"ไดกิ้น" คว้ารางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 5 สร้างมาตรฐานโรงงานสีเขียว
พร้อมปักหมุดแผน "Fusion30" สู่ Net Zero อย่างยั่งยืน
พร้อมปักหมุดแผน "Fusion30" สู่ Net Zero อย่างยั่งยืน

รางวัลอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 5 ถือเป็นสัญลักษณ์ยืนยันว่าไดกิ้นสามารถสร้างเครือข่ายสีเขียว หรือ "Green Network" ได้อย่างครบวงจร โดยไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการผนวกรวมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการธุรกิจ ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิต การใช้พลังงาน ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับสังคม ทำให้โรงงานของไดกิ้นก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตและส่งออกที่ได้มาตรฐานระดับสากล
นายวัลลภ พ่วงไพโรจน์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "เป้าหมายของไดกิ้นคือการบรรลุ Net Zero CO2 Emissions ภายในปี 2030 ซึ่งวันนี้เราสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้แล้วกว่า 41% เมื่อเทียบจากปีฐาน (2019) ซึ่งดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และในปี 2025 นี้ เราตั้งเป้าจะลดให้ได้ถึง 50% ก่อนมุ่งสู่ Net Zero อย่างสมบูรณ์ ความสำเร็จนี้เกิดจากการสร้างวัฒนธรรมสีเขียว ที่ทุกคนในองค์กรเข้าใจตรงกันและลงมือทำอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากตัวเองจนกลายเป็นพลังร่วม ที่ทำให้ทุกกระบวนการและกิจกรรมของไดกิ้นสร้างผลลัพธ์เพื่อโลกที่ดีกว่าได้จริง"

อีกด้านของความสำเร็จ คือ การยกระดับเทคโนโลยีการผลิต เช่น การเปลี่ยนฮีตเตอร์ระบบไฟฟ้าเป็น Infrared Heater ซึ่งช่วยลดพลังงานได้กว่า 45% ของฮีตเตอร์เดิม, การพิจารณานำความร้อนสูญเปล่าวนกลับมาใช้ใหม่, การนำหุ่นยนต์อัตโนมัติมาใช้ในงานเชื่อมชิ้นส่วนเพื่อลดความสูญเสียและเพิ่มความปลอดภัย, การเปลี่ยนรถโฟล์คลิฟต์ไปใช้แบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออนที่ปล่อยคาร์บอนน้อยลง และการจัดการสารทำความเย็นอย่างเข้มงวดด้วยระบบ Recovery 100% ควบคู่กับกระบวนการ Reclamation ที่นำสารทำความเย็นกลับมาใช้ใหม่เพื่อลดผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศ
ผลลัพธ์ที่ชัดเจนคือการลดก๊าซเรือนกระจกลงเหลือ 19,065 ตัน ในปี 2024 หรือลดลงกว่า 41% จากปีฐาน ขณะที่การใช้ไฟฟ้าลดเหลือ 971 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ MB หรือลดลง 19% จากปีฐาน และการใช้ LPG ลดลงเหลือ 22.82 กิโลกรัมต่อ MB หรือลดลงกว่า 30.5% ในเวลาเพียง 4 ปี ซึ่งตลอดการดำเนินการที่ผ่านมา ตัวเลขการลดใช้พลังงานนี้สามารถเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 240,000 ต้น สะท้อนว่าไดกิ้นไม่ได้เพียงตั้งเป้าหมาย แต่ลงมือทำจนเห็นผลเป็นรูปธรรม

ที่สำคัญ ไดกิ้นยังขยายผลด้านความยั่งยืนออกไปนอกองค์กรอย่างเป็นระบบ ผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่
- คู่ค้า (Suppliers): ส่งเสริมให้คู่ค้ากว่า 442 ราย ผ่านการรับรอง Green Industry ระดับ 2 ขึ้นไป พร้อมจัดสัมมนา Carbon Neutral Curriculum เพื่อช่วยผู้ส่งมอบวัดและรายงานปริมาณการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นระบบ และใช้นโยบาย Green Procurement กำหนดให้การจัดหาชิ้นส่วนและวัตถุดิบต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำ
- ลูกค้า (Customers): ถ่ายทอดความรู้ด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนการเลือกใช้เครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงาน โดยทำงานร่วมกับดีลเลอร์ในการจัดกิจกรรมเพื่อขยายผลการลดคาร์บอนในครัวเรือนและองค์กร
- ผู้บริโภค (Consumers): ให้ความรู้ในการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องเพื่อยืดอายุการใช้งาน และส่งเสริมการรีไซเคิลสารทำความเย็นผ่านโครงการ Reclamation เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- ชุมชน (Communities): จัดโครงการ CSR ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น อบรมด้านพลังงานและการจัดการทรัพยากรในโรงเรียนและชุมชนรอบโรงงาน พร้อมสร้าง "Green Network" ที่เชื่อมโยงพนักงาน ชุมชน และพันธมิตร เพื่อสร้างวัฒนธรรมสีเขียวที่ขยายสู่สังคมโดยรวม

