ถิรไทย เดินแผนธุรกิจปี 68 กับ 4 คุณค่าองค์กร รักษารายได้ 3,000 ล้าน ก่อนสู่ Zero Carbon Footprint เต็มสูบ
โพสต์เมื่อ: พุธ 26 มี.ค. 2025 5:21 pm
ถิรไทย เดินแผนธุรกิจปี 68 กับ 4 คุณค่าองค์กร
รักษารายได้ 3,000 ล้าน ก่อนสู่ Zero Carbon Footprint เต็มสูบ
รักษารายได้ 3,000 ล้าน ก่อนสู่ Zero Carbon Footprint เต็มสูบ

นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2568 ว่า เป็นปีที่กลุ่มบริษัทได้ดำเนินธุรกิจเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 ซึ่งยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจภายใต้ค่านิยม 4 ประการ ประกอบด้วย 1.การทำงานแบบทีมเวิร์ค (Team work) 2.การทำงานอย่างมีคุณภาพ (Quality) 3.การทำงานอย่างมีคุณธรรม (Integrity) และ 4.การทำงานโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customers Focus)
"กลุ่มบริษัทถิรไทย เราบริหารธุรกิจมาร่วม 40 ปี ภายใต้ 4 ค่านิยมหลักมาโดยตลอด จากค่านิยมองค์กรดังกล่าว การดำเนินงานจึงออกมาเพื่อสนับสนุนความต้องการของลูกค้าทุกอย่าง (Engineering-to-Order) บนสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ และเราเป็น 1 ใน 2 ผู้ผลิตหม้อแปลงรายใหญ่ในประเทศไทย และระดับภูมิภาค ที่สามารถผลิตหม้อแปลงขนาดใหญ่ระดับ 525 MVA ได้" นายสัมพันธ์ กล่าวและว่า
ส่วนทิศทางการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทจะเดินหน้าตามนโยบายภาครัฐ กับแผนการก้าวสู่เป้าหมาย Zero Carbon Footprint ให้ได้ภายในปี 2608 (ค.ศ. 2065) ซึ่งช่วงปลายทศวรรษที่ 4 ได้เริ่มวางนโยบายและดำเนินธุรกิจแบบ Green Business และ Green Product ด้านการประหยัดพลังงานและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จนทำให้ช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทได้รับรางวัล "อุตสาหกรรมดีเด่น ประจำปี 2567" หรือ THE PRIME MINISTER'S INDUSTRY AWARD 2024 ประเภทอุตสาหกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การพัฒนาที่ยั่งยืน และบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อนำออกมาทำตลาดในอนาคตด้วย

"เป้าหมายในปี 2568 กลุ่มธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้าวางเป้าหมายเติบโต 4% โดยคาดว่าจะมีกำไรขั้นต้น 18-20% ตามนโยบายที่ดำเนินมาโดยตลอด ส่วนกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่หม้อแปลงไฟฟ้าน่าจะเติบโต 9% มีกำไรขั้นต้น 18-20% เช่นเดียวกัน ปัจจุบันงานที่เรากำลังดำเนินการเสนอราคา เพื่อเปลี่ยนเป็นคำสั่งซื้อมีมูลค่ารวม 13,878 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มหม้อแปลงไฟฟ้าจำนวน 11,655 ล้านบาท และไม่ใช่หม้อแปลงไฟฟ้าจำนวน 2,223 ล้านบาท ซึ่งมีโอกาสที่จะได้ใบคำเสนอราคากลับมาเป็นคำสั่งซื้อประมาณ 20%" นายสัมพันธ์ กล่าวและว่า
อย่างไรก็ตาม สำหรับเป้าหมายรายได้ในปีนี้ บริษัทได้กำหนดนโยบายรักษาการเติบโตให้เท่ากับปีที่ผ่านมา เพื่อรอดูจังหวะของตลาดและสร้างโอกาสที่ดีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป แต่ยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจด้านความยั่งยืนและธุรกิจสีเขียว ซึ่งต้องยอมรับว่าสถานการณ์ในโลกค่อนข้างมีตัวแปรเยอะมาก มีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเยอะมาก ทำให้การมองเหตุการณ์หรือประเมินสถานการณ์ในอนาคตได้ยาก

สำหรับรายได้รวมในปี 2567 จำนวน 2,881.98 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) ซึ่งมีลูกค้าหลักเป็นหน่วยงานภาครัฐ เช่น การไฟฟ้านครหลวง (MEA) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) บริษัทเอกชนทั่วไป และตลาดส่งออก จำนวน 2,617 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายกลุ่มลูกค้าภาครัฐและเอกชนในประเทศ จำนวน 2,204 ล้านบาท การส่งออก จำนวน 290 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจบริการ จำนวน 119 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่หม้อแปลง (Non-Transformer) เช่น แบตเตอรี่ลิเธียม, รถกระเช้า, รถเครน, และตัวถังหม้อแปลงไฟฟ้า มีรายได้รวม 265 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนหน้า 120 ล้านบาท
ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า มีอัตรา 20% ลดลงจากปีก่อนหน้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 24% ส่วนกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่หม้อแปลง มีอัตรากำไรขั้นต้น 46% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 44%