ถือศีลอดอย่างไรให้ปลอดโควิด ในเดือนรอมฎอน
- smanpruksa ออฟไลน์
- โพสต์: 1
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 07 ก.พ. 2020 2:34 pm
ถือศีลอดอย่างไรให้ปลอดโควิด ในเดือนรอมฎอน
ถือศีลอดอย่างไรให้ปลอดโควิด ในเดือนรอมฎอน
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งของผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเกิดจากผู้ที่เดินทางกลับมาจากการประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของคนหมู่มาก จนทำให้มีการแพร่กระจายของเชื้ออย่างรวดเร็ว ในช่วงเดือนรอมฎอนของปีนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 24 เมษายน จนถึงวันที่ 24 พฤษภาคม จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับกระทรวงสาธารณสุข ในการที่จะให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันการติดเชื้อไม่ให้กลับมาลุกลามได้อีกหลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มลดจำนวนลงจนเรื่อย ๆ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แล้วชาวมุสลิมควรปรับตัวอย่างไร เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
เดือนรอมฎอน เดือนแห่งการถือศีลอดของชาวมุสลิม
"เดือนรอมฎอน" คือเดือนที่ 9 ของปฏิทินในศาสนาอิสลาม เป็นเดือนที่ชาวมุสลิมจะต้องถือศีลอดด้วยการอดอาหารตลอดทั้งเดือน เพื่อฝึกความอดทน (ตบะ) อุทิศส่วนกุศล และระลึกถึงภาวะขาดแคลนอาหารของผู้ที่ไม่ได้รับการดูแลจากสังคม เช่น คนยากจน โดยมีข้อห้ามเฉพาะในช่วงเวลากลางวัน ดังนี้
ชาวมุสลิมถือศีลอดอย่างไรในสถานการณ์โควิด
สิ่งที่น่าเป็นกังวลสำหรับข้อปฏิบัติด้านสาธารณสุขคือการกลับมารวมตัวกันของญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเพื่อรับประทานอาหารและทำพิธีละหมาดร่วมกันที่มัสยิดในช่วงเดือนรอมฎอน รวมถึงยังมีชาวมุสลิมบางกลุ่มที่ยังคงยึดถือการบ้วนน้ำลายทิ้งในช่วงถือศีลอด จนอาจเป็นสาเหตุทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสกลับมาแพร่กระจายได้ในวงกว้างอีกครั้ง
กรมควบคุมโรค จึงได้ออกแถลงการณ์เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตนของชาวมุสลิมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 เพื่อขอความร่วมมือชาวมุสลิมทุกคนให้ยึดถือแนวทางการปฏิบัติตนด้วยความเคร่งครัด ดังนี้
1. หลีกเลี่ยงการสลามด้วยการสัมผัสมือ การสวมกอด และการสัมผัสแก้ม โดยให้ยกมือสลามกันเท่านั้น
2. งดการไปร่วมละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิด และปฏิบัติตามประกาศจุฬาราชมนตรี เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด อ่านประกาศจุฬาราชมนตรี คลิก https://bit.ly/2K6lKYB โดยแนะนำให้ปฏิบัติศาสนกิจภายในบ้าน
3. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน และงดการแบ่งปันอาหารให้แก่กัน หากจำเป็นให้นั่งห่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร และไม่จัดอาหารแบบใส่ถาดรวม (บุฟเฟต์) ให้แยกเป็นอาหารจานเดียว มีช้อนส้อมและแก้วน้ำเฉพาะของตนเอง และล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร
4. หลีกเลี่ยงการไปสถานที่ที่มีการรวมตัวกันของคนเป็นจำนวนมาก หากจำเป็นควรเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1-2 เมตร สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้ง และล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลให้สะอาดอยู่เสมอ
5. กรณีมีความจำเป็นต้องปฏิบัติศาสนกิจในมัสยิด แนะนำให้เปิดหน้าต่างและผ้าม่านเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก งดการใช้เครื่องปรับอากาศ และให้คัดกรองทุกคนก่อนเข้ามัสยิด หากมีอาการไข้ (อุณหภูมิตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียส) ไอ เจ็บคอ แม้จะมีอาการไม่มาก ให้งดเข้าร่วมและแนะนำให้สังเกตอาการที่บ้าน
6. หากสัมผัสบุคคลหรือไปสถานที่เสี่ยง เมื่อกลับเข้าบ้าน แนะนำให้รีบทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำสระผม และเปลี่ยนเสื้อผ้า
7. เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ หลังรับประทานอาหาร นอกจากจะเป็นข้อควรปฏิบัติในการถือศีลอดที่ถูกต้องแล้วยังช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำในสภาพอากาศร้อนด้วย
นอกจากนี้ สำนักจุฬาราชมนตรียังได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4 เพิ่มเติมถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ว่าด้วย การปฏิบัติศาสนกิจในเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1441 สรุปใจความสำคัญได้ดังนี้
1. การถือศีลอดเดือนรอมฎอนให้ถือปฏิบัติตามปกติที่บทบัญญัติศาสนากำหนด ยกเว้น ผู้ที่ได้รับผ่อนผันตามหลักการศาสนาเท่านั้น
2. การกลืนน้ำลายที่ไม่เจือปนเศษ อาหารที่อยู่ในช่องปากมิได้ทำให้การถือศีลอดบกพร่องแต่อย่างใด กลับเป็นการรักษาร่างกายและลำคอให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น จึงไม่ควรถ่มน้ำลายในสถานที่สาธารณะโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิด การแพร่ระบาดของเชื้อในสภาวการณ์ปัจจุบัน
3. งดการจัดเลี้ยงอาหารละศีลอดที่มัสยิด เคหสถาน หรือสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ หากมี ความประสงค์ก็ให้จัดทำอาหารปรุงสุกที่บ้านและจัดใส่ภาชนะบรรจุภัณฑ์ให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ แล้วแจกจ่ายให้แก่เพื่อนบ้านและญาติใกล้ชิดแทนการจัดเลี้ยงที่มารวมกันเป็นหมู่คณะ
4. กรณีสมาชิกในครอบครัวละศีลอดหรือรับประทานอาหารซาโฮร์ร่วมกัน ให้หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารในภาชนะร่วมกัน และให้นั่งห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร
5. งดละหมาดประเภทต่าง ๆ ใน ค่ำคืนของเดือนรอมฎอน ตลอดจนกิจกรรมการรวมตัวอื่นๆ ที่มัสยิด หรือในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้
แม้จะเป็นความยากลำบากในการปฏิบัติศาสนกิจ แต่หากทุกคนร่วมใจกันปฏิบัติตามแนวทางของกรมควบคุมโรคและสำนักจุฬาราชมนตรีอย่างเคร่งครัด เชื่อว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะกลับคืนสู่สภาพปกติได้ในเร็ววัน ขอร่วมส่งกำลังใจให้พี่น้องมุสลิม พุทธศาสนิกชน และคริสต์ศาสนิกชนทุกคน ไม่เว้นแม้ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตาม ให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.smk.co.th/prehealth.aspx
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งของผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเกิดจากผู้ที่เดินทางกลับมาจากการประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของคนหมู่มาก จนทำให้มีการแพร่กระจายของเชื้ออย่างรวดเร็ว ในช่วงเดือนรอมฎอนของปีนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 24 เมษายน จนถึงวันที่ 24 พฤษภาคม จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับกระทรวงสาธารณสุข ในการที่จะให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันการติดเชื้อไม่ให้กลับมาลุกลามได้อีกหลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มลดจำนวนลงจนเรื่อย ๆ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แล้วชาวมุสลิมควรปรับตัวอย่างไร เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
เดือนรอมฎอน เดือนแห่งการถือศีลอดของชาวมุสลิม
"เดือนรอมฎอน" คือเดือนที่ 9 ของปฏิทินในศาสนาอิสลาม เป็นเดือนที่ชาวมุสลิมจะต้องถือศีลอดด้วยการอดอาหารตลอดทั้งเดือน เพื่อฝึกความอดทน (ตบะ) อุทิศส่วนกุศล และระลึกถึงภาวะขาดแคลนอาหารของผู้ที่ไม่ได้รับการดูแลจากสังคม เช่น คนยากจน โดยมีข้อห้ามเฉพาะในช่วงเวลากลางวัน ดังนี้
- 1. ห้ามรับประทานหรือดื่ม รวมทั้งการสูบบุหรี่ด้วยโดยเจตนา
2. ห้ามร่วมประเวณี หรือทำให้อสุจิออกมาโดยเจตนา
3. ห้ามทำให้อาเจียนโดยเจตนา
4. ห้ามเอาสิ่งใดเข้าไปจนลึกเกินบริเวณภายนอกในอวัยวะที่เป็นรู เช่น ปาก จมูก โดยเจตนา
ชาวมุสลิมถือศีลอดอย่างไรในสถานการณ์โควิด
สิ่งที่น่าเป็นกังวลสำหรับข้อปฏิบัติด้านสาธารณสุขคือการกลับมารวมตัวกันของญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเพื่อรับประทานอาหารและทำพิธีละหมาดร่วมกันที่มัสยิดในช่วงเดือนรอมฎอน รวมถึงยังมีชาวมุสลิมบางกลุ่มที่ยังคงยึดถือการบ้วนน้ำลายทิ้งในช่วงถือศีลอด จนอาจเป็นสาเหตุทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสกลับมาแพร่กระจายได้ในวงกว้างอีกครั้ง
กรมควบคุมโรค จึงได้ออกแถลงการณ์เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตนของชาวมุสลิมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 เพื่อขอความร่วมมือชาวมุสลิมทุกคนให้ยึดถือแนวทางการปฏิบัติตนด้วยความเคร่งครัด ดังนี้
1. หลีกเลี่ยงการสลามด้วยการสัมผัสมือ การสวมกอด และการสัมผัสแก้ม โดยให้ยกมือสลามกันเท่านั้น
2. งดการไปร่วมละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิด และปฏิบัติตามประกาศจุฬาราชมนตรี เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด อ่านประกาศจุฬาราชมนตรี คลิก https://bit.ly/2K6lKYB โดยแนะนำให้ปฏิบัติศาสนกิจภายในบ้าน
3. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน และงดการแบ่งปันอาหารให้แก่กัน หากจำเป็นให้นั่งห่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร และไม่จัดอาหารแบบใส่ถาดรวม (บุฟเฟต์) ให้แยกเป็นอาหารจานเดียว มีช้อนส้อมและแก้วน้ำเฉพาะของตนเอง และล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร
4. หลีกเลี่ยงการไปสถานที่ที่มีการรวมตัวกันของคนเป็นจำนวนมาก หากจำเป็นควรเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1-2 เมตร สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้ง และล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลให้สะอาดอยู่เสมอ
5. กรณีมีความจำเป็นต้องปฏิบัติศาสนกิจในมัสยิด แนะนำให้เปิดหน้าต่างและผ้าม่านเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก งดการใช้เครื่องปรับอากาศ และให้คัดกรองทุกคนก่อนเข้ามัสยิด หากมีอาการไข้ (อุณหภูมิตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียส) ไอ เจ็บคอ แม้จะมีอาการไม่มาก ให้งดเข้าร่วมและแนะนำให้สังเกตอาการที่บ้าน
6. หากสัมผัสบุคคลหรือไปสถานที่เสี่ยง เมื่อกลับเข้าบ้าน แนะนำให้รีบทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำสระผม และเปลี่ยนเสื้อผ้า
7. เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ หลังรับประทานอาหาร นอกจากจะเป็นข้อควรปฏิบัติในการถือศีลอดที่ถูกต้องแล้วยังช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำในสภาพอากาศร้อนด้วย
นอกจากนี้ สำนักจุฬาราชมนตรียังได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4 เพิ่มเติมถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ว่าด้วย การปฏิบัติศาสนกิจในเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1441 สรุปใจความสำคัญได้ดังนี้
1. การถือศีลอดเดือนรอมฎอนให้ถือปฏิบัติตามปกติที่บทบัญญัติศาสนากำหนด ยกเว้น ผู้ที่ได้รับผ่อนผันตามหลักการศาสนาเท่านั้น
2. การกลืนน้ำลายที่ไม่เจือปนเศษ อาหารที่อยู่ในช่องปากมิได้ทำให้การถือศีลอดบกพร่องแต่อย่างใด กลับเป็นการรักษาร่างกายและลำคอให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น จึงไม่ควรถ่มน้ำลายในสถานที่สาธารณะโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิด การแพร่ระบาดของเชื้อในสภาวการณ์ปัจจุบัน
3. งดการจัดเลี้ยงอาหารละศีลอดที่มัสยิด เคหสถาน หรือสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ หากมี ความประสงค์ก็ให้จัดทำอาหารปรุงสุกที่บ้านและจัดใส่ภาชนะบรรจุภัณฑ์ให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ แล้วแจกจ่ายให้แก่เพื่อนบ้านและญาติใกล้ชิดแทนการจัดเลี้ยงที่มารวมกันเป็นหมู่คณะ
4. กรณีสมาชิกในครอบครัวละศีลอดหรือรับประทานอาหารซาโฮร์ร่วมกัน ให้หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารในภาชนะร่วมกัน และให้นั่งห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร
5. งดละหมาดประเภทต่าง ๆ ใน ค่ำคืนของเดือนรอมฎอน ตลอดจนกิจกรรมการรวมตัวอื่นๆ ที่มัสยิด หรือในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้
แม้จะเป็นความยากลำบากในการปฏิบัติศาสนกิจ แต่หากทุกคนร่วมใจกันปฏิบัติตามแนวทางของกรมควบคุมโรคและสำนักจุฬาราชมนตรีอย่างเคร่งครัด เชื่อว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะกลับคืนสู่สภาพปกติได้ในเร็ววัน ขอร่วมส่งกำลังใจให้พี่น้องมุสลิม พุทธศาสนิกชน และคริสต์ศาสนิกชนทุกคน ไม่เว้นแม้ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตาม ให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.smk.co.th/prehealth.aspx
ถือศีลอดอย่างไรให้ปลอดโควิด ในเดือนรอมฎอน
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ไข้ลด... แต่อาการแย่ลง! สัญญาณเตือนภัยวิกฤต "ไข้เลือดออก" (79 views)
- อย. ชี้แจง ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm จัดเป็นเครื่องสำอาง ใช้ได้ตามปกติ พร้อมแจงยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm (82 views)
- กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง (94 views)
- จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา (83 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (111 views)
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (92 views)
- รู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (65 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเมื่อมีอาการชักจากไข้ (68 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
