Skip ไปที่เนื้อหา

แพทย์ไทยเจ๋งประดิษฐ์เครื่องอุ่นเลือดใช้ในห้องผ่าตัด

กรุณาโพสต์หัวข้อให้ถูกห้อง-คอลัมน์ นี่คือ LAB Instruments WBC Differential Counter
โพสต์ของท่านอาจจะยังไม่แสดงผลทันที จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากผู้ดูแลระบบ ห้ามโพสต์ข้อความเดิมซ้ำๆ
ไม่รับโพสต์ที่ไม่มีเนื้อหา หรือมีเฉพาะการฝากลิ้งค์
ห้ามใส่เครื่องหมายหน้าหัวข้อประกาศ ห้ามใส่เบอร์โทรศัพท์ในหัวข้อประกาศ

ตอบกลับหัวข้อนี้


คำถามนี้ เพื่อป้องกันการส่งแบบอัตโนมัติจากสแปมบอท
Upload a picture
» postimg.cc
» imgur.com
» pic.in.th
> copy BBCode Full
> or put a picture url in tag [img]url[/img]
รูปแสดงอารมณ์
:D :) ;) :( :o :shock: :? 8-) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: :geek: :ugeek:

BBCode เปิด
[img] เปิด
[url] เปิด
[Smile icon] เปิด

กระทู้แนะนำ
   

มุมมองที่ขยายได้ กระทู้แนะนำ: แพทย์ไทยเจ๋งประดิษฐ์เครื่องอุ่นเลือดใช้ในห้องผ่าตัด

แพทย์ไทยเจ๋งประดิษฐ์เครื่องอุ่นเลือดใช้ในห้องผ่าตัด

โดย 9news » จันทร์ 27 ก.ค. 2009 8:28 am

แพทย์ไทยเจ๋งประดิษฐ์เครื่องอุ่นเลือดใช้ในห้องผ่าตัด
อุณหภูมิในห้องผ่าตัดจะเย็นกว่าห้องทำงานทั่วไป ในช่วงพักฟื้นคนไข้ในห้องผ่าตัด หรือห้องไอซียูอาจมีอาการหนาวสั่น เป็นภาวะที่เรียกว่า ?อุณหภูมิกายต่ำ? ซึ่งวิสัญญีแพทย์จะเห็นปัญหานี้ประจำ จึงอยากหาสิ่งที่มาช่วยคนไข้
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทันตแพทย์สุรพงษ์ วงศ์วัชรานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งหลังจากจบการศึกษาทันตแพทยศาสตร์ ได้ศึกษาต่อ และจบเป็นแพทย์ด้านวิสัญญี และในฐานะผู้คิดประดิษฐ์เครื่องอุ่นเลือดและน้ำเกลือใช้เองในห้องผ่าตัดใน โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เล่าถึงแรงบันดาลใจในการประดิษฐ์ว่า ตอนที่เรียกแพทย์ก็เห็นเครื่องอุ่นเลือดเหมือนกระเป๋าหิ้ว ที่ควบคุมอุณหภูมิไม่ได้นานราคาก็สูงหลายหมื่นบาท ขณะที่เครื่องรุ่นหลังๆ คุณภาพดีขึ้นแต่ราคาสูงมาก มีบริษัทเสนอราคาเข้ามายังโรงพยาบาล 2 แสนกว่าบาท

?ราคานี้มันสูงไป ผมจึงคุยกับทางช่างวิศวกรรมของคณะทันตแพทย์ และไปสอบถามทางคณะแพทยศาสตร์ลำวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ถึงความเป็นไปได้ที่จะทำเอง จึงได้ทดลองทำตั้งแต่ปี 2544 โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย?

เครื่องรุ่นแรกที่ประดิษฐ์ใช้หลักการมีตัวให้ความร้อน มีตัวควบคุม มีตัวถ่ายเทความร้อน 3 อย่าง ช่วงแรกเราใช้อุปกรณ์หัวแร้งไฟฟ้ามาทำ ก็มีการทดลองใช้ ต้องกางทฤษฎีว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมไม่ควรเกินเท่าไหร่ ทำอย่างไรจะควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เกินเท่านั้นได้ และเริ่มนำไปใช้ แต่เนื่องจากระบบที่ใช้เป็นหัวแรงไฟฟ้า การควบคุมต้องใช้กระแสไฟสลับ วิธีการสั่งการเป็นระบบปิดเปิด ทำให้มีการแกว่งของค่าอุณหภูมิ เราก็มามองว่าจะทำให้อุณหภูมิค่อนข้างคงที่ต้องมีกระแสไฟตรง จึงได้ปรับจากรุ่นแรกเป็นกระแสไฟตง ปรับเปลี่ยนเครื่องควบคุมอุณหภูมิ และสามารถบอกผลเป็นจุดทศนิยมได้

ส่วนเครื่องรุ่นที่สองที่ผลิตน้ำหนักจะมากขึ้นเพราะต้องมีตัวแปลงไฟฟ้า เปรียบเทียบของต่างประเทศจะไม่มีเครื่องรูปแบบนี้ ถ้าเทียบกับบริษัทเสนอราคามาที่สองแสนกว่าบาท แต่ระบบแตกต่างกัน ของต่างประเทศจะมีน้ำร้อนหล่อสายน้ำเกลือ ของเราใช้การถ่ายเทความร้อนผ่านสายน้ำเกลือก เราควบคุมอุณหภูมิของตัวแกนให้ความร้อนให้คงที่ตามที่เราต้องการ ประสิทธิภาพความคงที่จะแม่นยำกว่ารุ่นแรก

เครื่องอุ่นเลือดและน้ำเกลือหรือสารละลายอื่นๆ ที่ประดิษฐ์ขึ้น มีข้อดีคือสามารถปรับระดับความร้อนได้ตามต้องการ จากแผงควบคุม ส่วนประกออบสำคัญได้แก่ 1. เครื่องควบคุมอุณหภูมิที่ใช้อยู่ในงานอุตสาหกรรมทั่วไป 2. แกนให้ความร้อน ซึ่งจะถ่ายเทความร้อนไปยังสายน้ำเกลือ ที่ถูกนำสายงพันกับแกนภายตัวเครื่อง 3. หม้อแปลงไฟจากกระแสสลับเข้าสู่ตัวแกนให้ความร้อนที่กระแสไฟตรง

การที่จะรู้ว่าอุณหภูมิของเกลือเท่าไรนั้น ต้องใส่ตัววัดเข้าไปในน้ำเกลือ ซึ่งถ้าเข้าไปอยู่ในร่างกายแล้ว เราใช้ตัววัดไม่ได้ แต่จะอาศัยดูทางอ้อมจากค่าอุณหภูมิกายของคนไข้และวิธีสัมผัสสายน้ำเกลือ แต่เครื่องมือที่พัฒนาขึ้นในปี 2548 เราจัดเก็บค่าตัวเลขของอุณหภูมิของเลือดและน้ำเกลือที่แปรผันไปตามอุณหภูมิ ห้องและจากการปรับระดับความร้อนในภาวะอุณหภูมิต่างๆ เพื่อหาค่าอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้

ส่วนวิธีการใช้งานไม่ยุ่งยาก เพียงนำสายน้ำเกลือไปพันแกนและเสียบปลั๊กไฟปกติ หากต้องการให้น้ำเกลือหรือเลือกไหลเร็ว ในกรณีเสียเลือดเยอะ ก็ตั้งค่าอุณหภูมิให้สูงขึ้นหรือหากจะให้ไหลช้าลงก็ปรับอุณหภูมิต่ำลง ซึ่งมีข้อแม้ว่าสารน้ำที่เข้าสู่ร่างกายนั้นไม่ควรเกิน 42 องศาเซลเซียส เพราะไม่เช่นนั้นเม็ดเลือดในร่างกายอาจจะสุกได้ นำไปใช้ในห้องผ่าตัดทั่วไปหรือห้องไอซียู จุดละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้ช่วยให้คนไข้ปลอดภัย

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ www.nrct.go.th และ ผู้จัดการออนไลน์

ไปข้างบน