ศึกชิงมรดก “เอ๋ ไพโรจน์” ฝั่งภรรยาเปิดใจผ่านสื่อครั้งแรก เหตุร้องศาลขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับทายาท เพื่อปกป้องสิทธิ
โพสต์เมื่อ: จันทร์ 01 ก.ย. 2025 1:46 pm

ภรรยาคนล่าสุดที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 20 ปี กับลูกสาวของภรรยาเก่า จนนำไปสู่การฟ้องร้องเป็นคดีความของทั้งสองฝั่ง ท่ามกลางกระแสสังคม ที่ตั้งคำถามว่าการที่ภรรยาปัจจุบัน ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสจะมีสิทธิ ในมรดกของ “เอ๋” ไพโรจน์ สังวริบุตรด้วยหรือไม่

โดยคุณพลอยได้ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกในรายการ “แต้มต่อ” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ดำเนินรายการโดย ดร. ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย และ “ผู้การแต้ม” พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ เมื่อคืนวันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2568 หลังข่าวในพระราชสำนัก ในรายการคุณพลอยได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับ “เอ๋ ไพโรจน์” เพราะอดีตพระเอกดัง “เข็ด” จากปัญหาฟ้องร้องกับอดีตภรรยาคนที่สอง ทั้งคู่จึงตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันด้วยความรักโดยไม่ได้มีเอกสารทางกฎหมายมาผูกมัดพร้อมกับยืนยันว่า “ไม่ได้เป็นเมียน้อย” เพราะเป็นการแต่งงานที่เปิดเผยและเป็นที่รับรู้ของสาธารณชน
ด้าน “ผู้การแต้ม” ชี้ว่า การกระทำของบุตรสาวคุณไพโรจน์ตามที่เป็นข่าว ที่ได้ไปเปลี่ยนกุญแจบ้านของคุณไพโรจน์ โดยที่ คุณพลอย ซึ่งเป็นผู้อาศัย มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและยังคงอาศัยอยู่ พฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่าย “บุกรุก” และ “รบกวนการครอบครองสิทธิ” ของคุณพลอย แม้สิทธิในความเป็นทายาทจะเกิดทันทีหลังเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย แต่กรณีมีข้อพิพาทเรื่องทรัพย์มรดก บุตรสาวคุณไพโรจน์ ไม่ควรเข้าไปทำการยึดครอบครองบ้าน จนกว่าจะพิสูจน์สิทธิในทางศาลได้ว่าใครเป็นผู้มีสิทธิ ซึ่งคุณพลอยและทนายความได้ยื่นเรื่องต่อศาล เพื่อคัดค้านการเป็นผู้จัดการมรดกของฝ่ายทายาท และร้องขอให้ตนเองเป็นผู้จัดการมรดกร่วมในฐานะภรรยาที่ได้อยู่กินกันมาเป็นเวลา 20 ปี
ด้าน “นายกิตติศักดิ์ ธนันณัฎฐ์” ทนายความในคดีของคุณพลอย ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ลูกบิดและแม่กุญแจ ได้ถูกเปลี่ยนใหม่โดยไม่มีร่องรอยการงัดแงะ หมายถึงต้องมีการตัดกุญแจ เดิมออกไปก่อน จึงเป็นที่มาของการแจ้งความในข้อหา “ลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์” เพื่อให้ตำรวจสืบหาตัวผู้กระทำ สำหรับประเด็นเรื่องที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสนั้น ในแง่กฎหมายหากมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการก่อร่างสร้างตัว หรือสร้างทรัพย์สินร่วมกัน บุคคลนั้นก็ถือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย และเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์นั้น สามารถยื่นคำร้อง คัดค้าน และ ขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วม ได้เลยในคราวเดียวกัน ซึ่งมีกรณีตัวอย่างจากคำพิพากษาศาลฎีกามาแล้วหลายคดี
ทางด้าน “คุณศิริพร ไชยสุต” นายกสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ให้ความเห็นว่าปัญหาเรื่องครอบครัวเป็นปัญหาสำคัญในสังคม ที่ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของคนสองคน แต่ส่งผลกระทบในวงกว้าง และทุกปัญหาสุดท้ายต้องจบลงที่กฎหมาย หากไม่มีการเจรจากันด้วย “คุณธรรม” หรือ “ความยุติธรรม” ตั้งแต่แรก และการไม่จดทะเบียนสมรส นอกจากจะส่งผลกระทบตั้งแต่เรื่องทรัพย์สินแล้ว ยังเป็นการกระทบสิทธิในการตัดสินใจเรื่องชีวิต เช่น การเจ็บป่วย หรือการเข้าเยี่ยม ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั้นควรทำพินัยกรรม หรือบันทึกข้อตกลง ไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

พร้อมกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่าชีวิตที่ผ่านมากับคุณไพโรจน์คือช่วงเวลาที่เกินฝันของผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง และหากย้อนเวลากลับไปได้ เธอก็ยังเลือกที่จะใช้ชีวิตกับผู้ชายคนนี้เช่นเดิม
“หากผู้หญิงคนนี้ย้อนเวลากลับไปได้ พลอยก็ยังจะเลือกที่จะอยู่กับผู้ชายคนนี้เพียงแต่ต้องการพิทักษ์สิทธิของการเป็นภรรยาที่พลอยสมควรจะได้รับ แต่ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากไปกว่าที่สมควรได้” คุณพลอยกล่าวทิ้งท้าย
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รายการแต้มต่อ Ep. 98 ศึกชิงมรดก เอ๋ ไพโรจน์ เมียเดินหน้าร้องศาลเป็นผู้จัดการมรดกร่วม: https://youtu.be/-xT6osDvApA?si=UMiPSvYEfH1-trLN