สสจ. เข้มงวด 6 มาตรการ เฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 983
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 03 เม.ย. 2009 11:48 am
สสจ. เข้มงวด 6 มาตรการ เฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012
สธ.กำชับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่งเข้มงวด 6 มาตรการ เฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012
กระทรวงสาธารณสุข กำชับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลทุกแห่ง เตรียมพร้อม 6 มาตรการ ในการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 วินิจฉัยผู้ป่วยให้ได้เร็วที่สุด ย้ำ โรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ ขอความร่วมมือประชาชนที่เดินทางไปประเทศที่มีการระบาดของโรคทุกภารกิจ หากป่วย มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ขอให้พบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที และแจ้งประวัติการเดินทาง เพื่อผลในการป้องกันควบคุมโรค
4 มิ.ย.58 ที่ กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค ประชุมทางไกลกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ทั่วประเทศ เพื่อการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012
นายแพทย์สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัด ให้ดำเนินการ 6 มาตรการหลัก ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 ได้แก่ 1.การเฝ้าระวังและคัดกรองผู้เดินทาง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีด่านเข้าออกระหว่างประเทศ เช่น สนามบิน ให้แจ้งเตือนผู้เดินทางที่มีอาการไข้ เจ็บคอ มีน้ำมูก หากมีประวัติการเดินทางจากประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้ เช่น ทางตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดิอาระเบีย กาต้าร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรต เกาหลีใต้ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อส่งตรวจที่โรงพยาบาลในพื้นที่อย่างละเอียด ประการสำคัญที่สุดจะต้องตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยให้ได้เร็วที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยปอดบวมรุนแรง ผู้ป่วยที่ป่วยพร้อมกันหลายคน กลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครอบครัวที่มีผู้ป่วยในบ้านและมีประวัติเดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาด และผู้ที่เดินทางกลับจากตะวันออกกลางในทุกภารกิจ
2.ให้โรงพยาบาลทุกแห่งติดป้ายแจ้งเตือนผู้ป่วยที่มีอาการไข้ ไอ ที่แผนกผู้ป่วยนอกและจัดจุดบริการเบ็ดเสร็จหรือทางด่วน เพื่อคัดกรองผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจและมีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่ระบาด ภายใน 14 วันให้ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจทุกคนสวมหน้ากากอนามัย และเตรียมความพร้อมทางห้องปฏิบัติการเพื่อส่งตรวจวินิจฉัยเชื้อที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 13 แห่งทั่วประเทศ รู้ผลภายใน 5-8 ชั่วโมง จัดเตรียมห้องแยกที่มีความดันเป็นลบในโรงพยาบาลที่มีความพร้อม เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการอยู่ในข่ายสงสัย และกำชับบุคลากรให้ยึดมาตรการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัด 3.ให้ทุกจังหวัดเตรียมพร้อมทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) เพื่อดำเนินการควบคุมป้องกันโรคอย่างรวดเร็ว 4.ดำเนินการตามแนวทางการติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยโรคนี้ทันที เมื่อได้รับรายงานผู้ต้องสงสัยว่าป่วยจากโรคนี้ 5.ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจประชาชนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อการป้องกันโรค ไม่ตื่นตระหนก โดยประชาชนสามารถโทรปรึกษาที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง และ6.ให้ทุกจังหวัดดำเนินการดูแลสุขภาพฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และกาฬหลังแอ่น ตลอดจนให้ความรู้ในการป้องกันโรค การดูแลสุขภาพเบื้องต้นในผู้ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีทางศาสนาในประเทศที่มีการระบาด
นายแพทย์โสภณ กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้ปรับมาตรการการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 โดยนำบทเรียนของประเทศเกาหลีใต้ มาใช้ให้เป็นประโยชน์กับประเทศไทย จุดเน้นหนักคือ ต้องวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีอาการให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งจะทำให้เราสามารถป้องกันควบคุมเชื้อให้อยู่ในวงจำกัด ไม่แพร่กระจายในวงกว้าง โดยจะมีการประเมินสถานการณ์และประชุมผู้เชี่ยวชาญทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเพิ่มมาตรการให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งไทยมีมาตรการป้องกันโรคนี้มานานกว่า 3 ปี และปฏิบัติตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ขอความร่วมมือประชาชนทุกคนช่วยกันป้องกันโรค โดยหมั่นล้างมือฟอกสบู่ ชำระเชื้อโรคออกจากมือให้ได้มากที่สุด ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ หากต้องไปยังที่ชุมชนให้สวมหน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่โรค หากมีอาการป่วยหลังเดินทางออกจากพื้นที่ที่มีโรคระบาดใน 14 วัน คือ มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ขอให้พบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านและแจ้งการเดินทางมาจากประเทศใด ซึ่งโรงพยาบาลได้จัดเตรียมระบบการดูแลไว้พร้อมแล้ว
ที่มา: สำนักสารนิเทศ สธ.
กระทรวงสาธารณสุข กำชับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลทุกแห่ง เตรียมพร้อม 6 มาตรการ ในการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 วินิจฉัยผู้ป่วยให้ได้เร็วที่สุด ย้ำ โรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ ขอความร่วมมือประชาชนที่เดินทางไปประเทศที่มีการระบาดของโรคทุกภารกิจ หากป่วย มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ขอให้พบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที และแจ้งประวัติการเดินทาง เพื่อผลในการป้องกันควบคุมโรค
4 มิ.ย.58 ที่ กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค ประชุมทางไกลกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ทั่วประเทศ เพื่อการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012
นายแพทย์สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัด ให้ดำเนินการ 6 มาตรการหลัก ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 ได้แก่ 1.การเฝ้าระวังและคัดกรองผู้เดินทาง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีด่านเข้าออกระหว่างประเทศ เช่น สนามบิน ให้แจ้งเตือนผู้เดินทางที่มีอาการไข้ เจ็บคอ มีน้ำมูก หากมีประวัติการเดินทางจากประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้ เช่น ทางตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดิอาระเบีย กาต้าร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรต เกาหลีใต้ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อส่งตรวจที่โรงพยาบาลในพื้นที่อย่างละเอียด ประการสำคัญที่สุดจะต้องตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยให้ได้เร็วที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยปอดบวมรุนแรง ผู้ป่วยที่ป่วยพร้อมกันหลายคน กลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครอบครัวที่มีผู้ป่วยในบ้านและมีประวัติเดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาด และผู้ที่เดินทางกลับจากตะวันออกกลางในทุกภารกิจ
2.ให้โรงพยาบาลทุกแห่งติดป้ายแจ้งเตือนผู้ป่วยที่มีอาการไข้ ไอ ที่แผนกผู้ป่วยนอกและจัดจุดบริการเบ็ดเสร็จหรือทางด่วน เพื่อคัดกรองผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจและมีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่ระบาด ภายใน 14 วันให้ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจทุกคนสวมหน้ากากอนามัย และเตรียมความพร้อมทางห้องปฏิบัติการเพื่อส่งตรวจวินิจฉัยเชื้อที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 13 แห่งทั่วประเทศ รู้ผลภายใน 5-8 ชั่วโมง จัดเตรียมห้องแยกที่มีความดันเป็นลบในโรงพยาบาลที่มีความพร้อม เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการอยู่ในข่ายสงสัย และกำชับบุคลากรให้ยึดมาตรการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัด 3.ให้ทุกจังหวัดเตรียมพร้อมทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) เพื่อดำเนินการควบคุมป้องกันโรคอย่างรวดเร็ว 4.ดำเนินการตามแนวทางการติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยโรคนี้ทันที เมื่อได้รับรายงานผู้ต้องสงสัยว่าป่วยจากโรคนี้ 5.ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจประชาชนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อการป้องกันโรค ไม่ตื่นตระหนก โดยประชาชนสามารถโทรปรึกษาที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง และ6.ให้ทุกจังหวัดดำเนินการดูแลสุขภาพฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และกาฬหลังแอ่น ตลอดจนให้ความรู้ในการป้องกันโรค การดูแลสุขภาพเบื้องต้นในผู้ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีทางศาสนาในประเทศที่มีการระบาด
นายแพทย์โสภณ กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้ปรับมาตรการการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 โดยนำบทเรียนของประเทศเกาหลีใต้ มาใช้ให้เป็นประโยชน์กับประเทศไทย จุดเน้นหนักคือ ต้องวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีอาการให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งจะทำให้เราสามารถป้องกันควบคุมเชื้อให้อยู่ในวงจำกัด ไม่แพร่กระจายในวงกว้าง โดยจะมีการประเมินสถานการณ์และประชุมผู้เชี่ยวชาญทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเพิ่มมาตรการให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งไทยมีมาตรการป้องกันโรคนี้มานานกว่า 3 ปี และปฏิบัติตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ขอความร่วมมือประชาชนทุกคนช่วยกันป้องกันโรค โดยหมั่นล้างมือฟอกสบู่ ชำระเชื้อโรคออกจากมือให้ได้มากที่สุด ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ หากต้องไปยังที่ชุมชนให้สวมหน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่โรค หากมีอาการป่วยหลังเดินทางออกจากพื้นที่ที่มีโรคระบาดใน 14 วัน คือ มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ขอให้พบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านและแจ้งการเดินทางมาจากประเทศใด ซึ่งโรงพยาบาลได้จัดเตรียมระบบการดูแลไว้พร้อมแล้ว
ที่มา: สำนักสารนิเทศ สธ.
สสจ. เข้มงวด 6 มาตรการ เฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (116 views)
- ไข้ลด... แต่อาการแย่ลง! สัญญาณเตือนภัยวิกฤต "ไข้เลือดออก" (82 views)
- อย. ชี้แจง ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm จัดเป็นเครื่องสำอาง ใช้ได้ตามปกติ พร้อมแจงยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm (85 views)
- กรมควบคุมโรค เผย Mpox ยังพบต่อเนื่อง แนะประชาชนรู้ทันความเสี่ยง สังเกตอาการ ป้องกันตนเอง (98 views)
- จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา (84 views)
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (94 views)
- รู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (66 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเมื่อมีอาการชักจากไข้ (68 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, MuckRack และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
