Skip ไปที่เนื้อหา

ภัยเงียบสุขภาพ ฝุ่น PM 2.5 ทำลายปอด

กรุณาโพสต์หัวข้อให้ถูกห้อง-คอลัมน์ นี่คือ เว็บบอร์ดสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร ความงาม
ห้ามโพสต์ขายสินค้า บริการ โฆษณาที่ผิดกฏหมาทุกชนิด
โพสต์ของท่านอาจจะยังไม่แสดงผลทันที จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากผู้ดูแลระบบ ห้ามโพสต์ข้อความเดิมซ้ำๆ
ไม่รับโพสต์ที่ไม่มีเนื้อหา หรือมีเฉพาะการฝากลิ้งค์
ห้ามใส่เครื่องหมายหน้าหัวข้อประกาศ ห้ามใส่เบอร์โทรศัพท์ในหัวข้อประกาศ

ตอบกลับหัวข้อนี้


คำถามนี้ เพื่อป้องกันการส่งแบบอัตโนมัติจากสแปมบอท
Upload a picture
» postimg.cc
» imgur.com
» pic.in.th
> copy BBCode Full
> or put a picture url in tag [img]url[/img]
รูปแสดงอารมณ์
:D :) ;) :( :o :shock: :? 8-) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: :geek: :ugeek:

BBCode เปิด
[img] เปิด
[url] เปิด
[Smile icon] เปิด

กระทู้แนะนำ
   

มุมมองที่ขยายได้ กระทู้แนะนำ: ภัยเงียบสุขภาพ ฝุ่น PM 2.5 ทำลายปอด

ภัยเงียบสุขภาพ ฝุ่น PM 2.5 ทำลายปอด

โดย Health Topics » พฤหัสฯ. 23 เม.ย. 2026 4:31 pm

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนประชาชนตระหนักถึงอันตรายของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ควรลดกิจกรรมกลางแจ้งและติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หากมีอาการไอเรื้อรัง ระคายเคืองตา คัดจมูก รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก หรือมีผื่นแดงบนผิวหนัง ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น
ฝุ่น PM 2.5 ทำลายปอด
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ฝุ่น PM 2.5 คืออนุภาคขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินหายใจได้โดยง่าย การได้รับสัมผัสในระยะยาวส่งผลให้เกิดการสะสมในระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดลมและถุงลมในปอด ดังนั้น ฝุ่น PM 2.5 จึงเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่อาจก่อให้เกิดโรคเรื้อรังได้ เช่น โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดในระยะยาว

นพ.ศักรินทร์ กังสุกุล อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอดและทางเดินหายใจ สถาบันโรคทรวงอกกล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยคุณสมบัติของฝุ่น PM 2.5 ที่มีขนาดเล็กมาก จึงสามารถเข้าสู่ถุงลมในปอดและแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ ส่งผลให้เกิดภาวะการอักเสบเรื้อรังและกระทบต่อระบบการทำงานต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวด้านระบบทางเดินหายใจและหัวใจถือเป็น กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะจะส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจและกระทบต่อการทำงาน ของหัวใจ ทำให้ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคถุงลมโป่งพองหรือโรคหอบหืด มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาการกำเริบ เช่น ไอมากขึ้น หายใจลำบาก หรือสีของเสมหะที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการใช้ยาพ่นขยายหลอดลมสำหรับโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ควรพกยาพ่นติดตัวเสมอในช่วงที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน

มาตรการป้องกันเบื้องต้นที่สามารถทำได้ทันที คือ การจำกัดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 หรือหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ 2 ชั้น เพื่อลดการรับฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด ลดการสะสมของฝุ่นละอองภายในบ้าน ร่วมกับการใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA filter และติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้ จะช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงจากฝุ่น PM 2.5 และวางแผนการป้องกันตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไปข้างบน