
อวัยวะ "ตับ" ก็เป็นเสมือนศูนย์กลางขนาดใหญ่ ทั้งเป็นโรงงานเก็บสินค้า (เก็บกักสารอาหารต่างๆ) เป็นทั้งโรงงานการผลิต (สร้างโปรตีน สร้างลิ่มเลือด อื่นๆอีกมากมาย) และยังเป็นโรงงานแปรรูป (จากคาร์โบไฮเดรตไปเป็นน้ำตาล ที่ร่างกายจะเอาไปใช้เป็นพลังงาน) ถ้าร่างกายขาดหัวใจแล้วต้องตาย..ร่างกายที่ขาดตับก็เสมือนตายทั้งเป็น คำบอกเล่าที่ว่าตับเป็นเหมือนหัวใจดวงที่สองของร่างกาย จึงไม่ได้เกินเลยแต่อย่างใด
หน้าที่ของตับ มีอะไรบ้าง ?
ในส่วนของการสร้าง[br]- สร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อสภาพร่างกาย ซ่อมส่วนที่สึกหรอ[br]- สร้างโปรตีนซึ่งทำให้เลือดเราแข็งตัว อย่างไฟบริโนเจน (Fibrinogen) โดยจะถูกสังเคราะห์ขึ้นที่ตับ[br]- สร้างโปรตีนที่ทำหน้าที่ เป็นส่วนประกอบของเลือด อาทิเช่น อัลบูมิน ที่ช่วยอุ้มน้ำสารอาหารรวมทั้งเกลือแร่ไว้ในเส้นเลือด[br]- สร้างน้ำดี ย่อยเผาผลาญไขมัน รวมถึงมีส่วนช่วยในระบบเผาผลาญร่างกาย[br]- สร้างสารชนิดไขมัน และถึงสารตั้งต้นของฮอร์โมนบางประเภท[br]ในส่วนของการกักเก็บ[br]- ตับจะเป็นแหล่งกักเก็บไกลโคเจน เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานนำไปให้ร่างกายใช้[br]- เก็บวิตามินแล้วก็เกลือแร่บางชนิดที่จำเป็น[br]ในส่วนของการแปรรูปและอื่นๆ[br]- ตับคอยดัดแปลง ของกินและยาให้อยู่ในรูปที่ร่างกายสามารถนำเอาไปใช้งานได้[br]- ชวยล้างพิษ กรองพิษในเลือด[br]- ขับของเสียออกมาจากร่างกายในรูปแบบปัสสาวะ หรือขับถ่ายมากับน้ำดี

สาเหตุ ตับมีปัญหา
[br]จริงแล้วการที่ตับพัง หรือตับต้องประสบพบปัญหาทรุดโทรมสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งจากเชื้อไวรัส หรือโรคที่มีต้นเหตุมากจากพันธุกรรมตั้งแต่เกิด แต่ว่าหลักๆที่ทำให้คนส่วนใหญ่มีการอักเสบที่ตับ ค่าตับสูง มักเป็นผลมาจากการกระทำทำร้ายตับดังเช่น[br]1.ดื่มแอลกอฮอล์[br]2.ชอบกินอาหารไขมันสูงอย่างของมัน ของทอด[br]3.ทำงานมาก มีความตึงเครียด[br]4.ชอบนอนมืดค่ำ ตื่นสาย[br]5.รับประทานยาหรืออาหารเสริมมากจนเกินไป[br]6.ขาดการออกกำลังกาย[br]7.นั่งหรือนอนอยู่กับที่เป็นระยะเวลานาน (เกิน 2 ชั่วโมง)[br]8.ไม่กินอาหารยามเช้า[br]9.ชอบรับประทานอาหารครึ่งดิบครึ่งสุก[br]10.ทำงานเกี่ยวข้องกับ สารพิษ สารเคมี[br]11.มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันกับหลายบุคคล
พวกนี้ล้วนเป็นหนึ่งในพฤติกรรมทุกวันซึ่งเราบางครั้งก็อาจจะเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพบ จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า "ตับ" ของเรานอกจากจะทำงานหนัก 1 วันแล้ว ยังไม่วายถูกทำร้ายในทุกวี่ทุกวันอีกด้วย โดยเราอาจจะลองพิจารณาอาการที่เป็น สาเหตุ ตับมีปัญหา ผ่านสัญญาณที่ร่างกายส่งออกมา ตัวอย่างเช่น มีลักษณะง่าย อ่อนล้า , มีปัญหาสำหรับในการนอนหลับ , อาการท้องอืดบ่อยๆ, ปวดจุกแน่นที่ชายโครงขวา , ความต้องการอาหารน้อยลง , แขนขา ท้องบวมโต ฯลฯ
ถ้าเกิดคุณเริ่มมีหนึ่งในอาการดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังไม่มีความสนใจกลับมาดูแลตับอีก.. รู้ตัวอีกทีความน่าสะพรึงกลัวของโรคตับก็จะแสดงออกมาอย่างชัดเจนก็ในขั้นร้ายแรงอย่างตอนเป็นโรคตับแข็ง หรือมะเร็งตับไปเสียแล้ว

การดูแลและรักษาตับพื้นฐาน
[br]"ตับ" เป็นอวัยวะที่สามารถฟื้นฟูตนเองได้ โดยด้านทฤษฎีถ้าเราตัดตับทิ้งไป 3 ส่วน เจ้าตับเองก็สามารถฟื้นฟูกลับไปเป็นรูปร่างแบบเดิมได้ภายในไม่กี่อาทิตย์ ฉะนั้นเมื่อเราเผลอมีพฤติกรรมทำร้ายตับโดยไม่รู้ตัว ตับเองก็ฟื้นฟูตัวเองได้ แม้กระนั้นไม่ได้แปลว่าคุณจะใช้งานมันอย่างหนักหน่วง หรือเฉยเมยให้ตับถูกทำร้ายโดยไม่ใส่ใจได้ เพราะว่าถ้าหากตับอักเสบบ่อยๆจนกระทั่งเกิดพังผืดเกาะกินกลายเป็นตับแข็ง ตับก็หมดสิทธิ์ฟื้นตัว ยิ่งโรคมะเร็งยิ่งไม่ต้องพูดถึง.. สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเอาใจใส่บำรุงตับเพื่อคุ้มครองป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าที่จะตามไปรักษาในภายหลัง
เมื่อเรามีพฤติกรรมที่ทำร้ายตับ ก็ควรเริ่มปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ตับได้แข็งแรงมากขึ้นเรื่อยๆ[br](1) ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร[br]ลดอาหารไขมันสูง ของทอด ของมัน[br]ในส่วนเนื้อสัตว์เน้นไปที่เนื้อปลา หรือเนื้อไก่ แทนพวกเนื้อสีแดง (อย่างเนื้อหมู หรือเนื้อวัว) เพื่อลดจำนวนไขมันอิ่มตัวที่จะได้รับ[br]เลี่ยงอาหารหวาน เค็มจัด ใช้พวกเครื่องเทศให้กลิ่นแล้วก็รสแทนน้ำตาลแล้วก็ผงชูรส[br]รับประทานอาหารปรุงสุก รักษาสุขลักษณะ ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส
(2) หมั่นขยับร่างกายเสริมความแข็งแกร่งให้ตับ[br]ออกกำลังกายให้ได้ 150 นาที/อาทิตย์ (หรืออย่างน้อย 60 นาที/อาทิตย์)[br]ขณะทำงานหาเวลาลุกเดิน 5-10 นาที หรือเปลี่ยนแปลงอริยาบททุก 1-2 ชั่วโมง[br]ฝึกฝนการหายใจเข้า-ออกลึกๆ เพื่อให้ออกซิเจนเข้าไปขจัดของเสียในเลือด รวมทั้งก๊าซ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็ช่วยในระบบหมุนเวียนเลือดได้
(3) หลีกเลี่ยงการรับยาเสพติด หรือสารเคมี[br]ในกรณีที่ไม่สามารถที่จะเลิกได้ พยามยามลดการดื่มแอลกอฮอล์ หรือการสูบบุหรี่ให้น้อยลงที่สุด[br]หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง หรือบริเวณที่มีการปนเปื้อนของสารเคมี บริเวณที่มีฝุ่นควัน มลภาวะหนาแน่น
ถ้าหากปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตได้ ตับย่อมกลับมาแข็งแรงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอย่างเดิม เพิ่มเติมเป็นแม้มีความคิดว่าพฤติกรรมเหล่านี้เราอาจทำได้ยาก ลองดูเทคนิคน่าสนใจ ที่จะช่วยคลีนตับเราได้กัน..

เคล็ด(ไม่)ลับน่าสนใจ คู่การดูแล ตับมีปัญหา
[br]"เรื่องรับประทาน..เรื่องสำคัญ" อาหารที่เรารับเข้าไปในแต่ละวันก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ให้แก่ตับได้เช่นกัน ซึ่งทานเข้าไปแล้วตับจะดีขึ้นหรือแย่ลง ก็ขึ้นกับว่าเรากินอะไรลงไป.. รวมทั้งนี่คือ 3 ตัวช่วยน่าสนใจซึ่งสามารถคลีนตับที่มีปัญหาของเราได้
ตัวช่วยแรก #ซูเปอร์เครื่องเทศ - กระเทียม[br]ถึงจะพบเห็นได้ตามท้องตลาดทั่วไป เปิดตู้แช่เย็นเราก็เจอ แต่เครื่องเทศที่ดูบ้านๆนี้แอบแฝงไปด้วยคุณประโยชน์ที่ไม่ได้บ้านตาม โดยกระเทียมจะช่วยกระตุ้นกระบวนการดีท็อกซ์ แล้วก็ป้องกันตับจากพิษ รวมทั้ง Advanced Biomedical Research (2016) ยังได้เผยแพร่งานวิจัยว่ากระเทียมผงช่วยสำหรับการลดไขมันในคนที่มีภาวะไขมันพอกตับได้อีกด้วย
ตัวช่วยสอง #ซูเปอร์ฟรุ๊ต - พรูนัส มูเม่[br]ถึงแม้ชื่อจะไม่คุ้นหูคนอีกหลายๆคน แต่มันคือสารสกัด ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่จากฝรั่งเศสซึ่งช่วยลดการสะสมของไขมันส่วนเกินในตับ รวมทั้งลดอาการอักเสบของตับได้ โดยจะมีสารสำคัญในการออกฤทธิ์เป็น กรดโอลีโนลิกและก็กรดเออโซลิก ซึ่งมีคุณลักษณะเพิ่มกระบวนการเมตาบอลิซึมในตับ รวมถึงสามารถลดไขมันเลวเพิ่มไขมันดี ซึ่งส่งผลให้ตับมีสุขภาพดี ทำงานได้อย่างเต็มความสามารถ
ตัวช่วยสาม #ซูเปอร์เครื่องดื่ม - ชาเขียว[br]ชาเขียวถือเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยคลีนตับชั้นยอด โดยในปี 2015 The World Journal of Gastroenterology มีการทำการค้นคว้าว่า ชาเขียว ช่วยลดระดับไขมันในเลือดตลอดจนถึงส่วนต่างๆภายในร่างกาย ทั้งพบว่า คนที่ดื่มชาเขียวจำนวน 5 - 10 แก้วต่อวัน สามารถช่วยลดไขมันพอกตับได้อีกด้วย และก็ยิ่งชงอ่อนๆจิบเบาๆทั้งวันยังช่วยดีท็อกซ์ชะล้างพิษได้อีกด้วย
สรุป[br]ตับมีปัญหา ปล่อยปัญหาไว้ก็จะยิ่งสะสมจนโรคร้ายอาจถามหาโดยไม่ได้คาดคิด เมื่อต้องใช้ชีวิตและก็มีพฤติกรรมทำร้ายตับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวช่วยดีๆหรือการปรับพฤติกรรมก็เป็นสิ่งจำเป็นซึ่งสามารถปกป้องและลดความเสี่ยงสำหรับการเป็น ตับแข็ง หรือโรคมะเร็งตับ โรคยอดฮิตที่คร่าชีวิตคนประเทศไทยกันติดท็อป 5 ของไทยเรากันเลยทีเดียว
"สู้เพื่อตับวันนี้..ชีวิตดีวันหน้า" สุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงเราสร้างขึ้นเองได้.. โดยหากสงสัย หรือมีปัญหาสุขภาพตับอยากขอความเห็นผู้ที่มีความชำนาญ ขอรับคำปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพกันได้ฟรีๆที่ Fanpage และ Line : @ Hepheka ซึ่งจะมีกลุ่มผู้ที่มีความชำนาญแล้วก็เภสัชกรพร้อมให้คำแนะนำคุณในตลอดเวลา
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://www.rophekathailand.com/post/l/hepheka/how-liver-notwork
Tags : หน้าที่ตับ,ความสำคัญของตับ
