บริจาคโลหิตทุก 3 เดือน ยิ่งให้ยิ่งได้สุขภาพดี ในวันผู้บริจาคโลหิตโลก 14 มิถุนายน
- Mit ออฟไลน์
- โพสต์: 117
- ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 12 ก.พ. 2009 11:31 pm
บริจาคโลหิตทุก 3 เดือน ยิ่งให้ยิ่งได้สุขภาพดี ในวันผู้บริจาคโลหิตโลก 14 มิถุนายน
เนื่องในวันผู้บริจาคโลหิตโลก 14 มิถุนายน สภากาชาดไทย เชิญชวนประชาชนร่วมงาน?วันผู้บริจาคโลหิตโลก 2558 ภายใต้ Slogan Givefreely,giveoften.Blooddonationmatters.( บริจาคโลหิตทุก 3 เดือน ยิ่งให้ ยิ่งได้สุขภาพดี)จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2558 เวลา 08.00 - 16.00 น.ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ เพื่อขอบคุณผู้บริจาคโลหิตจะได้รับ ?เสื้อยืดวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2558?

แพทย์หญิงสร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยเปิดเผยว่า วันที่ 14 มิถุนายน เป็นวันผู้บริจาคโลหิตโลก (World Blood Donor Day)เพื่อเป็นวันที่ระลึกถึง ดร. คาร์ล แลนด์สไตเนอร์ (Karl Landsteiner)ชาวออสเตรีย ผู้ค้นพบหมู่โลหิตระบบเอบีโอครั้งแรก เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่องานบริการโลหิตทั่วโลก องค์การอนามัยโลก (WHO), สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) และองค์กรด้านงานบริการโลหิต เชิญชวนให้กาชาดทั่วโลก จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเพื่อขอบคุณผู้บริจาคโลหิตทั่วโลก และให้ทุกประเทศได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิตอย่างเพียงพอและปลอดภัย
ในประเทศไทย สภากาชาดไทย จัดงานวันผู้บริจาคโลหิตโลก ครั้งแรกเมื่อปี 2547 ปีนี้เป็นปีที่ 12 แล้ว ในปีนี้ จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2558 เวลา 08.00 -16.00 น.ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์ มี Slogan คือ ?Givefreely, giveoften. Blooddonationmatters. (บริจาคโลหิตทุก 3 เดือน ยิ่งให้ ยิ่งได้สุขภาพดี) เพื่อขอบคุณผู้บริจาคโลหิต และรณรงค์ให้เกิดการบริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจไม่หวังสิ่งตอบแทน ส่งเสริมให้มีการบริจาคโลหิตเป็นประจำทุก 3 เดือน เพื่อลดภาวการณ์ขาดแคลนโลหิต ที่เกิดขึ้นทุกปี เนื่องจากประเทศไทย ยังมีผู้บริจาคโลหิตปีละ 1 ครั้งมากถึงร้อยละ 60 แต่มีผู้บริจาคโลหิตปีละ 4 ครั้ง เพียงร้อยละ 7 เท่านั้น จึงต้องมีการรณรงค์ให้ผู้บริจาคโลหิตเพิ่มความถี่ในการบริจาคโลหิตเพิ่มมากขึ้น นอกจากจะทำให้มีปริมาณโลหิตสำรองที่เพียงพอหรับผู้ป่วยแล้ว ยังส่งผลดีทำให้ผู้บริจาคโลหิต มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นจากการบริจาคโลหิต เพราะเป็นการกระตุ้นการทำงานไขกระดูกได้ดีขึ้น ร่างกายสร้างเม็ดเลือดใหม่ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และได้รับการตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำอีกด้วย
ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การรับบริจาคโลหิต เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต อวัยวะ ดวงตา, ร่วมส่งกำลังใจด้วยการเขียนข้อความบนถุงโลหิตแห่งมนุษยธรรมติดบนต้นไม้ให้ชีวิต สนุกกับกิจกรรม ?แชะ แชร์ โชว์? ถ่ายภาพติด Hashtag#วันผู้บริจาคโลหิตโลก โพสต์ผ่าน Facebook ตั้งค่าเป็น Public ลุ้นรับรางวัล,ชมนิทรรศการ ?10 อันดับ หนุ่มอายุน้อยสุขภาพดี บริจาคโลหิตและส่วนประกอบโลหิตเกิน 100 ครั้ง? สนุกสนานกับมินิคอนเสิร์ต จากศิลปิน ดาราทุกค่าย เกมสนุกชิงรางวัล การจัดเลี้ยงอาหารแก่ผู้บริจาคโลหิต เป็นต้น และเพื่อเป็นการขอบคุณผู้บริจาคโลหิต จะได้รับเสื้อวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2558 เป็นที่ระลึก
ส่วนภูมิภาค บริจาคโลหิต ได้ที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดเชียงใหม่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุบลราชธานี ขอนแก่น นครราชสีมา ชลบุรี ราชบุรี สงขลา ภูเก็ต และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สอบถามรายละเอียด ได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร. 0 2256 4300

แพทย์หญิงสร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยเปิดเผยว่า วันที่ 14 มิถุนายน เป็นวันผู้บริจาคโลหิตโลก (World Blood Donor Day)เพื่อเป็นวันที่ระลึกถึง ดร. คาร์ล แลนด์สไตเนอร์ (Karl Landsteiner)ชาวออสเตรีย ผู้ค้นพบหมู่โลหิตระบบเอบีโอครั้งแรก เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่องานบริการโลหิตทั่วโลก องค์การอนามัยโลก (WHO), สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) และองค์กรด้านงานบริการโลหิต เชิญชวนให้กาชาดทั่วโลก จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเพื่อขอบคุณผู้บริจาคโลหิตทั่วโลก และให้ทุกประเทศได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิตอย่างเพียงพอและปลอดภัย
ในประเทศไทย สภากาชาดไทย จัดงานวันผู้บริจาคโลหิตโลก ครั้งแรกเมื่อปี 2547 ปีนี้เป็นปีที่ 12 แล้ว ในปีนี้ จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2558 เวลา 08.00 -16.00 น.ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์ มี Slogan คือ ?Givefreely, giveoften. Blooddonationmatters. (บริจาคโลหิตทุก 3 เดือน ยิ่งให้ ยิ่งได้สุขภาพดี) เพื่อขอบคุณผู้บริจาคโลหิต และรณรงค์ให้เกิดการบริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจไม่หวังสิ่งตอบแทน ส่งเสริมให้มีการบริจาคโลหิตเป็นประจำทุก 3 เดือน เพื่อลดภาวการณ์ขาดแคลนโลหิต ที่เกิดขึ้นทุกปี เนื่องจากประเทศไทย ยังมีผู้บริจาคโลหิตปีละ 1 ครั้งมากถึงร้อยละ 60 แต่มีผู้บริจาคโลหิตปีละ 4 ครั้ง เพียงร้อยละ 7 เท่านั้น จึงต้องมีการรณรงค์ให้ผู้บริจาคโลหิตเพิ่มความถี่ในการบริจาคโลหิตเพิ่มมากขึ้น นอกจากจะทำให้มีปริมาณโลหิตสำรองที่เพียงพอหรับผู้ป่วยแล้ว ยังส่งผลดีทำให้ผู้บริจาคโลหิต มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นจากการบริจาคโลหิต เพราะเป็นการกระตุ้นการทำงานไขกระดูกได้ดีขึ้น ร่างกายสร้างเม็ดเลือดใหม่ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และได้รับการตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำอีกด้วย
ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การรับบริจาคโลหิต เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต อวัยวะ ดวงตา, ร่วมส่งกำลังใจด้วยการเขียนข้อความบนถุงโลหิตแห่งมนุษยธรรมติดบนต้นไม้ให้ชีวิต สนุกกับกิจกรรม ?แชะ แชร์ โชว์? ถ่ายภาพติด Hashtag#วันผู้บริจาคโลหิตโลก โพสต์ผ่าน Facebook ตั้งค่าเป็น Public ลุ้นรับรางวัล,ชมนิทรรศการ ?10 อันดับ หนุ่มอายุน้อยสุขภาพดี บริจาคโลหิตและส่วนประกอบโลหิตเกิน 100 ครั้ง? สนุกสนานกับมินิคอนเสิร์ต จากศิลปิน ดาราทุกค่าย เกมสนุกชิงรางวัล การจัดเลี้ยงอาหารแก่ผู้บริจาคโลหิต เป็นต้น และเพื่อเป็นการขอบคุณผู้บริจาคโลหิต จะได้รับเสื้อวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2558 เป็นที่ระลึก
ส่วนภูมิภาค บริจาคโลหิต ได้ที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดเชียงใหม่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุบลราชธานี ขอนแก่น นครราชสีมา ชลบุรี ราชบุรี สงขลา ภูเก็ต และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สอบถามรายละเอียด ได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร. 0 2256 4300
บริจาคโลหิตทุก 3 เดือน ยิ่งให้ยิ่งได้สุขภาพดี ในวันผู้บริจาคโลหิตโลก 14 มิถุนายน
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ข้อแนะนำสำหรับการเตรียมตัวก่อนวิ่งในงานวิ่ง เตรียมร่างกายให้พร้อมอย่างไร เพื่อการวิ่งที่ปลอดภัยและมั่นใจ! (9 views)
- ภัยเงียบของผู้หญิงที่ไม่ควรมองข้าม "มะเร็งรังไข่" รู้เร็ว รักษาได้ เพิ่มโอกาสหาย (9 views)
- “มะเร็งไต” (Renal Cell Carcinoma) : รู้ไว ตรวจพบเร็ว รักษาได้ เช็ก 5 กลุ่มเสี่ยงและ 3 สัญญาณเตือน ก่อนสายเกินแก้ (9 views)
- ไวรัสตับอักเสบ ซี... รักษาให้หายขาดได้ ไวรัสตับอักเสบ บี... ควบคุมได้และป้องกันได้ (9 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (10 views)
- ระวัง! โรคอาหารเป็นพิษ และโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน เตือนภัยสุขภาพในสถานศึกษาและสถานที่รวมคนจำนวนมาก (9 views)
- "มะเร็งรังไข่" ภัยเงียบของผู้หญิงที่ไม่ควรมองข้าม รู้เร็ว รักษาได้ เพิ่มโอกาสหาย (7 views)
- แสงสีฟ้า กับผลกระทบต่อการมองเห็น ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต (23 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
