สงวนฟาร์มบุกเบิกโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ขังกรงแบบหลายชั้น (Aviary System) แห่งแรกของไทย
โรงเรือนแห่งใหม่เปิดทางให้ภาคธุรกิจบรรลุพันธกิจรับซื้อไข่ไก่แบบไม่ขังกรง
โรงเรือนแห่งใหม่เปิดทางให้ภาคธุรกิจบรรลุพันธกิจรับซื้อไข่ไก่แบบไม่ขังกรง
สงวนฟาร์มร่วมกับองค์กร Humane World for Animals ประจำประเทศไทย เปิดตัวโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ไม่ขังกรงแบบหลายชั้น (Aviary System) เชิงพาณิชย์แห่งแรกของไทย

โรงเรือนไม่ขังกรงแบบหลายชั้นนี้มีการจัดสภาพแวดล้อมและรังวางไข่ที่เอื้อให้แม่ไก่ได้ใช้ชีวิตตามวิถีธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเกาะคอน ทำรัง คลุกฝุ่น และเคลื่อนไหวไปมาได้อย่างอิสระ โดยสามารถรองรับแม่ไก่ได้สูงสุดถึง 12,000 ตัว

โรงเรือนไม่ขังกรงแบบหลายชั้นของสงวนฟาร์มนี้มีสภาพแวดล้อมที่สอดคล้องกับหลักสวัสดิภาพสัตว์มากกว่าระบบขังกรงแบบดั้งเดิม ซึ่งลิดรอนอิสรภาพแม้กระทั่งพฤติกรรมพื้นฐานอย่างการกางปีกหรือจิกคุ้ยอาหารตามพื้นดิน ระบบโรงเรือนแบบไม่ขังกรงช่วยยกระดับสวัสดิภาพของแม่ไก่ให้ดีกว่าระบบขังกรงอย่างมาก ด้วยการเลิกขังไก่ในพื้นที่แออัด ให้พวกมันได้ใช้ชีวิตตามวิถีธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน เกาะคอน บินระยะสั้น ทำรัง และคลุกฝุ่น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ถูกจำกัดอย่างสิ้นเชิงในระบบกรงขัง นอกจากนี้ การได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระยังช่วยให้แม่ไก่มีกระดูกที่แข็งแรง ต่างจากแม่ไก่ในกรงที่กระดูกเสื่อมเพราะถูกจำกัดการเคลื่อนไหวตลอดชีวิต กล่าวโดยสรุป ระบบโรงเรือนแบบไม่ขังกรงถือเป็นการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ครั้งสำคัญ ที่ช่วยลดความเครียดในการวางไข่และส่งเสริมวิถีชีวิตตามธรรมชาติ จึงเป็นทางเลือกที่มีมนุษยธรรมกว่าระบบอุตสาหกรรมแบบกรงขังที่แออัดยัดเยียดอย่างเทียบไม่ได้


Humane World for Animals ดำเนินงานในระดับโลกเพื่อโน้มน้าวให้ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการด้านอาหาร ภาครัฐ และเกษตรกร ยุติแนวปฏิบัติที่เลวร้ายที่สุดในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ซึ่งทำให้สัตว์จำนวนมหาศาลต้องทนทุกข์ทรมานอย่างยาวนานที่สุด ซึ่งรวมถึงการกักขังอย่างแออัด แม้จะเป็นองค์กรระดับโลก แต่ Humane World for Animals ก็มีทีมงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ฟาร์มประจำอยู่ในออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ชิลี สหภาพยุโรป อินเดีย มาเลเซีย เม็กซิโก แอฟริกาใต้ ไทย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม นอกจากนี้ ทางองค์กรยังส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอาหารโลกที่เน้นพืชเป็นหลักและเป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ด้วยการสนับสนุนข้อมูลด้านการประกอบอาหารและจัดอบรมให้แก่หน่วยงานที่ต้องผลิตอาหารวันละหลายล้านมื้อ พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ

