Kind + Jugend ASEAN 2023 พร้อมเดินหน้าสู่การผนึกอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก
ทั้งไทยและต่างชาติ คาดว่ามากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ทั้งไทยและต่างชาติ คาดว่ามากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ณ งานแถลงข่าวฯ นายภูษิต ศศิธรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์โปลิงค์ โกลบอล เน็ทเวอร์ค จำกัด ตัวแทน โคโลญเมสเซ่ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก คือหนึ่งในธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยผลลัพธ์ที่มาจากพฤติกรรมของพ่อแม่ยุคใหม่ ที่วางแผนการใช้จ่ายตั้งแต่ก่อนมีบุตรและยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ สวัสดิการ ผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ มากกว่าเรื่องราคา ประกอบกับมีกำลังซื้อจากกลุ่มลูกค้าอื่น อาทิ โรงเรียน ศูนย์ดูแลเด็ก โรงพยาบาล คลินิก เป็นต้น ทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 40,300 ล้านบาท (ธนาคารกรุงเทพ, 2564) เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนในตลาดประเทศไทย

คุณอุไรวรรณ บุนนาค นายกสมาคมการค้าของเล่นและผลิตภัณฑ์เด็กไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สมาคมจึงมุ่งเน้นผลักดันและสนับสนุน เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัว ด้วยการเริ่มหาช่องทางการตลาดและสร้างโอกาสให้กับสมาชิกฯ สำหรับปี 2566 อาทิ การเข้าร่วมงานทั้งในและต่างประเทศ เป็นต้น และเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกให้มีแนวคิดการออกแบบของเล่นนำเทรนด์ ด้วยการจัดการอบรมการออกแบบของเล่นเพื่อพัฒนาให้เกิดนักออกแบบรุ่นใหม่อยู่เสมอ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นำไปสู่การรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ของเล่นที่ยอมรับกันทั่วโลก ตลอดจนการส่งมอบสินค้าตามกำหนดเวลา เพื่อรักษาฐานลูกค้าและครองตลาดต่อไป

ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นของตลาดผลิตภัณฑ์แม่และเด็กในประเทศไทย พร้อมนำทัพด้วยบริษัทชั้นนำ อาทิ บริษัท ร็อคกิงคิดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล, บริษัท แปลนทอยส์, บริษัท เอิร์ท ดีไซน์ (เบบี้ โมบี้), บริษัท ทีแมน ฟาร์มา (ไฟเบอร์เมท), บริษัท มาเธอร์กูส ประเทศไทย, บริษัท โฮโย ประเทศไทย, บริษัท บีซี ลิงค์, และบริษัท ตรัยนรโชติ (แบโลจี้) ตลอดจนสมาชิกอีกมากมายจากสมาคมการค้าของเล่นและผลิตภัณฑ์เด็กไทย ที่ยืนยันการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ทางโคโลญเมสเซ่มีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมสร้างธุรกิจอย่างยิ่งใหญ่สู่อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์แม่และเด็กในปี 2566 โดยประมาณการณ์ยอดผู้เข้าร่วมงานกว่า 3,000 รายทั่วภูมิภาคฯ และยอดผู้จัดแสดงสินค้ากว่า 200 บริษัททั่วโลก ซึ่ง ณ ตอนนี้ได้รับการตอบรับจากทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ และอิตาลี คาดว่ามีมูลค่าการซื้อขายในการเจรจาทางธุรกิจไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท พร้อมบรรลุวัตถุประสงค์ ในการสร้างศักยภาพให้ตลาดผลิตภัณฑ์แม่และเด็กในภูมิภาคฯ ให้เติบโตไปอีกขั้น

Kind + Jugend ASEAN จะถูกจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 5-8 เมษายน 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC), กรุงเทพฯ ประเทศไทย สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kindundjugend.asia
