รู้หรือไม่? แสงไม่จ้าก็ทำร้ายดวงตาได้ เอสซีลอร์ชวนคุณใส่ใจปกป้องสุขภาพดวงตาในทุกสภาพแสง ต้อนรับวันสายตาโลก
- kodchaoil ออฟไลน์
- โพสต์: 116
- ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 09 ส.ค. 2017 4:51 pm
รู้หรือไม่? แสงไม่จ้าก็ทำร้ายดวงตาได้ เอสซีลอร์ชวนคุณใส่ใจปกป้องสุขภาพดวงตาในทุกสภาพแสง ต้อนรับวันสายตาโลก
รายงานการวิจัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2050 ประชากรกว่าครึ่งโลกหรือคิดเป็น จำนวนกว่า 50 ล้านคนจะมีปัญหาภาวะสายตาสั้น! เอสซีลอร์ ในฐานะผู้นำระดับโลกทางด้านการแก้ไขปัญหาสายตา ตระหนักถึงปัญหาสายตาที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นและเล็งเห็นถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำร้ายดวงตาของคุณได้เช่นกัน เราจึงขอเสนอข้อมูลสำคัญเพื่อการดูแลสุขภาพสายตาในเบื้องต้น พร้อมเคล็ดลับการเลือกเลนส์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ปัจจุบันได้ในหนึ่งเดียว เพื่อให้สอดคล้องกับวันสายตาโลก (World Sight Day) ที่ใกล้จะมาถึง ซึ่งกำหนดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนตุลาคมของทุกปี
ดวงตาถูกออกแบบมาเพื่อรับ ?แสง? และสร้างการมองเห็นของมนุษย์ ในแต่ละวันเราต้องพบเจอกับสภาพแสงหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแสงธรรมชาติจากดวงอาทิตย์ แสงหลอดไฟในอาคาร หรือแม้แต่ช่วงแสงสีน้ำเงินอมม่วงที่เป็นอันตรายต่อจอประสาทตาเมื่อเราจ้องมองอุปกรณ์ดิจิทัล โดยเฉพาะแสงสีน้ำเงินที่ในปัจจุบันมีการตื่นตัวกันอย่างกว้างขวาง เพราะงานศึกษาหลายชิ้นระบุว่าผู้คนกว่า 68% มีอาการอ่อนล้าทางสายตาเพราะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน และมีความเสี่ยงต่อภาวะจอประสามตาเสื่อมจากแสงสีน้ำเงินอมม่วง อีกทั้งยังทำให้เกิดอาการตาแห้ง ปวดกระบอกตา และบางรายอาจมีอาการมองเห็นภาพเบลอร่วมด้วย
แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแท้จริงนั้น แสงธรรมชาติ แสงหลอดไฟ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์บางชนิดก็สามารถทำร้ายดวงตาเราได้มากเช่นกัน โดยแสงธรรมชาติจะมาพร้อมกับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ที่เป็นอันตรายกับดวงตาเราและเป็นหนึ่งปัจจัยเสี่ยงในการเร่งการเสื่อมอายุของเลนส์ตาที่ทำให้เกิดโรคต้อกระจก โดยเฉพาะดวงตาของเด็กเล็กยิ่งมีความไวต่อรังสียูวีมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 3 เท่า แม้การออกไปรับแสงธรรมชาติจะส่งผลดีต่อร่างกายในการสังเคราะห์วิตามินดีเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก แต่ดวงตาก็จำเป็นต้องได้รับการปกป้องด้วยเช่นกัน
วิธีการปกป้องดวงตาที่ต้องท้าแสงในกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ
1. กิจกรรมในพื้นที่ร่ม เมื่ออยู่ในอาคาร สิ่งที่พึงระวังคือแสงสีน้ำเงินอมม่วงจากการทำงานหน้าจอดิจิทัลเป็นเวลานาน คุณจึงควรเลือกเลนส์แว่นตาที่สามารถปกป้องดวงตาจาก ?แสงร้าย? เลือกกรองเฉพาะช่วงแสงสีน้ำเงินอมม่วงจากอุปกรณ์ดิจิทัลและหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่เป็นอันตราย ในขณะที่ให้ ?แสงดี? สีน้ำเงินอมเขียวที่ช่วยปรับอารมณ์ และทำให้ร่างกายตื่นตัว แอ็กทีฟ ผ่านเข้าสู่ดวงตาได้
2. กิจกรรมแอคทีฟทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง การใช้เลนส์ที่เปลี่ยนสีตามสภาวะแสงโดยอัตโนมัติคือคำตอบของทุกไลฟ์สไตล์ เพราะเมื่อออกสู่กลางแจ้ง สีของเลนส์จะเข้มขึ้น และเมื่ออยู่ในอาคารเลนส์จะใสแต่ยังคงคุณสมบัติการป้องกันรังสียูวีได้ 100% พร้อมตัดแสงสีน้ำเงินเอาไว้ ทำให้มีความสบายตาตลอดทั้งวัน และใช้งานได้อย่างสะดวกสบายครบจบในเลนส์เดียว ปกป้องดวงตาได้ตลอดเวลาทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง ช่วยให้คุณทำกิจกรรมได้คล่องตัวยิ่งกว่าเพราะไม่ต้องพกแว่นตาหลายอันให้ยุ่งยากและสิ้นเปลือง
3. กิจกรรมท้าแสงกลางแจ้งหรือแดดจัด ควรสวมแว่นกันแดดหรือใช้เลนส์โพลาไรซ์เพื่อตัดแสงจ้าและแสงสะท้อนจากวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นผิวถนน เงากระจก หรือผิวสะท้อนอื่น ๆ เปรียบเสมือนติดเกราะป้องกันดวงตา เสริมการมองเห็นให้คมชัดและสบายตามากยิ่งขึ้น ช่วยให้คุณหมดกังวลกับแสงรอบตัวที่อาจทำร้ายดวงตาขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในขณะขับรถ เล่นกีฬา เดินทางท่องเที่ยว ฯลฯ
สำหรับผู้ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรืออ่านหนังสือติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรพักสายตาด้วยกฎ 20-20-20 โดยหยุดพักสายตาเป็นเวลา 20 วินาที ทุก ๆ 20 นาที ด้วยการมองไกลออกไป 20 ฟุต ซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลาย และเป็นการกระตุ้นให้เรากระพริบตาเพื่อเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงในดวงตาของเราอีกด้วย
?วันสายตาโลก? World Sight Day ในปีนี้ กลุ่มบริษัทเอสซีลอร์ ได้จัดโครงการรณรงค์ตามพันธกิจที่ต้องการส่งมอบสุขภาพสายตาที่ดี เป็นการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คนทั่วโลก ง่ายๆ ด้วยการขอเชิญชวนให้แฟนเพจของเฟสบุ๊ค Essilor Thailand ช่วยกันแชร์โพสต์ของโครงการรณรงค์ ตลอดทั้ง 7 วัน ตั้งแต่ 2-8 ต.ค. นี้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการดูแลปกป้องดวงตาจากรังสีที่เป็นอันตราย หรือสามารถสอบถามวิธีดูแลสุขภาพสายตาได้ที่เว็บไซต์ www.putvisionfirst.com และ https://www.essilor.co.th
อย่าให้วันสายตาโลกเป็นเพียงหนึ่งวันของการดูแลรักษาดวงตา เพราะสุขภาพดวงตาป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจในทุกวัน และควรพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำทุกปี ด้วยความปราถนาดีจาก เอสซีลอร์ เรามุ่งส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพสายตาที่ดีที่จะทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่
ดวงตาถูกออกแบบมาเพื่อรับ ?แสง? และสร้างการมองเห็นของมนุษย์ ในแต่ละวันเราต้องพบเจอกับสภาพแสงหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแสงธรรมชาติจากดวงอาทิตย์ แสงหลอดไฟในอาคาร หรือแม้แต่ช่วงแสงสีน้ำเงินอมม่วงที่เป็นอันตรายต่อจอประสาทตาเมื่อเราจ้องมองอุปกรณ์ดิจิทัล โดยเฉพาะแสงสีน้ำเงินที่ในปัจจุบันมีการตื่นตัวกันอย่างกว้างขวาง เพราะงานศึกษาหลายชิ้นระบุว่าผู้คนกว่า 68% มีอาการอ่อนล้าทางสายตาเพราะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน และมีความเสี่ยงต่อภาวะจอประสามตาเสื่อมจากแสงสีน้ำเงินอมม่วง อีกทั้งยังทำให้เกิดอาการตาแห้ง ปวดกระบอกตา และบางรายอาจมีอาการมองเห็นภาพเบลอร่วมด้วย
แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแท้จริงนั้น แสงธรรมชาติ แสงหลอดไฟ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์บางชนิดก็สามารถทำร้ายดวงตาเราได้มากเช่นกัน โดยแสงธรรมชาติจะมาพร้อมกับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ที่เป็นอันตรายกับดวงตาเราและเป็นหนึ่งปัจจัยเสี่ยงในการเร่งการเสื่อมอายุของเลนส์ตาที่ทำให้เกิดโรคต้อกระจก โดยเฉพาะดวงตาของเด็กเล็กยิ่งมีความไวต่อรังสียูวีมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 3 เท่า แม้การออกไปรับแสงธรรมชาติจะส่งผลดีต่อร่างกายในการสังเคราะห์วิตามินดีเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก แต่ดวงตาก็จำเป็นต้องได้รับการปกป้องด้วยเช่นกัน
วิธีการปกป้องดวงตาที่ต้องท้าแสงในกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ
1. กิจกรรมในพื้นที่ร่ม เมื่ออยู่ในอาคาร สิ่งที่พึงระวังคือแสงสีน้ำเงินอมม่วงจากการทำงานหน้าจอดิจิทัลเป็นเวลานาน คุณจึงควรเลือกเลนส์แว่นตาที่สามารถปกป้องดวงตาจาก ?แสงร้าย? เลือกกรองเฉพาะช่วงแสงสีน้ำเงินอมม่วงจากอุปกรณ์ดิจิทัลและหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่เป็นอันตราย ในขณะที่ให้ ?แสงดี? สีน้ำเงินอมเขียวที่ช่วยปรับอารมณ์ และทำให้ร่างกายตื่นตัว แอ็กทีฟ ผ่านเข้าสู่ดวงตาได้
2. กิจกรรมแอคทีฟทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง การใช้เลนส์ที่เปลี่ยนสีตามสภาวะแสงโดยอัตโนมัติคือคำตอบของทุกไลฟ์สไตล์ เพราะเมื่อออกสู่กลางแจ้ง สีของเลนส์จะเข้มขึ้น และเมื่ออยู่ในอาคารเลนส์จะใสแต่ยังคงคุณสมบัติการป้องกันรังสียูวีได้ 100% พร้อมตัดแสงสีน้ำเงินเอาไว้ ทำให้มีความสบายตาตลอดทั้งวัน และใช้งานได้อย่างสะดวกสบายครบจบในเลนส์เดียว ปกป้องดวงตาได้ตลอดเวลาทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง ช่วยให้คุณทำกิจกรรมได้คล่องตัวยิ่งกว่าเพราะไม่ต้องพกแว่นตาหลายอันให้ยุ่งยากและสิ้นเปลือง
3. กิจกรรมท้าแสงกลางแจ้งหรือแดดจัด ควรสวมแว่นกันแดดหรือใช้เลนส์โพลาไรซ์เพื่อตัดแสงจ้าและแสงสะท้อนจากวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นผิวถนน เงากระจก หรือผิวสะท้อนอื่น ๆ เปรียบเสมือนติดเกราะป้องกันดวงตา เสริมการมองเห็นให้คมชัดและสบายตามากยิ่งขึ้น ช่วยให้คุณหมดกังวลกับแสงรอบตัวที่อาจทำร้ายดวงตาขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในขณะขับรถ เล่นกีฬา เดินทางท่องเที่ยว ฯลฯ
สำหรับผู้ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรืออ่านหนังสือติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรพักสายตาด้วยกฎ 20-20-20 โดยหยุดพักสายตาเป็นเวลา 20 วินาที ทุก ๆ 20 นาที ด้วยการมองไกลออกไป 20 ฟุต ซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลาย และเป็นการกระตุ้นให้เรากระพริบตาเพื่อเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงในดวงตาของเราอีกด้วย
?วันสายตาโลก? World Sight Day ในปีนี้ กลุ่มบริษัทเอสซีลอร์ ได้จัดโครงการรณรงค์ตามพันธกิจที่ต้องการส่งมอบสุขภาพสายตาที่ดี เป็นการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คนทั่วโลก ง่ายๆ ด้วยการขอเชิญชวนให้แฟนเพจของเฟสบุ๊ค Essilor Thailand ช่วยกันแชร์โพสต์ของโครงการรณรงค์ ตลอดทั้ง 7 วัน ตั้งแต่ 2-8 ต.ค. นี้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการดูแลปกป้องดวงตาจากรังสีที่เป็นอันตราย หรือสามารถสอบถามวิธีดูแลสุขภาพสายตาได้ที่เว็บไซต์ www.putvisionfirst.com และ https://www.essilor.co.th
อย่าให้วันสายตาโลกเป็นเพียงหนึ่งวันของการดูแลรักษาดวงตา เพราะสุขภาพดวงตาป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจในทุกวัน และควรพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำทุกปี ด้วยความปราถนาดีจาก เอสซีลอร์ เรามุ่งส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพสายตาที่ดีที่จะทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่
รู้หรือไม่? แสงไม่จ้าก็ทำร้ายดวงตาได้ เอสซีลอร์ชวนคุณใส่ใจปกป้องสุขภาพดวงตาในทุกสภาพแสง ต้อนรับวันสายตาโลก
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ข่าวอบรม สัมนา งานแสดงสินค้า โปรโมชั่น แคมเปญ
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ข่าวอบรม สัมนา งานแสดงสินค้า โปรโมชั่น แคมเปญ
- EQ Training จัดกิจกรรม Team Building “BOOST UP & TEAMWORK” ให้กับทีม Proalpha Solutions Thailand (4 views)
- โบลท์ (Bolt) เปิดตัวโครงการ "Bolt Sure" ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมสนับสนุนพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่อย่างครบวงจร (6 views)
- 6 องค์ประกอบของ AI Personalization Engine ที่ธุรกิจ E-Commerce ยุคใหม่ต้องมี (4 views)
- ซูเลียน เร่งเครื่องขยายเครือข่าย เปิด "เพชรมหาสมุทร เน็ทเวิร์ค เอเจนซี่ (MGC)" (6 views)
- "สามารถ เอ็ด เท็ค" เปิดโซลูชัน AI และ Digital Learning ครบวงจร ตอบโจทย์องค์กรและการศึกษาแห่งอนาคต ในงาน TCM2026 (8 views)
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (6 views)
- โฮมโปร x เมกาโฮม ผนึก สมอ. ยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย เปลี่ยน "ความมั่นใจ" ให้เป็นมาตรฐานใหม่ทุกการเลือกซื้อ (6 views)
- 6 AI Business Ideas ที่จะเปลี่ยนอนาคตของ E-Commerce (11 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot], ClaudeBot, MuckRack และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
