หมอเด็กแนะ 3 โรคยอดฮิตฤดูฝนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 982
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 03 เม.ย. 2009 11:48 am
หมอเด็กแนะ 3 โรคยอดฮิตฤดูฝนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม
กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ห่วงใยในช่วงฤดูฝนและสภาพอากาศที่แปรปรวนส่งผลให้เด็กป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก และโรคโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ ถึงแม้อาการของโรคจะใกล้เคียงกัน แต่ควรเฝ้าระวัง และจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สาเหตุของโรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้ออินฟลูเอนซา ติดต่อโดยการหายใจเอาละอองน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วยที่ไอ หรือจาม เข้าไป สัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วย ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์ อาการของไข้หวัดใหญ่ในเด็กมักเริ่มด้วยไข้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่วมกับอาการไอ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล และปวดเมื่อยตามตัว เด็กมักจะรู้สึกอ่อนเพลียและอาจมีอาการแทรกซ้อนหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม โรคไข้เลือดออก เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกีโดยมียุงลายเป็นพาหะ เมื่อยุงลายกัดและถ่ายทอดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด จะทำให้เกิดโรคในช่วงประมาณ 2-7 วัน โดยผู้ป่วยจะมีไข้สูงลอยอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปจะไม่มีอาการไอหรือน้ำมูก แต่เด็กจะมีอาการซึม เบื่ออาหาร และปวดเมื่อยตามตัวอย่างรุนแรง บางรายอาจมีคลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง ในช่วงที่ไข้ลดลงอาจพบผื่นขึ้น มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง หรือเลือดกำเดาออก โรคโควิด-19 เกิดจากไวรัส SARS-CoV-2 ที่ติดต่อผ่านละอองฝอยน้ำลายจากการไอ จาม หรือการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ อาการในเด็กนั้นมีความหลากหลาย ตั้งแต่ไม่มีอาการเลย ไปจนถึงมีไข้ต่ำ ไอ เจ็บคอ จาม มีน้ำมูก และเหนื่อยหอบ ในบางรายอาจแสดงอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ถ่ายเหลว และอาจมีผื่นขึ้นร่วมด้วยได้
นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการดูแลรักษา โรคไข้หวัดใหญ่ในเด็กกลุ่มเสี่ยงสามารถใช้ยาต้านไวรัสได้ เช่น ยาโอเซลทามิเวียร์ หากให้ยาภายใน 48 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ จะช่วยลดระยะเวลาในการป่วยลงได้ โรคไข้เลือดออก ยังไม่มียาต้านไวรัสโดยตรง การรักษาจะเน้นไปที่การดูแลตามอาการ เด็กควรได้รับยาลดไข้เฉพาะพาราเซตามอลเท่านั้น ห้ามใช้ยาในกลุ่มแอสไพรินหรือยาลดอาการอักเสบที่อาจทำให้เลือดออกง่ายขึ้น ควรให้เด็กดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ โรคโควิด-19 ส่วนใหญ่รักษาตามอาการที่บ้าน สามารถกินยาตามอาการได้ เช่น ยาแก้ปวด ยาลดไข้ ยาแก้ไอ โดยให้เด็กดื่มน้ำสะอาดและพักผ่อนให้เพียงพอ การป้องกันโรคสามารถทำได้โดยให้เด็กได้รับวัคซีนที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ซึ่งสามารถลดความรุนแรงของโรคและป้องกันการแพร่กระจายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรส่งเสริมให้เด็กสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในที่แออัด หมั่นล้างมือบ่อย ๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง โดยผู้ปกครองสามารถใช้ชุดตรวจ ATK เพื่อช่วยวินิจฉัยเบื้องต้น ผู้ปกครองควรร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงภายในบ้านและบริเวณโดยรอบ เช่น คว่ำภาชนะที่อาจมีน้ำขัง เปลี่ยนน้ำในแจกันหรือถาดรองกระถางต้นไม้อย่างสม่ำเสมอ และให้เด็กสวมเสื้อผ้ามิดชิดเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่ที่มียุงชุกชุม สิ่งสำคัญคือการรู้เท่าทันอาการของโรค และหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในร่างกายของเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบอาการผิดปกติ ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน

นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการดูแลรักษา โรคไข้หวัดใหญ่ในเด็กกลุ่มเสี่ยงสามารถใช้ยาต้านไวรัสได้ เช่น ยาโอเซลทามิเวียร์ หากให้ยาภายใน 48 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ จะช่วยลดระยะเวลาในการป่วยลงได้ โรคไข้เลือดออก ยังไม่มียาต้านไวรัสโดยตรง การรักษาจะเน้นไปที่การดูแลตามอาการ เด็กควรได้รับยาลดไข้เฉพาะพาราเซตามอลเท่านั้น ห้ามใช้ยาในกลุ่มแอสไพรินหรือยาลดอาการอักเสบที่อาจทำให้เลือดออกง่ายขึ้น ควรให้เด็กดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ โรคโควิด-19 ส่วนใหญ่รักษาตามอาการที่บ้าน สามารถกินยาตามอาการได้ เช่น ยาแก้ปวด ยาลดไข้ ยาแก้ไอ โดยให้เด็กดื่มน้ำสะอาดและพักผ่อนให้เพียงพอ การป้องกันโรคสามารถทำได้โดยให้เด็กได้รับวัคซีนที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ซึ่งสามารถลดความรุนแรงของโรคและป้องกันการแพร่กระจายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรส่งเสริมให้เด็กสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในที่แออัด หมั่นล้างมือบ่อย ๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง โดยผู้ปกครองสามารถใช้ชุดตรวจ ATK เพื่อช่วยวินิจฉัยเบื้องต้น ผู้ปกครองควรร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงภายในบ้านและบริเวณโดยรอบ เช่น คว่ำภาชนะที่อาจมีน้ำขัง เปลี่ยนน้ำในแจกันหรือถาดรองกระถางต้นไม้อย่างสม่ำเสมอ และให้เด็กสวมเสื้อผ้ามิดชิดเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่ที่มียุงชุกชุม สิ่งสำคัญคือการรู้เท่าทันอาการของโรค และหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในร่างกายของเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบอาการผิดปกติ ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน
หมอเด็กแนะ 3 โรคยอดฮิตฤดูฝนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ไข้ลด... แต่อาการแย่ลง! สัญญาณเตือนภัยวิกฤต "ไข้เลือดออก" (70 views)
- อย. ชี้แจง ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm จัดเป็นเครื่องสำอาง ใช้ได้ตามปกติ พร้อมแจงยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm (71 views)
- กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง (84 views)
- จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา (77 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (99 views)
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (82 views)
- รู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (60 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเมื่อมีอาการชักจากไข้ (64 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
