ปิดเทอมนี้ หากิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 982
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 03 เม.ย. 2009 11:48 am
ปิดเทอมนี้ หากิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ
กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ชี้เตรียมความพร้อม ให้เด็ก ๆ ช่วงปิดเทอมเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ปกครองและเด็กๆ จะได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณค่า แทนการปล่อยให้เด็กๆ ใช้เวลาไปกับหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งส่งผลเสียต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สายตา และอารมณ์ บทความนี้นำเสนอกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมทักษะบริหารจัดการ (Executive Functions: EF) ตามช่วงวัย ที่ผู้ปกครองสามารถจัดให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงปิดเทอม วงจรชีวิตของเด็กนักเรียน กว่าร้อยละ 80 - 90 จะนอนดึกตื่นสาย เล่นอินเทอร์เน็ต เล่นเกม จนถึงเที่ยงคืน ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย เช่น ระบบสายตา โรคอ้วน เครียด พัฒนาการถดถอย หรือบางรายอาจเกิดภาวะอารมณ์ที่รุนแรง นอกจากนี้ หลายครอบครัวนิยมส่งลูกไปเรียนภาควิชาแทนการทำกิจกรรมนอกหลักสูตรที่ช่วยพัฒนาทักษะทางสังคม ซึ่งในช่วงปิดเทอมเด็กๆ จะมีเวลาว่างอยู่กับผู้ปกครองมากกว่าช่วงเปิดเทอม ช่วงนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่เด็กๆ และผู้ปกครองจะได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อสร้างสัมพันธภาพกับเด็กให้เด็กรู้สึกอบอุ่น มีพัฒนาการ และสร้างความมั่นใจ การเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมให้แก่เด็กๆ ทำให้มีทักษะในด้านต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น
นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ปกครองควรเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็ก โดยแบ่งตามช่วงวัยดังนี้กิจกรรมสำหรับเด็กวัยอนุบาล อายุ 3-6 ปี ต้องการกิจกรรมที่สนุกสนาน กระตุ้นประสาทสัมผัส และเสริมจินตนาการ กิจกรรมแนะนำ ได้แก่ การเล่นบทบาทสมมติ เพื่อช่วยฝึกการควบคุมตนเองและความยืดหยุ่นทางความคิด ศิลปะสร้างสรรค์ เช่น วาดภาพ ปั้นดินน้ำมัน พับกระดาษ ช่วยฝึกสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ การเล่านิทานแบบมีส่วนร่วม จะช่วยพัฒนาภาษาและความจำเพื่อใช้งานการทำอาหารง่ายๆ ฝึกการทำตามขั้นตอนและการจดจำ การเล่นกลางแจ้ง เช่น วิ่งไล่จับ ว่ายน้ำ ปีนป่าย ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อและการประสานงาน เด็กวัยประถมศึกษา อายุ 6-12 ปี เป็นวัยที่เริ่มพัฒนาความสนใจเฉพาะด้านและทักษะทางสังคม กิจกรรมแนะนำ ได้แก่ การทำโครงงานตามความสนใจ เช่น ทดลองวิทยาศาสตร์ง่ายๆ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ช่วยฝึกการวางแผนและการแก้ปัญหา กิจกรรมกีฬาประเภททีม เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ช่วยฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่นและการควบคุมอารมณ์ รู้แพ้รู้ชนะ รู้อภัย การเรียนดนตรี ช่วยฝึกสมาธิ ความจำ และความอดทน การเข้าค่ายกิจกรรม เช่น ค่ายศิลปะ ค่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยฝึกทักษะสังคม การอยู่ร่วมกับผู้อื่นและการบริหารจัดการตนเองการเขียนบันทึกประจำวันหรือเรื่องราว ช่วยฝึกการจัดระเบียบความคิดและการแสดงออกทางภาษา และกิจกรรมสำหรับวัยรุ่น อายุ 13-17 ปี เด็กวัยนี้ต้องการความท้าทายและการยอมรับ กิจกรรมแนะนำ ได้แก่ กิจกรรมอาสาสมัครในชุมชน ช่วยเสริมสร้างความรับผิดชอบและความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น กีฬาผจญภัย เช่น ปีนผา ไต่เชือก ปั่นจักรยานเสือภูเขา ช่วยฝึกการตัดสินใจและการจัดการความเสี่ยง การเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มตามความสนใจ เช่น ชมรมดนตรี การแสดง ศิลปะ ช่วยค้นหาความถนัดและสร้างอัตลักษณ์ การวางแผนการท่องเที่ยวหรือกิจกรรมครอบครัว ช่วยฝึกการวางแผนและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เช่น การเขียนโค้ด การถ่ายภาพ การทำอาหาร ช่วยเสริมความมั่นใจและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
การใช้ช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์สูงสุดจะช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะ EF ที่สำคัญสำหรับความสำเร็จในอนาคต ผู้ปกครองจึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เด็กกลับไปเริ่มต้นเทอมใหม่ด้วยความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ

นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ปกครองควรเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็ก โดยแบ่งตามช่วงวัยดังนี้กิจกรรมสำหรับเด็กวัยอนุบาล อายุ 3-6 ปี ต้องการกิจกรรมที่สนุกสนาน กระตุ้นประสาทสัมผัส และเสริมจินตนาการ กิจกรรมแนะนำ ได้แก่ การเล่นบทบาทสมมติ เพื่อช่วยฝึกการควบคุมตนเองและความยืดหยุ่นทางความคิด ศิลปะสร้างสรรค์ เช่น วาดภาพ ปั้นดินน้ำมัน พับกระดาษ ช่วยฝึกสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ การเล่านิทานแบบมีส่วนร่วม จะช่วยพัฒนาภาษาและความจำเพื่อใช้งานการทำอาหารง่ายๆ ฝึกการทำตามขั้นตอนและการจดจำ การเล่นกลางแจ้ง เช่น วิ่งไล่จับ ว่ายน้ำ ปีนป่าย ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อและการประสานงาน เด็กวัยประถมศึกษา อายุ 6-12 ปี เป็นวัยที่เริ่มพัฒนาความสนใจเฉพาะด้านและทักษะทางสังคม กิจกรรมแนะนำ ได้แก่ การทำโครงงานตามความสนใจ เช่น ทดลองวิทยาศาสตร์ง่ายๆ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ช่วยฝึกการวางแผนและการแก้ปัญหา กิจกรรมกีฬาประเภททีม เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ช่วยฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่นและการควบคุมอารมณ์ รู้แพ้รู้ชนะ รู้อภัย การเรียนดนตรี ช่วยฝึกสมาธิ ความจำ และความอดทน การเข้าค่ายกิจกรรม เช่น ค่ายศิลปะ ค่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยฝึกทักษะสังคม การอยู่ร่วมกับผู้อื่นและการบริหารจัดการตนเองการเขียนบันทึกประจำวันหรือเรื่องราว ช่วยฝึกการจัดระเบียบความคิดและการแสดงออกทางภาษา และกิจกรรมสำหรับวัยรุ่น อายุ 13-17 ปี เด็กวัยนี้ต้องการความท้าทายและการยอมรับ กิจกรรมแนะนำ ได้แก่ กิจกรรมอาสาสมัครในชุมชน ช่วยเสริมสร้างความรับผิดชอบและความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น กีฬาผจญภัย เช่น ปีนผา ไต่เชือก ปั่นจักรยานเสือภูเขา ช่วยฝึกการตัดสินใจและการจัดการความเสี่ยง การเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มตามความสนใจ เช่น ชมรมดนตรี การแสดง ศิลปะ ช่วยค้นหาความถนัดและสร้างอัตลักษณ์ การวางแผนการท่องเที่ยวหรือกิจกรรมครอบครัว ช่วยฝึกการวางแผนและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เช่น การเขียนโค้ด การถ่ายภาพ การทำอาหาร ช่วยเสริมความมั่นใจและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
การใช้ช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์สูงสุดจะช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะ EF ที่สำคัญสำหรับความสำเร็จในอนาคต ผู้ปกครองจึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เด็กกลับไปเริ่มต้นเทอมใหม่ด้วยความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ
ปิดเทอมนี้ หากิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ไข้ลด... แต่อาการแย่ลง! สัญญาณเตือนภัยวิกฤต "ไข้เลือดออก" (70 views)
- อย. ชี้แจง ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm จัดเป็นเครื่องสำอาง ใช้ได้ตามปกติ พร้อมแจงยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm (72 views)
- กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง (84 views)
- จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา (77 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (100 views)
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (82 views)
- รู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (60 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเมื่อมีอาการชักจากไข้ (64 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
