีใต้และจีน สำหรับประเทศไทยขณะนี้ยังไม่พบรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคนี้
ที่มา:กรมควบคุมโรค
กระทรวงสาธารณสุข เผยประเทศไทยยังไม่มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 ขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางเข้า-ออกพื้นที่เสี่ยง กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอ-มิเรตส์ กาตาร์ ทั้งประกอบศาสนกิจ ท่องเที่ยว ทำงาน ศึกษา ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด โดยมีระบบให้ความรู้ คำแนะนำ รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังผู้เดินทางกลับจากประเทศตะวันออกกลางเป็นเวลา 14 วัน
นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2012 หรือ ?เมอร์ส-โควี? ของประเทศไทย ว่า เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม เนื่องจากประชาชนมีการเดินทางไป-มา ประเทศแถบตะวันออกกลางอาทิ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่พบการระบาดของโรค เพื่อประกอบประกอบศาสนกิจ ท่องเที่ยว ทำงาน ศึกษา กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางระบบเฝ้าระวังและการคัดกรองผู้ป่วย การควบคุมป้องกันการติดเชื้อ และการแพร่กระจายของเชื้อ การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ รวมทั้งการดูแลรักษาในโรงพยาบาล โดยมีการให้ความรู้ คำแนะนำประชาชน รวมทั้งระบบการติดตามเฝ้าระวัง ผู้เดินทางกลับจากประเทศตะวันออกกลางเป็นเวลา 14 วัน ทั้งนี้ หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หรือมีอาการไข้สูง หอบเหนื่อยหายใจลำบากขอให้ไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางไปต่างประเทศด้วย หรือโทรปรึกษาสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่เว็บไซต์สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค (http://beid.ddc.moph.go.th)
นายแพทย์โสภณกล่าวว่า โรคนี้ พบในคนครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2555 ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศในแถบตะวันออกกลาง ติดต่อผ่านการแพร่กระจายผ่านละอองฝอยน้ำมูก น้ำลาย จากการไอ จาม ผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงหรือมีการระบาด ขณะนี้องค์การอนามัยโลกยังไม่มีข้อห้ามในการเดินทาง แต่ขอให้เคร่งครัด การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไตวาย หรือผู้ที่ภูมิต้านทานต่ำ ควรระวังเป็นพิเศษ ควรปฏิบัติตัว ดังนี้ 1.หลีกเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจหรือผู้ที่มีอาการไอหรือจาม 2.ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ 3.หลีกเลี่ยงการเข้าไปสัมผัสกับฟาร์มสัตว์หรือสัตว์ป่าต่างๆ หรือดื่มนมอูฐดิบไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ซึ่งอาจเป็นแหล่งรังโรคได้ 4.ถ้ามีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หลีกเลี่ยงคลุกคลีกับบุคคลอื่น สวมหน้ากากป้องกันโรค ล้างมือให้สะอาด และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
รายงานองค์การอนามัยโลก เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2558 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 จำนวน 1,172 ราย เสียชีวิต 442 ราย จาก 25 ประเทศ โดยในเอเชียปีนี้พบที่เกาหลีใต้และจีน สำหรับประเทศไทยขณะนี้ยังไม่พบรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคนี้
ที่มา:กรมควบคุมโรค
ขอความร่วมมือผู้กลับจากประเทศเสี่ยง?เมอร์ส-โควี?ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ข้อแนะนำสำหรับการเตรียมตัวก่อนวิ่งในงานวิ่ง เตรียมร่างกายให้พร้อมอย่างไร เพื่อการวิ่งที่ปลอดภัยและมั่นใจ! (9 views)
- ภัยเงียบของผู้หญิงที่ไม่ควรมองข้าม "มะเร็งรังไข่" รู้เร็ว รักษาได้ เพิ่มโอกาสหาย (9 views)
- “มะเร็งไต” (Renal Cell Carcinoma) : รู้ไว ตรวจพบเร็ว รักษาได้ เช็ก 5 กลุ่มเสี่ยงและ 3 สัญญาณเตือน ก่อนสายเกินแก้ (9 views)
- ไวรัสตับอักเสบ ซี... รักษาให้หายขาดได้ ไวรัสตับอักเสบ บี... ควบคุมได้และป้องกันได้ (9 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (10 views)
- ระวัง! โรคอาหารเป็นพิษ และโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน เตือนภัยสุขภาพในสถานศึกษาและสถานที่รวมคนจำนวนมาก (9 views)
- "มะเร็งรังไข่" ภัยเงียบของผู้หญิงที่ไม่ควรมองข้าม รู้เร็ว รักษาได้ เพิ่มโอกาสหาย (7 views)
- แสงสีฟ้า กับผลกระทบต่อการมองเห็น ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต (23 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
