กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 982
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 03 เม.ย. 2009 11:48 am
กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เฝ้าระวังโรคฝีดาษวานร (Mpox) อย่างใกล้ชิด หลังยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พร้อมเน้นย้ำประชาชนรู้ทันโรคฝีดาษวานร (Mpox) หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง และป้องกันตนเอง แนะผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือมีพฤติกรรมเสี่ยง ควรหมั่นสังเกตอาการของตนเอง และเข้ารับการตรวจเมื่อมีอาการสงสัยหรือมีประวัติเสี่ยง
2 กันยายน 2569-นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยว่า จากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคฝีดาษวานรในประเทศไทย ยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและเริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 23 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษวานร ปี 2569 มีผู้ป่วยสะสม 254 ราย จำแนกเป็นสายพันธุ์ Clade I 193 ราย โดยทั้งหมดเป็นสายพันธุ์ย่อย Clade Ib และสายพันธุ์ Clade II จำนวน 58 ราย ส่วนอีก 3 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจยืนยันสายพันธุ์ย่อยของ Clade I ซึ่งผู้ป่วยกระจายตัวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล เมืองใหญ่และจังหวัดท่องเที่ยว มีปัจจัยเสี่ยงหลักในการติดเชื้อจากการสัมผัสที่เกี่ยวเนื่องกับเพศสัมพันธ์ซึ่งสัมพันธ์กับการเที่ยวในสถานที่ปิดและแออัด แม้สถานการณ์ภาพรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ แต่จากข้อมูลดังกล่าวพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ Clade Ib เพิ่มขึ้น โดยมีสัดส่วนสูงกว่า Clade II แตกต่างจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่พบ Clade II เป็นหลัก ประกอบกับ Clade Ib มีรอยโรคและแสดงอาการรุนแรงกว่า Clade II โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
โรคฝีดาษวานรสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ผ่านการสัมผัสผื่นหรือตุ่ม สัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง หรือการอยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน จึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่น ตุ่ม หรืออาการผิดปกติทางผิวหนัง รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล และลดพฤติกรรมเสี่ยง เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อและการแพร่กระจายของโรค รวมถึงหมั่นสังเกตอาการตนเอง ได้แก่ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ต่อมน้ำเหลืองโต และมีผื่นหรือตุ่มบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะหลังจากมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ 5 - 21 วัน ขอให้รีบไปพบแพทย์ที่สถานบริการสุขภาพหรือโรงพยาบาล พร้อมแจ้งประวัติที่เกี่ยวข้องเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม
สำหรับมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคฝีดาษวานร กรมควบคุมโรคได้เสริมความเข้มแข็งของระบบเฝ้าระวังและการรายงานโรค พร้อมประสานความร่วมมือกับสถานบริการสุขภาพในการคัดกรองผู้ที่มีอาการสงสัยหรือมีประวัติเสี่ยง ติดตามผู้สัมผัส และเชื่อมโยงการดำเนินงานกับคลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คลินิกเอชไอวี และบริการที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับมาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานพยาบาล รวมถึงให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุข ดูแล ป้องกัน และสังเกตอาการของตนเองอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงลดพฤติกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากมีอาการสงสัยหรือมีประวัติเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว เพราะการรู้เร็วและป้องกันอย่างเหมาะสม มีส่วนสำคัญในการลดการแพร่เชื้อและช่วยให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

โรคฝีดาษวานรสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ผ่านการสัมผัสผื่นหรือตุ่ม สัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง หรือการอยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน จึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่น ตุ่ม หรืออาการผิดปกติทางผิวหนัง รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล และลดพฤติกรรมเสี่ยง เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อและการแพร่กระจายของโรค รวมถึงหมั่นสังเกตอาการตนเอง ได้แก่ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ต่อมน้ำเหลืองโต และมีผื่นหรือตุ่มบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะหลังจากมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ 5 - 21 วัน ขอให้รีบไปพบแพทย์ที่สถานบริการสุขภาพหรือโรงพยาบาล พร้อมแจ้งประวัติที่เกี่ยวข้องเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม
สำหรับมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคฝีดาษวานร กรมควบคุมโรคได้เสริมความเข้มแข็งของระบบเฝ้าระวังและการรายงานโรค พร้อมประสานความร่วมมือกับสถานบริการสุขภาพในการคัดกรองผู้ที่มีอาการสงสัยหรือมีประวัติเสี่ยง ติดตามผู้สัมผัส และเชื่อมโยงการดำเนินงานกับคลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คลินิกเอชไอวี และบริการที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับมาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานพยาบาล รวมถึงให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุข ดูแล ป้องกัน และสังเกตอาการของตนเองอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงลดพฤติกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากมีอาการสงสัยหรือมีประวัติเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว เพราะการรู้เร็วและป้องกันอย่างเหมาะสม มีส่วนสำคัญในการลดการแพร่เชื้อและช่วยให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ไข้ลด... แต่อาการแย่ลง! สัญญาณเตือนภัยวิกฤต "ไข้เลือดออก" (3 views)
- อย. ชี้แจง ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm จัดเป็นเครื่องสำอาง ใช้ได้ตามปกติ พร้อมแจงยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm (3 views)
- จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา (4 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (17 views)
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (11 views)
- รู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (9 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเมื่อมีอาการชักจากไข้ (11 views)
- ภัยเงียบของผู้หญิงที่ไม่ควรมองข้าม "มะเร็งรังไข่" รู้เร็ว รักษาได้ เพิ่มโอกาสหาย (31 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
