เตือน แสตมป์มรณะ ระบาดหนักกลุ่มนักท่องเที่ยว อันตรายถึงชีวิต
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 982
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 03 เม.ย. 2009 11:48 am
เตือน แสตมป์มรณะ ระบาดหนักกลุ่มนักท่องเที่ยว อันตรายถึงชีวิต
สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ เตือนนักท่องเที่ยวใช้ ?แสตมป์มรณะ? อมใต้ลิ้น อาจเกิดอาการหลอนประสาทอย่างรุนแรง และนำไปสู่การฆ่าตัวได้
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากข่าวการจับกุมผู้ค้า "แสตมป์มรณะ" ที่ระบาดในกลุ่มนักท่องเที่ยว "กระดาษเมา กระดาษมหัศจรรย์ หรือ แสตมป์มรณะ" เป็นการนำสาร แอลเอสดี (LSD) ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ออกฤทธิ์หลอนประสาท เมื่อหยดลงบนกระดาษที่มีคุณสมบัติดูดซับ (blotter paper) อาจมีลวดลายและสีสันต่างๆ แล้วแบ่งเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ มีลักษณะคล้ายแสตมป์ ใช้อมใต้ลิ้น โดยจะออกฤทธิ์ภายใน 30 ? 90 นาที นาน 8 ? 12 ชั่วโมง จะทำให้รูม่านตาขยาย อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ความดันโลหิตลดลงและอัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น เหงื่อออก เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ปากแห้ง และมือสั่น เมื่อเสพสารแอลเอสดีเข้าสู่ร่างกาย ในระยะแรกจะมีความสุข อารมณ์ดี รู้สึกคึกคัก หลังจากนั้นจะเกิดอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง เห็นภาพหรือเหตุการณ์ในอดีต เกิดอาการหวาดกลัวจนกระทั่งอาจทำร้ายตนเอง หรือทำร้ายผู้อื่นและอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้
ผู้ที่เสพสารแอลเอสดีเกินขนาดมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาทางจิตเรื้อรัง เช่น โรคจิตเภท หรือโรคซึมเศร้า เกิดอาการหวาดระแวง หูแว่ว เห็นภาพหลอน แม้จะหยุดใช้ยาแล้วแต่อาการโรคจิตอาจเป็นซ้ำได้อีก การรักษาอาการดังกล่าวทำได้ยากและอาจต้องใช้เวลานานเพื่อให้อาการทุเลาลง ทั้งนี้ฝากย้ำเตือนกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่นิยมเสพสารแอลเอสดี ให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา การเสพสารแอลเอสดี ทำให้ผู้เสพมีปัญหาด้านการรับรู้ การคิดและการตัดสินใจ อาจนำมาซึ่งเหตุรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น เช่น การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน การทำร้ายตนเองและผู้อื่น ซึ่งเป็นผลจากเกิดภาพหลอนหลังจากการเสพสาร แอลเอสดี หากประสบปัญหาเกี่ยวกับยาและสารเสพติดสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 หรือที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลาและปัตตานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmindat.go.th
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากข่าวการจับกุมผู้ค้า "แสตมป์มรณะ" ที่ระบาดในกลุ่มนักท่องเที่ยว "กระดาษเมา กระดาษมหัศจรรย์ หรือ แสตมป์มรณะ" เป็นการนำสาร แอลเอสดี (LSD) ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ออกฤทธิ์หลอนประสาท เมื่อหยดลงบนกระดาษที่มีคุณสมบัติดูดซับ (blotter paper) อาจมีลวดลายและสีสันต่างๆ แล้วแบ่งเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ มีลักษณะคล้ายแสตมป์ ใช้อมใต้ลิ้น โดยจะออกฤทธิ์ภายใน 30 ? 90 นาที นาน 8 ? 12 ชั่วโมง จะทำให้รูม่านตาขยาย อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ความดันโลหิตลดลงและอัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น เหงื่อออก เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ปากแห้ง และมือสั่น เมื่อเสพสารแอลเอสดีเข้าสู่ร่างกาย ในระยะแรกจะมีความสุข อารมณ์ดี รู้สึกคึกคัก หลังจากนั้นจะเกิดอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง เห็นภาพหรือเหตุการณ์ในอดีต เกิดอาการหวาดกลัวจนกระทั่งอาจทำร้ายตนเอง หรือทำร้ายผู้อื่นและอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้
ผู้ที่เสพสารแอลเอสดีเกินขนาดมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาทางจิตเรื้อรัง เช่น โรคจิตเภท หรือโรคซึมเศร้า เกิดอาการหวาดระแวง หูแว่ว เห็นภาพหลอน แม้จะหยุดใช้ยาแล้วแต่อาการโรคจิตอาจเป็นซ้ำได้อีก การรักษาอาการดังกล่าวทำได้ยากและอาจต้องใช้เวลานานเพื่อให้อาการทุเลาลง ทั้งนี้ฝากย้ำเตือนกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่นิยมเสพสารแอลเอสดี ให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา การเสพสารแอลเอสดี ทำให้ผู้เสพมีปัญหาด้านการรับรู้ การคิดและการตัดสินใจ อาจนำมาซึ่งเหตุรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น เช่น การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน การทำร้ายตนเองและผู้อื่น ซึ่งเป็นผลจากเกิดภาพหลอนหลังจากการเสพสาร แอลเอสดี หากประสบปัญหาเกี่ยวกับยาและสารเสพติดสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 หรือที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลาและปัตตานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmindat.go.th
เตือน แสตมป์มรณะ ระบาดหนักกลุ่มนักท่องเที่ยว อันตรายถึงชีวิต
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ไข้ลด... แต่อาการแย่ลง! สัญญาณเตือนภัยวิกฤต "ไข้เลือดออก" (79 views)
- อย. ชี้แจง ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm จัดเป็นเครื่องสำอาง ใช้ได้ตามปกติ พร้อมแจงยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm (83 views)
- กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง (95 views)
- จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา (83 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (113 views)
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (94 views)
- รู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (65 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเมื่อมีอาการชักจากไข้ (68 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
