Pitted Keratolysis โรคเท้าเหม็น กลิ่นเท้าแรง ผิวเท้าเป็นหลุมมีรู รักษาได้
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 42
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:00 pm
Pitted Keratolysis โรคเท้าเหม็น กลิ่นเท้าแรง ผิวเท้าเป็นหลุมมีรู รักษาได้
Pitted Keratolysis
กลิ่นเท้าแรง ผิวเท้าเป็นหลุม รักษาได้
กลิ่นเท้าแรง ผิวเท้าเป็นหลุม รักษาได้

นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า Pitted Keratolysis เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังบริเวณฝ่าเท้า โดยเฉพาะส้นเท้าและปลายเท้า ทำให้เกิดหลุมเล็กๆ บนผิวหนังและมักมี กลิ่นเท้าแรง ร่วมด้วย โรคนี้ไม่ใช่โรคที่เป็นอันตราย แต่สร้างความรำคาญและกระทบคุณภาพชีวิตได้ กลุ่มที่เสี่ยงเป็นโรคนี้ ได้แก่ ผู้ที่ใส่รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าบูตตลอดวัน คนเหงื่อออกง่าย หรือเป็น “เท้าเหม็น” นักกีฬา ทหาร แพทย์ พยาบาล คนทำงานโรงงาน และผู้ที่ต้องยืนหรือเดินในที่อับชื้นเป็นเวลานาน การรักษาความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ การที่เท้าไม่ อับชื้นจะช่วยป้องกันโรคนี้ได้ หากเท้ามีกลิ่นแรงหรือพบหลุมบนผิวฝ่าเท้า ให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่ทันท่วงที
นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติม โรค Pitted Keratolysis เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น Corynebacterium spp. Kytococcus sedentarius Dermatophilus congolensis Actinomyces หรือ Streptomyces เป็นต้น ซึ่งเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้เจริญได้ดีในสภาวะอับ ชื้น เหงื่อออกมาก เช่น การใส่รองเท้าหุ้มส้นนาน ๆ การสังเกตตนเองถ้ามีอาการมีกลิ่นเท้ามากผิดปกติ ฝ่าเท้ามีหลุมจำนวนมากหรือเป็นเรื้อรัง มีอาการเจ็บ ปวด แดง บวม รักษาเองแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ ควรรีบปรึกษาแพทย์ การป้องกันโดยการล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะซอกนิ้ว ใช้รองเท้าที่โปร่ง ระบายอากาศ เปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน หลีกเลี่ยงการเดินในที่อับชื้นนาน ๆ
นพ.ปุณวิศ สุทธิกุลณเศรษฐ์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า อาการของโรค Pitted Keratolysis คือ ฝ่าเท้าเป็นหลุมเล็ก ๆ ขนาด 1–3 มม. ผิวดูยุ่ยหรือเป็นรูคล้าย “ถูกหนอนแทะ” มีกลิ่นเท้าแรงกว่าปกติ อาจมีเจ็บเล็กน้อยเวลายืนหรือเดิน แต่ส่วนใหญ่ไม่เจ็บ การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจฝ่าเท้า อาจใช้แสง Wood’s lamp ช่วย (บางรายเรืองสีส้มแดง) ไม่จำเป็นต้องตรวจเลือด การรักษาสามารถทำได้ทั้งการใช้ยาทาเฉพาะที่ และการรับประทานยาร่วมกับการดูแลตนเองที่ถูกต้อง ยาเฉพาะที่ ได้แก่ Clindamycin, Erythromycin, Fusidic acid และ Benzoyl peroxide ส่วนยารับประทานใช้เฉพาะรายที่เป็นมากหรือรักษาด้วยยาทาไม่ดีขึ้น และการดูแลตนเองทำได้โดย ทำให้เท้าแห้งอยู่เสมอ ใส่ถุงเท้าที่ระบายอากาศได้ดี เปลี่ยนรองเท้าให้แห้งอยู่เสมอ ใช้แป้งลดเหงื่อหรือสเปรย์ระงับกลิ่นเท้า และลดการใส่รองเท้าหุ้มส้นนาน ๆ
Pitted Keratolysis โรคเท้าเหม็น กลิ่นเท้าแรง ผิวเท้าเป็นหลุมมีรู รักษาได้
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ไข้ลด... แต่อาการแย่ลง! สัญญาณเตือนภัยวิกฤต "ไข้เลือดออก" (70 views)
- อย. ชี้แจง ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm จัดเป็นเครื่องสำอาง ใช้ได้ตามปกติ พร้อมแจงยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm (72 views)
- กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง (84 views)
- จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา (77 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (100 views)
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (82 views)
- รู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (60 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเมื่อมีอาการชักจากไข้ (64 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
