
ในโอกาสนี้อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานีได้ให้การต้อนรับ พร้อมกับกล่าวว่า “เมื่อ 33 ปีที่แล้ว ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งโรงแรมดุสิตธานี ได้สร้างวิทยาลัยดุสิตธานีขึ้น เนื่องจากในขณะนั้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตขึ้นอย่างมาก แต่กลับพบว่า เรายังขาดแคลนบุคลากรที่มีคุณภาพ ท่านผู้หญิงชนัตถ์จึงมีดำริว่า หากเราต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเอเซียและของโลก ประเทศไทยต้องมีสถาบันทางด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวเป็นของตนเองเพื่อผลิตบุคลากรคุณภาพให้ทันต่อความต้องการของอุตสาหกรรม ท่านจึงก่อตั้งวิทยาลัยดุสิตธานีขึ้น โดยไม่เพียงมุ่งหวังที่จะผลิตบุคลากรป้อนโรงแรมดุสิตธานีเท่านั้น แต่เพื่อป้อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งในไทยและอาเซียน เราจึงมุ่งมั่นที่จะบ่มเพาะนักศึกษาให้มีความเชี่ยวชาญด้วยการปฏิบัติงานจริง โดยเปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นสถานประกอบการ และเร่งทำความร่วมมือกับโรงแรมและสถานประกอบการตั้งแต่เหนือจรดใต้ เพราะเชื่อว่า พาร์ทเนอร์ทางการศึกษาทุกท่านล้วนมีส่วนอย่างยิ่งในการสนับสนุนให้นักศึกษาให้เป็นอนาคตของอุตสาหกรรมต่อไป”
โรงแรมและสถานประกอบการทั้ง 9 แห่งประกอบด้วย Amari Bangsaen, Anantara Vacation Club Mai Khao Phuket, Andaz One Bangkok, Bhiraj Buri Group, Fairmont Bangkok Sukhumvit, Jim Thompson, Hilton Bangkok Suvarnabhumi Golf Resort & Spa, Hilton Pattaya และ Renaissance Pattaya Resort & Spa (สำหรับ Anantara Vacation Club Mai Khao Phuket เป็นการลงนามออนไลน์)
วัตถุประสงค์หลักของการลงนาม MoU ร่วมกันในครั้งนี้ ก็เพื่อเปิดและเพิ่มโอกาสในการฝึกงานให้แก่นักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานี ทั้งสาขาการจัดการโรงแรมและศิลปะการประกอบอาหาร อันจะช่วยบ่มเพาะให้นักศึกษามีทักษะความเชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพและพร้อมปฏิบัติงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา นอกจากนี้การลงนาม MoU ยังจะนำมาซึ่งความร่วมมือต่างๆ ในมิติอื่นๆ ระหว่างวิทยาลัยและสถานประกอบการทั้ง 9 แห่งด้วย
