ระวัง! อร่อยกับทุเรียนมากเกินไป ความเจ็บป่วยอาจไม่เยือนไม่รู้ตัว
- emaginfo ออฟไลน์
- โพสต์: 47
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 07 ก.ค. 2014 11:39 am
ระวัง! อร่อยกับทุเรียนมากเกินไป ความเจ็บป่วยอาจไม่เยือนไม่รู้ตัว
เดี๋ยวนี้เวลาที่สาวๆ อยากจะผอมเพรียว มักจะอดอาหารแล้วหันมาบริโภคแต่ผลไม้ ซึ่งนับเป็นวิธีที่แสนเบสิกที่ตั้งแต่ดาราฮอลลีวูดไปจนถึงพนักงานออฟฟิศใช้กันมาช้านาน แต่ใครจะรู้ละว่าผลไม้ที่ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์ก็สามารถสร้างความปวดใจให้กับน้ำหนักตัวของเราได้ เหมือนอย่างเจ้า ?ทุเรียน? เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้อิ่มท้องแล้ว ยังสามารถทำให้น้ำหนักตัวของเราเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

Image Source
ทุเรียนแสนอร่อย
จัดว่าเป็นราชาผลไม้ไทย ที่อาจมีเส้นผ่าศูนย์กลางของผลยาวถึง 15 ซม. มีน้ำหนักโดยทั่วไปประมาณ 1-3 กิโลกรัม และมีเนื้อที่นำมารับประทานเป็นสีเหลืองซีดจนถึงสีแดง ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์ ทุเรียนมีมากกว่า 30 ชนิด แต่มีเพียง 9 ชนิดเท่านั้นที่สามารถรับประทานได้ สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมและปลูกกันมากก็คือ พันธุ์หมอนทอง ชะนี กระดุมทอง และพันธุ์ก้านยาว เป็นต้น ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีกลิ่นเฉพาะตัว สำหรับบางคนนั้นบอกว่าทุเรียนมีกลิ่นหอม แต่ในขณะที่บางคนกลับมองว่ามันมีกลิ่นเหม็นรุนแรงจนถึงขั้นสะอิดสะเอียนเลยทีเดียว ทุเรียนนั้นสามารถรับประทานได้ทั้งสุกและห่ามแล้วแต่คนชอบ นอกจากนี้ยังนำไปใช้ทำอาหารได้อย่างหลากหลาย แม้แต่เมล็ดก็รับประทานได้แต่ต้องทำให้สุกก่อน
ประโยชน์ของการกินทุเรียน
ทุเรียนพันธุ์หมอนทองสามารถช่วยลดระดับไขมันหรือคอเลสเตอรอลได้ เพราะทุเรียนสายพันธุ์นี้มีสารโพลีฟีนอล (Pholyphenols) และมีเส้นใยที่ช่วยลดไขมันได้ แต่ว่าต้องรับประทานแค่ 1 พูต่อวัน เนื่องจากทุเรียนมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ(โดยเฉพาะพันธุ์หมอนทอง) การบริโภคทุเรียนในปริมาณที่เหมาะ จะช่วยป้องกันการเกิดโรคในมนุษย์ได้ เช่น โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง เป็นต้น และเส้นใยของทุเรียนมีส่วนช่วยในการขับถ่ายให้สะดวกยิ่งขึ้น

Image Source
สรรพคุณอื่นๆ ของทุเรียน
ช่วยทำให้ฝีแห้ง (เนื้อทุเรียน)
สรรพคุณทุเรียนช่วยแก้โรคผิวหนัง (เนื้อทุเรียน)
สารสกัดจากใบและรากทุเรียนใช้เป็นยาแก้ไข้ได้ ด้วยการใช้น้ำจากใยวางบนศีรษะของผู้ป่วยจะช่วยลดไข้ได้ (ราก,ใบ)
ทุเรียน สรรพคุณช่วยแก้อาการท้องร่วง (ราก)
สรรพคุณของทุเรียนช่วยขับพยาธิ (ใบ,เนื้อทุเรียน)
สรรพคุณทางยาช่วยแก้ดีซ่าน (ใบ)
ช่วยทำให้หนองแห้ง (ใบ)
ช่วยแก้ตานซาง (เปลือก)
ช่วยรักษาโรคคางทูม (เปลือก)
ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย (เปลือก)
ช่วยแก้ฝี (เปลือก)
ช่วยรักษาแผลพุพอง (เปลือก)
ใช้สมานแผล (เปลือก)
เปลือกทุเรียนใช้ไล่ยุงและแมลง (เปลือก)

Image Source
ระวังการกินทุเรียนในช่วงอากาศร้อน
นางกุลพร สุขุมาลตระกูล นักวิชาการโภชนาการชำนาญการพิเศษ สำนักโภชนาการ กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า แม้ทุเรียนจะมีสารอาหารมากมาย ทั้งวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร แต่ก็มีพวกกำมะถัน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน น้ำตาลในปริมาณมาก ทำให้เมื่อกินทุเรียนเข้าไปแล้ว ร่างกายจะได้รับพลังงานสูง ช่วงอากาศร้อนเช่นนี้ การรับประทานทุเรียนจึงเป็นสิ่งที่ต้องพึงระวัง ปัจจุบันมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จัดบุฟเฟ่ต์ผลไม้ มีทุเรียนเป็นจุดขายอีกด้วย
นางกุลพร กล่าวอีกว่า กรมอนามัยแนะนำให้ผู้ชายวัยทำงาน ไม่ควรกินน้ำตาลและน้ำมันเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน ผู้หญิงวัยทำงานไม่ควรกินน้ำตาล และน้ำมันเกินวันละ 4 ช้อนชา อย่างไรก็ตาม หากกินทุเรียนหนึ่งเม็ดกลาง ก็ทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาล 4 ช้อนชา และได้รับน้ำมันถึง 3 ช้อนชาแล้ว จึงไม่เหมาะที่ผู้บริโภคจะกินอาหารรสหวาน
ดังนั้น การกินทุเรียนให้มีสุขภาพดี จำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจที่จะดูแลตนเองด้วย ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ ต้องกินให้น้อยที่สุด และที่สำคัญผู้ป่วยโรคไตต้องห้ามกินเด็ดขาด!! เพราะทุเรียนจะมีโพแทสเซียมสูง ส่งผลให้ทวีความรุนแรงของไตได้
ลิขสิทธิ์บทความของ Vital Health
ผู้จัดจำหน่าย Muslene ยิ่งดื่ม ยิ่งฟิต
หุ่นเฟิร์ม ผิวกระชับ ด้วย เวย์โปรตีนและส่วนผสมของ Cacti-nea

Image Source
ทุเรียนแสนอร่อย
จัดว่าเป็นราชาผลไม้ไทย ที่อาจมีเส้นผ่าศูนย์กลางของผลยาวถึง 15 ซม. มีน้ำหนักโดยทั่วไปประมาณ 1-3 กิโลกรัม และมีเนื้อที่นำมารับประทานเป็นสีเหลืองซีดจนถึงสีแดง ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์ ทุเรียนมีมากกว่า 30 ชนิด แต่มีเพียง 9 ชนิดเท่านั้นที่สามารถรับประทานได้ สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมและปลูกกันมากก็คือ พันธุ์หมอนทอง ชะนี กระดุมทอง และพันธุ์ก้านยาว เป็นต้น ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีกลิ่นเฉพาะตัว สำหรับบางคนนั้นบอกว่าทุเรียนมีกลิ่นหอม แต่ในขณะที่บางคนกลับมองว่ามันมีกลิ่นเหม็นรุนแรงจนถึงขั้นสะอิดสะเอียนเลยทีเดียว ทุเรียนนั้นสามารถรับประทานได้ทั้งสุกและห่ามแล้วแต่คนชอบ นอกจากนี้ยังนำไปใช้ทำอาหารได้อย่างหลากหลาย แม้แต่เมล็ดก็รับประทานได้แต่ต้องทำให้สุกก่อน
ประโยชน์ของการกินทุเรียน
ทุเรียนพันธุ์หมอนทองสามารถช่วยลดระดับไขมันหรือคอเลสเตอรอลได้ เพราะทุเรียนสายพันธุ์นี้มีสารโพลีฟีนอล (Pholyphenols) และมีเส้นใยที่ช่วยลดไขมันได้ แต่ว่าต้องรับประทานแค่ 1 พูต่อวัน เนื่องจากทุเรียนมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ(โดยเฉพาะพันธุ์หมอนทอง) การบริโภคทุเรียนในปริมาณที่เหมาะ จะช่วยป้องกันการเกิดโรคในมนุษย์ได้ เช่น โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง เป็นต้น และเส้นใยของทุเรียนมีส่วนช่วยในการขับถ่ายให้สะดวกยิ่งขึ้น

Image Source
สรรพคุณอื่นๆ ของทุเรียน
ช่วยทำให้ฝีแห้ง (เนื้อทุเรียน)
สรรพคุณทุเรียนช่วยแก้โรคผิวหนัง (เนื้อทุเรียน)
สารสกัดจากใบและรากทุเรียนใช้เป็นยาแก้ไข้ได้ ด้วยการใช้น้ำจากใยวางบนศีรษะของผู้ป่วยจะช่วยลดไข้ได้ (ราก,ใบ)
ทุเรียน สรรพคุณช่วยแก้อาการท้องร่วง (ราก)
สรรพคุณของทุเรียนช่วยขับพยาธิ (ใบ,เนื้อทุเรียน)
สรรพคุณทางยาช่วยแก้ดีซ่าน (ใบ)
ช่วยทำให้หนองแห้ง (ใบ)
ช่วยแก้ตานซาง (เปลือก)
ช่วยรักษาโรคคางทูม (เปลือก)
ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย (เปลือก)
ช่วยแก้ฝี (เปลือก)
ช่วยรักษาแผลพุพอง (เปลือก)
ใช้สมานแผล (เปลือก)
เปลือกทุเรียนใช้ไล่ยุงและแมลง (เปลือก)

Image Source
ระวังการกินทุเรียนในช่วงอากาศร้อน
นางกุลพร สุขุมาลตระกูล นักวิชาการโภชนาการชำนาญการพิเศษ สำนักโภชนาการ กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า แม้ทุเรียนจะมีสารอาหารมากมาย ทั้งวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร แต่ก็มีพวกกำมะถัน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน น้ำตาลในปริมาณมาก ทำให้เมื่อกินทุเรียนเข้าไปแล้ว ร่างกายจะได้รับพลังงานสูง ช่วงอากาศร้อนเช่นนี้ การรับประทานทุเรียนจึงเป็นสิ่งที่ต้องพึงระวัง ปัจจุบันมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จัดบุฟเฟ่ต์ผลไม้ มีทุเรียนเป็นจุดขายอีกด้วย
นางกุลพร กล่าวอีกว่า กรมอนามัยแนะนำให้ผู้ชายวัยทำงาน ไม่ควรกินน้ำตาลและน้ำมันเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน ผู้หญิงวัยทำงานไม่ควรกินน้ำตาล และน้ำมันเกินวันละ 4 ช้อนชา อย่างไรก็ตาม หากกินทุเรียนหนึ่งเม็ดกลาง ก็ทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาล 4 ช้อนชา และได้รับน้ำมันถึง 3 ช้อนชาแล้ว จึงไม่เหมาะที่ผู้บริโภคจะกินอาหารรสหวาน
ดังนั้น การกินทุเรียนให้มีสุขภาพดี จำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจที่จะดูแลตนเองด้วย ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ ต้องกินให้น้อยที่สุด และที่สำคัญผู้ป่วยโรคไตต้องห้ามกินเด็ดขาด!! เพราะทุเรียนจะมีโพแทสเซียมสูง ส่งผลให้ทวีความรุนแรงของไตได้
ลิขสิทธิ์บทความของ Vital Health
ผู้จัดจำหน่าย Muslene ยิ่งดื่ม ยิ่งฟิต
หุ่นเฟิร์ม ผิวกระชับ ด้วย เวย์โปรตีนและส่วนผสมของ Cacti-nea
ระวัง! อร่อยกับทุเรียนมากเกินไป ความเจ็บป่วยอาจไม่เยือนไม่รู้ตัว
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ไข้ลด... แต่อาการแย่ลง! สัญญาณเตือนภัยวิกฤต "ไข้เลือดออก" (79 views)
- อย. ชี้แจง ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm จัดเป็นเครื่องสำอาง ใช้ได้ตามปกติ พร้อมแจงยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm (82 views)
- กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง (92 views)
- จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา (83 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (110 views)
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (92 views)
- รู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (65 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเมื่อมีอาการชักจากไข้ (67 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
