กรมอนามัย แนะ เลี่ยงเก็บเห็ดป่า หวั่นเป็นเห็ดพิษ กินเข้าไปเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 960
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 03 เม.ย. 2009 11:48 am
กรมอนามัย แนะ เลี่ยงเก็บเห็ดป่า หวั่นเป็นเห็ดพิษ กินเข้าไปเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะ ห้ามกินเห็ดป่าที่ไม่รู้จัก อาทิ เห็ดระโงกหิน เห็ดระงากหรือเห็ดสะงาก เห็ดไข่ตายซาก เสี่ยงเป็นเห็ดพิษ กินเข้าไปอาจอันตรายถึงชีวิต แต่หากกินเข้าไปแล้วต้องรีบทำให้อาเจียนออกมามากที่สุดก่อนนำส่งโรงพยาบาลทันที
ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายนของทุกปี จะพบผู้ป่วยและเสียชีวิตจากการกินเห็ดพิษที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ได้แก่ เห็ดตับเต่า บางชนิด เห็ดระโงกหิน เห็ดสมองวัว เห็ดน้ำหมึก เห็ดหิ่งห้อย เห็ดเกล็ดดาว โดยเห็ดที่มีพิษรุนแรงถึงเสียชีวิตที่พบบ่อยตามแหล่งป่าธรรมชาติคือ เห็ดระโงกหิน เห็ดระงากหรือเห็ดสะงาก และเห็ดไข่ตายซาก ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับเห็ดระโงกที่กินได้ และผู้ป่วยที่กินเห็ดพิษส่วนใหญ่เกิดจากความมั่นใจว่าเป็นเห็ดไม่มีพิษ เพราะลักษณะของเห็ดพิษกับเห็ดที่กินได้คล้ายคลึงกันมาก โดยเฉพาะขณะที่ดอกเห็ดยังตูม ซึ่งข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปี2557 มีรายงานผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษจากการรับประทานเห็ดพิษรวม 1,200 ราย เสียชีวิต 10 ราย
ดร.นพ.พรเทพ กล่าวต่อว่า เห็ดที่มีการเพาะและนำมาบริโภคได้นั้น จัดเป็นอาหารประเภทผักที่เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี อีกทั้งยังมีรสชาติและกลิ่นที่ชวนรับประทาน ให้พลังงาน มีใยอาหารสูง โปแตสเซียมสูง โซเดียมและน้ำตาลต่ำ มีคุณประโยชน์มากมาย ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงมะเร็ง ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง แต่ก่อนนำมาปรุงอาหารควรล้างผ่านน้ำหลายๆ ครั้ง หรือล้างตามขั้นตอนการล้างผัก และในหนึ่งเมนูอาจใช้เห็ดหลายๆ ชนิดในการปรุง เช่น ยำเห็ดสามอย่าง แกงเลียงเห็ด แกงจืดเห็ด แกงส้มเห็ด แกงลาวเห็ด ต้มยำเห็ด เป็นต้น แต่การเก็บเห็ดที่ขึ้นตามธรรมชาติมากินนั้น จะต้องเป็นเห็ดที่รูปร่างสมบูรณ์ เก็บให้ครบทุกส่วนโดยขุดให้ลึก อย่าเก็บเห็ดหลังพายุใหม่ๆ เพราะสีบนหมวกของเห็ดบางชนิดอาจถูกฝนชะล้างให้จางลงได้ ไม่เก็บเห็ดที่ขึ้นใกล้โรงงานสารเคมี สนามกอล์ฟ หรือข้างถนน เนื่องจากเห็ดสามารถดูดซับสารพิษและโลหะหนักไว้ในตัวได้มาก เห็ดที่ไม่เคยกินมาก่อนควรกินเพียงเล็กน้อยเพราะอาจมีอาการแพ้ได้ และห้ามกินเห็ดโดยดิบๆ เด็ดขาด
?ทั้งนี้ วิธีการสังเกตเห็ดพิษที่ไม่ควรเก็บมากิน คือ เห็ดที่มีสีน้ำตาล เห็ดที่ปลอกหุ้มโคน เห็ดที่มีวงแหวนใต้หมวก เห็ดที่มีโคนอวบใหญ่ เห็ดที่มีปุ่มปม เห็ดที่มีหมวกสีขาว เห็ดที่มีหมวกเห็ดเป็นรูๆ แทนที่จะเป็นช่องๆ คล้ายครีบปลา เห็ดตูมที่มีเนื้อในสีขาว เห็ดที่ขึ้นในมูลสัตว์หรือใกล้มูลสัตว์ ที่สำคัญไม่ควรเก็บเห็ดหรือหาซื้อเห็ดป่าที่ไม่รู้จักมาปรุงอาหาร แต่หากประชาชนกินเห็ดพิษเข้าไปจะต้องได้รับการปฐมพยาบาลช่วยเหลือก่อนส่งโรงพยาบาล โดยทำให้ผู้ป่วยอาเจียนออกมาให้มากที่สุดด้วยการดื่มน้ำอุ่นผสมเกลือแกงแล้วล้วงคอออก หรือใช้ผงถ่านผสมน้ำอุ่นเพื่อดูดพิษ ลดการดูดซึมเข้าร่งกาย แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีพร้อมนำเห็ดที่กินไปด้วย? อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด
ที่มา:กรมอนามัย
ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายนของทุกปี จะพบผู้ป่วยและเสียชีวิตจากการกินเห็ดพิษที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ได้แก่ เห็ดตับเต่า บางชนิด เห็ดระโงกหิน เห็ดสมองวัว เห็ดน้ำหมึก เห็ดหิ่งห้อย เห็ดเกล็ดดาว โดยเห็ดที่มีพิษรุนแรงถึงเสียชีวิตที่พบบ่อยตามแหล่งป่าธรรมชาติคือ เห็ดระโงกหิน เห็ดระงากหรือเห็ดสะงาก และเห็ดไข่ตายซาก ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับเห็ดระโงกที่กินได้ และผู้ป่วยที่กินเห็ดพิษส่วนใหญ่เกิดจากความมั่นใจว่าเป็นเห็ดไม่มีพิษ เพราะลักษณะของเห็ดพิษกับเห็ดที่กินได้คล้ายคลึงกันมาก โดยเฉพาะขณะที่ดอกเห็ดยังตูม ซึ่งข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปี2557 มีรายงานผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษจากการรับประทานเห็ดพิษรวม 1,200 ราย เสียชีวิต 10 ราย
ดร.นพ.พรเทพ กล่าวต่อว่า เห็ดที่มีการเพาะและนำมาบริโภคได้นั้น จัดเป็นอาหารประเภทผักที่เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี อีกทั้งยังมีรสชาติและกลิ่นที่ชวนรับประทาน ให้พลังงาน มีใยอาหารสูง โปแตสเซียมสูง โซเดียมและน้ำตาลต่ำ มีคุณประโยชน์มากมาย ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงมะเร็ง ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง แต่ก่อนนำมาปรุงอาหารควรล้างผ่านน้ำหลายๆ ครั้ง หรือล้างตามขั้นตอนการล้างผัก และในหนึ่งเมนูอาจใช้เห็ดหลายๆ ชนิดในการปรุง เช่น ยำเห็ดสามอย่าง แกงเลียงเห็ด แกงจืดเห็ด แกงส้มเห็ด แกงลาวเห็ด ต้มยำเห็ด เป็นต้น แต่การเก็บเห็ดที่ขึ้นตามธรรมชาติมากินนั้น จะต้องเป็นเห็ดที่รูปร่างสมบูรณ์ เก็บให้ครบทุกส่วนโดยขุดให้ลึก อย่าเก็บเห็ดหลังพายุใหม่ๆ เพราะสีบนหมวกของเห็ดบางชนิดอาจถูกฝนชะล้างให้จางลงได้ ไม่เก็บเห็ดที่ขึ้นใกล้โรงงานสารเคมี สนามกอล์ฟ หรือข้างถนน เนื่องจากเห็ดสามารถดูดซับสารพิษและโลหะหนักไว้ในตัวได้มาก เห็ดที่ไม่เคยกินมาก่อนควรกินเพียงเล็กน้อยเพราะอาจมีอาการแพ้ได้ และห้ามกินเห็ดโดยดิบๆ เด็ดขาด
?ทั้งนี้ วิธีการสังเกตเห็ดพิษที่ไม่ควรเก็บมากิน คือ เห็ดที่มีสีน้ำตาล เห็ดที่ปลอกหุ้มโคน เห็ดที่มีวงแหวนใต้หมวก เห็ดที่มีโคนอวบใหญ่ เห็ดที่มีปุ่มปม เห็ดที่มีหมวกสีขาว เห็ดที่มีหมวกเห็ดเป็นรูๆ แทนที่จะเป็นช่องๆ คล้ายครีบปลา เห็ดตูมที่มีเนื้อในสีขาว เห็ดที่ขึ้นในมูลสัตว์หรือใกล้มูลสัตว์ ที่สำคัญไม่ควรเก็บเห็ดหรือหาซื้อเห็ดป่าที่ไม่รู้จักมาปรุงอาหาร แต่หากประชาชนกินเห็ดพิษเข้าไปจะต้องได้รับการปฐมพยาบาลช่วยเหลือก่อนส่งโรงพยาบาล โดยทำให้ผู้ป่วยอาเจียนออกมาให้มากที่สุดด้วยการดื่มน้ำอุ่นผสมเกลือแกงแล้วล้วงคอออก หรือใช้ผงถ่านผสมน้ำอุ่นเพื่อดูดพิษ ลดการดูดซึมเข้าร่งกาย แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีพร้อมนำเห็ดที่กินไปด้วย? อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด
ที่มา:กรมอนามัย
กรมอนามัย แนะ เลี่ยงเก็บเห็ดป่า หวั่นเป็นเห็ดพิษ กินเข้าไปเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม นวัตกรรมด้านสุขภาพและความงาม
- ข้อแนะนำสำหรับการเตรียมตัวก่อนวิ่งในงานวิ่ง เตรียมร่างกายให้พร้อมอย่างไร เพื่อการวิ่งที่ปลอดภัยและมั่นใจ! (9 views)
- ภัยเงียบของผู้หญิงที่ไม่ควรมองข้าม "มะเร็งรังไข่" รู้เร็ว รักษาได้ เพิ่มโอกาสหาย (9 views)
- “มะเร็งไต” (Renal Cell Carcinoma) : รู้ไว ตรวจพบเร็ว รักษาได้ เช็ก 5 กลุ่มเสี่ยงและ 3 สัญญาณเตือน ก่อนสายเกินแก้ (9 views)
- ไวรัสตับอักเสบ ซี... รักษาให้หายขาดได้ ไวรัสตับอักเสบ บี... ควบคุมได้และป้องกันได้ (9 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (10 views)
- ระวัง! โรคอาหารเป็นพิษ และโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน เตือนภัยสุขภาพในสถานศึกษาและสถานที่รวมคนจำนวนมาก (9 views)
- "มะเร็งรังไข่" ภัยเงียบของผู้หญิงที่ไม่ควรมองข้าม รู้เร็ว รักษาได้ เพิ่มโอกาสหาย (7 views)
- แสงสีฟ้า กับผลกระทบต่อการมองเห็น ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต (23 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
