ครีมชะลอวัยจากน้ำมันรำข้าวไทยต้านริ้วรอย ทีมวิจัยเภสัช มช.
- warisara ออฟไลน์
- โพสต์: 48
- ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 14 มี.ค. 2009 11:07 pm
ครีมชะลอวัยจากน้ำมันรำข้าวไทยต้านริ้วรอย ทีมวิจัยเภสัช มช.
ครีมชะลอวัยจากน้ำมันรำข้าวไทย ทีมวิจัยเภสัช มช.
ทีมวิจัยเภสัช มช. พบของดีในรำข้าวไทยใช้ เป็นสารต้านริ้วรอยได้ผลดี พัฒนาถุงนาโนกักเก็บสารสำคัญจากของเหลือในการผลิตน้ำมันรำข้าว ได้สูตรครีมน้ำมันรำข้าวนาโน สร้างทางเลือกอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย พร้อมยื่นจดสิทธิบัตรและรอถ่ายทอดสู่เอกชน หวังเพิ่มมูลค่ารำข้าวไทยได้กว่า 3,000 เท่า แต่ได้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวถูกกว่านำเข้า 4 เท่า
ศ.ดร.อรัญญา มโนสร้อย อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ และผู้ประสานงานศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยเรื่อง ?การเก็บกักสารสำคัญจากของเหลือในการผลิตน้ำมันรำข้าวในถุงขนาดนาโนเพื่อใช้ ทางเครื่องสำอาง?
เปิดเผยว่า ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทยและคนส่วนใหญ่ในทวีปเอเชีย ดังนั้นข้าวจึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของหลายประเทศในโลก ข้าวมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพโดยเป็นแหล่งรวมของสาร อาหารที่จำเป็นต่อร่างกายโดยเฉพาะในส่วนที่เป็นรำข้าวอย่าง ไรก็ตาม ในขั้นตอนการสีข้าวมีการกำจัดส่วนรำข้าวออกไป ซึ่งมีการทิ้งไปเป็นอาหารสัตว์และนำไปสกัดเป็นน้ำมันรำข้าว ในขั้นตอนการผลิตน้ำมันรำข้าว จะมีการทิ้งกากรำข้าว และของเหลืออื่น ๆ ทั้งที่ยังมีสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและความงาม สารสำคัญเหล่านี้
ได้แก่ แกมม่าออรีซานอล กรดไฟติก และกรดเฟอรูลิก ซึ่งมีสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่จะสามารถนำมา พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางเพื่อชะลอความแก่ได้ อย่างไรก็ตาม สารเหล่านี้มีความคงตัวต่ำและมีขนาดโมเลกุลใหญ่ที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิว หนังได้ยากเพื่อการออกฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน มีการนำเทคโนโลยีนาโนในรูปถุงขนาดนาโนเมตร (หนึ่งในพันล้านเมตร) ในรูปไลโปโซมและนีโอโซมมาใช้ประโยชน์ โดยนีโอโซมเป็นรูปแบบที่มีความคงตัวและราคาถูกกว่า จึงมีการนำมาใช้เป็นระบบนำส่งสารผ่านผิวหนังกันอย่างแพร่หลาย โครงการวิจัยนี้ได้เพิ่มมูลค่าของรำข้าว กากรำข้าวและของเหลือต่างๆ จากโรงงานผลิตน้ำมันรำข้าวในประเทศไทยโดยนำมาสกัดสารสำคัญต่างๆ
แล้วนำมาเก็บกักใน นีโอโซมและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางชะลอความแก่ โดยเตรียมสารสกัดกึ่งบริสุทธิ์ที่มีกรดเฟอรูลิก แกมม่าออรีซานอลและกรดไฟติกในปริมาณ 0.289 + 0.02, 14.41 + 0.69 และ 10.47 + 0.28 มิลลิกรัม/กรัม ตามลำดับ ซึ่งสารสกัดเหล่านี้นอกจากมีฤทธิ์ต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่นและต้านอนุมูล อิสระแล้วยังมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสในระดับดีเมื่อเทียบกับสาร มาตรฐาน วิตามินซีและกรดโคจิก เมื่อนำสารสกัดมาเก็บกักในนีโอโซมโดยวิธีซูเปอร์คริติคอลคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งไม่ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พบว่านีโอโซมช่วยเพิ่มการดูดซึมของสารสำคัญผ่านหนังหนูได้มากกว่าสรสำคัญ ที่ไม่ได้เก็บกักในนีโอโซมประมาณสองเท่า เมื่อนำนีโอโซมนี้ไปเตรียมเป็นครีมและเจล พบว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้ไม่ก่อการแพ้และระคายเคืองในกระต่าย และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น และความเนียนของผิวอาสาสมัครได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 28 วัน โดยให้ผลดีกว่าผลิตภัณฑ์ในท้องตลาด
ศ.ดร.อรัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า หากได้นำผลงานนี้ออกสู่ธุรกิจ นอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าของของเหลือจากการผลิตข้าวและน้ำมันรำข้าวแล้ว ยังช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ช่วยทดแทนการนำเข้าวัตถุดิบเครื่องสำอางที่มีมูลค่าสูง ช่วยลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นการนำเทคโนโลยีนาโนมาเพิ่มศักยภาพของ ผลิตภัณฑ์ทางเกษตรของไทยในการแข่งขันกับต่างประเทศได้
อนึ่ง ผลงานวิจัยเรื่อง ?การเก็บกักสารสำคัญจากของเหลือในการผลิตน้ำมันรำข้าวในถุงขนาดนาโนเพื่อใช้ ทางเครื่องสำอาง? ของ น.ส.รมย์ฉัตร ชูโตประพัฒน์ นักศึกษาโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ซึ่งมี ศ.ดร.อรัญญา มโนสร้อย เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักและหัวหน้าโครงการวิจัย และมี ศ.ดร.จีรเดช มโนสร้อย และ ศ.ดร.มาซาฮิโกะ อาเบะ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์โตเกียว (Tokyo University of Science: TUS) ร่วมทีมวิจัย ได้รับรางวัล 1 ใน 12 งานวิจัยเด่นของสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) ในงานประชุมวิชาการ PGJ-Ph.D. Congress ครั้งที่ 11 ประจำปี 2553 โดยโครงการวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (สกว.) งบประมาณแผ่นดินจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2549-2551 ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Tokyo University of Science (TUS) บริษัท P&G ในเมืองโกเบะ ประเทศญี่ปุ่นและโรงงานที่ให้ตัวอย่างสำหรับการวิจัย บริษัทน้ำมันบริโภคไทย จำกัด และ บริษัทกมลกิจ จำกัด
ที่มา: http://www.manager.co.th/Campus/ViewNew ... 0000093364
ทีมวิจัยเภสัช มช. พบของดีในรำข้าวไทยใช้ เป็นสารต้านริ้วรอยได้ผลดี พัฒนาถุงนาโนกักเก็บสารสำคัญจากของเหลือในการผลิตน้ำมันรำข้าว ได้สูตรครีมน้ำมันรำข้าวนาโน สร้างทางเลือกอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย พร้อมยื่นจดสิทธิบัตรและรอถ่ายทอดสู่เอกชน หวังเพิ่มมูลค่ารำข้าวไทยได้กว่า 3,000 เท่า แต่ได้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวถูกกว่านำเข้า 4 เท่า
ศ.ดร.อรัญญา มโนสร้อย อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ และผู้ประสานงานศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยเรื่อง ?การเก็บกักสารสำคัญจากของเหลือในการผลิตน้ำมันรำข้าวในถุงขนาดนาโนเพื่อใช้ ทางเครื่องสำอาง?
เปิดเผยว่า ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทยและคนส่วนใหญ่ในทวีปเอเชีย ดังนั้นข้าวจึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของหลายประเทศในโลก ข้าวมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพโดยเป็นแหล่งรวมของสาร อาหารที่จำเป็นต่อร่างกายโดยเฉพาะในส่วนที่เป็นรำข้าวอย่าง ไรก็ตาม ในขั้นตอนการสีข้าวมีการกำจัดส่วนรำข้าวออกไป ซึ่งมีการทิ้งไปเป็นอาหารสัตว์และนำไปสกัดเป็นน้ำมันรำข้าว ในขั้นตอนการผลิตน้ำมันรำข้าว จะมีการทิ้งกากรำข้าว และของเหลืออื่น ๆ ทั้งที่ยังมีสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและความงาม สารสำคัญเหล่านี้
ได้แก่ แกมม่าออรีซานอล กรดไฟติก และกรดเฟอรูลิก ซึ่งมีสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่จะสามารถนำมา พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางเพื่อชะลอความแก่ได้ อย่างไรก็ตาม สารเหล่านี้มีความคงตัวต่ำและมีขนาดโมเลกุลใหญ่ที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิว หนังได้ยากเพื่อการออกฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน มีการนำเทคโนโลยีนาโนในรูปถุงขนาดนาโนเมตร (หนึ่งในพันล้านเมตร) ในรูปไลโปโซมและนีโอโซมมาใช้ประโยชน์ โดยนีโอโซมเป็นรูปแบบที่มีความคงตัวและราคาถูกกว่า จึงมีการนำมาใช้เป็นระบบนำส่งสารผ่านผิวหนังกันอย่างแพร่หลาย โครงการวิจัยนี้ได้เพิ่มมูลค่าของรำข้าว กากรำข้าวและของเหลือต่างๆ จากโรงงานผลิตน้ำมันรำข้าวในประเทศไทยโดยนำมาสกัดสารสำคัญต่างๆ
แล้วนำมาเก็บกักใน นีโอโซมและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางชะลอความแก่ โดยเตรียมสารสกัดกึ่งบริสุทธิ์ที่มีกรดเฟอรูลิก แกมม่าออรีซานอลและกรดไฟติกในปริมาณ 0.289 + 0.02, 14.41 + 0.69 และ 10.47 + 0.28 มิลลิกรัม/กรัม ตามลำดับ ซึ่งสารสกัดเหล่านี้นอกจากมีฤทธิ์ต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่นและต้านอนุมูล อิสระแล้วยังมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสในระดับดีเมื่อเทียบกับสาร มาตรฐาน วิตามินซีและกรดโคจิก เมื่อนำสารสกัดมาเก็บกักในนีโอโซมโดยวิธีซูเปอร์คริติคอลคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งไม่ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พบว่านีโอโซมช่วยเพิ่มการดูดซึมของสารสำคัญผ่านหนังหนูได้มากกว่าสรสำคัญ ที่ไม่ได้เก็บกักในนีโอโซมประมาณสองเท่า เมื่อนำนีโอโซมนี้ไปเตรียมเป็นครีมและเจล พบว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้ไม่ก่อการแพ้และระคายเคืองในกระต่าย และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น และความเนียนของผิวอาสาสมัครได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 28 วัน โดยให้ผลดีกว่าผลิตภัณฑ์ในท้องตลาด
ศ.ดร.อรัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า หากได้นำผลงานนี้ออกสู่ธุรกิจ นอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าของของเหลือจากการผลิตข้าวและน้ำมันรำข้าวแล้ว ยังช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ช่วยทดแทนการนำเข้าวัตถุดิบเครื่องสำอางที่มีมูลค่าสูง ช่วยลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นการนำเทคโนโลยีนาโนมาเพิ่มศักยภาพของ ผลิตภัณฑ์ทางเกษตรของไทยในการแข่งขันกับต่างประเทศได้
อนึ่ง ผลงานวิจัยเรื่อง ?การเก็บกักสารสำคัญจากของเหลือในการผลิตน้ำมันรำข้าวในถุงขนาดนาโนเพื่อใช้ ทางเครื่องสำอาง? ของ น.ส.รมย์ฉัตร ชูโตประพัฒน์ นักศึกษาโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ซึ่งมี ศ.ดร.อรัญญา มโนสร้อย เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักและหัวหน้าโครงการวิจัย และมี ศ.ดร.จีรเดช มโนสร้อย และ ศ.ดร.มาซาฮิโกะ อาเบะ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์โตเกียว (Tokyo University of Science: TUS) ร่วมทีมวิจัย ได้รับรางวัล 1 ใน 12 งานวิจัยเด่นของสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) ในงานประชุมวิชาการ PGJ-Ph.D. Congress ครั้งที่ 11 ประจำปี 2553 โดยโครงการวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (สกว.) งบประมาณแผ่นดินจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2549-2551 ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Tokyo University of Science (TUS) บริษัท P&G ในเมืองโกเบะ ประเทศญี่ปุ่นและโรงงานที่ให้ตัวอย่างสำหรับการวิจัย บริษัทน้ำมันบริโภคไทย จำกัด และ บริษัทกมลกิจ จำกัด
ที่มา: http://www.manager.co.th/Campus/ViewNew ... 0000093364
ครีมชะลอวัยจากน้ำมันรำข้าวไทยต้านริ้วรอย ทีมวิจัยเภสัช มช.
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ไข้ลด... แต่อาการแย่ลง! สัญญาณเตือนภัยวิกฤต "ไข้เลือดออก" (76 views)
- อย. ชี้แจง ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm จัดเป็นเครื่องสำอาง ใช้ได้ตามปกติ พร้อมแจงยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm (77 views)
- กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง (86 views)
- จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา (78 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (104 views)
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (88 views)
- รู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (62 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเมื่อมีอาการชักจากไข้ (64 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
