Skip ไปที่เนื้อหา

กรมควบคุมโรค ย้ำ “ตรวจหาวัณโรคระยะแฝง” ป้องกันการป่วย ลดการแพร่ระบาดในชุมชน

กรุณาโพสต์หัวข้อให้ถูกห้อง-คอลัมน์ นี่คือ เว็บบอร์ดเทคนิคการแพทย์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครงานเทคนิคการแพทย์
โพสต์ของท่านอาจจะยังไม่แสดงผลทันที จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากผู้ดูแลระบบ ห้ามโพสต์ข้อความเดิมซ้ำๆ
ไม่รับโพสต์ที่ไม่มีเนื้อหา หรือมีเฉพาะการฝากลิ้งค์
ห้ามใส่เครื่องหมายหน้าหัวข้อประกาศ ห้ามใส่เบอร์โทรศัพท์ในหัวข้อประกาศ

ตอบกลับหัวข้อนี้


คำถามนี้ เพื่อป้องกันการส่งแบบอัตโนมัติจากสแปมบอท
Upload a picture
» postimg.cc
» imgur.com
» pic.in.th
> copy BBCode Full
> or put a picture url in tag [img]url[/img]
รูปแสดงอารมณ์
:D :) ;) :( :o :shock: :? 8-) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: :geek: :ugeek:

BBCode เปิด
[img] เปิด
[url] เปิด
[Smile icon] เปิด

กระทู้แนะนำ
   

มุมมองที่ขยายได้ กระทู้แนะนำ: กรมควบคุมโรค ย้ำ “ตรวจหาวัณโรคระยะแฝง” ป้องกันการป่วย ลดการแพร่ระบาดในชุมชน

กรมควบคุมโรค ย้ำ “ตรวจหาวัณโรคระยะแฝง” ป้องกันการป่วย ลดการแพร่ระบาดในชุมชน

โดย News » เสาร์ 08 ก.พ. 2025 2:49 pm

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ย้ำถึงความสำคัญของการตรวจหาวัณโรคระยะแฝงซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการป้องกันไม่ให้ผู้ที่ติดเชื้อพัฒนาเป็นผู้ป่วยวัณโรคในอนาคต ช่วยลดการแพร่ระบาดของวัณโรคในชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูง
วัณโรคระยะแฝง
นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วัณโรคยังคงเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขในประเทศไทย แม้ว่าประเทศจะมีความก้าวหน้าในการควบคุมโรค แต่ยังคงพบผู้ป่วยรายใหม่ในอัตราที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความแออัดหรือมีกลุ่มเสี่ยงจำนวนมาก เช่น หอพัก หรือชุมชนแออัดที่มีประชากรหนาแน่น ซึ่งวัณโรคระยะแฝง คือภาวะที่ร่างกายติดเชื้อวัณโรค แต่ยังไม่ป่วยเป็นวัณโรค ไม่มีอาการใดๆ ผลเอกซเรย์ปอดปกติ ตรวจเสมหะไม่พบเชื้อ และไม่สามารถ แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันสามารถควบคุมเชื้อไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ติดเชื้อวัณโรค ระยะแฝง อาจพัฒนาไปสู่การป่วยเป็นวัณโรคได้ประมาณ 10 % หากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ซึ่ง 5% ป่วยเป็นวัณโรคใน 2 ปีแรก และอีก 5 % ป่วยหลังจากนั้นตลอดช่วงชีวิต การตรวจวัณโรคระยะแฝงเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างทันท่วงที จึงเป็นวิธีที่สำคัญในการป้องกันไม่ให้ผู้ที่ติดเชื้อป่วยเป็นวัณโรคได้ในอนาคต ป้องกันการแพร่ระบาดของวัณโรคในชุมชนและลดจำนวนผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ที่อาจเกิดขึ้นได้

นพ.นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มเสี่ยงที่สำคัญที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองวัณโรคและต่อด้วยการตรวจวัณโรคระยะแฝง คือ ผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมบ้านเดียวกันกับผู้ป่วยวัณโรคที่มีอายุมากกว่า 5 ปี หากพบติดเชื้อวัณโรคระยะแฝงควรได้รับการรักษาเพื่อป้องกันการป่วยเป็นวัณโรค หากไม่พบการติดเชื้อระยะแฝงต้องเอกซเรย์ปอดทุก 6 เดือนใน 2 ปี เพื่อเฝ้าระวังการป่วยเป็นวัณโรค ส่วนสมาชิกในครอบครัวของผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ควรได้รับการรักษาวัณโรคระยะแฝงทันที เพื่อป้องกันความรุนแรงจากการป่วยเป็นวัณโรคที่จะเกิดกับเด็กในอนาคตต่อไป สำหรับกระบวนการตรวจหาวัณโรคระยะแฝง สามารถทำได้โดยการตรวจเลือดหาการติดเชื้อ (IGRAs) หรือการทดสอบทางผิวหนังที่เรียกว่า Tuberculin Skin Test (TST) หากผลตรวจพบว่ามีการติดเชื้อ แพทย์จะพิจารณาให้ยาเพื่อกำจัดเชื้อและป้องกันการพัฒนาไปสู่ระยะรุนแรง การตรวจหาวัณโรคระยะแฝงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ประชาชนควรตระหนักถึงการเข้ารับการตรวจและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของตนเอง แต่ยังช่วยป้องกันการแพร่เชื้อไปยังบุคคลรอบข้างและสังคมโดยรวม จึงขอเชิญชวนประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับผู้ป่วยวัณโรค เข้ารับการตรวจคัดกรองวัณโรค และตรวจหาวัณโรคระยะแฝงได้ที่โรงพยาบาลตามสิทธิการรักษา กรมควบคุมโรคพร้อมให้คำปรึกษา หรือหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคและกระบวนการตรวจรักษาได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ไปข้างบน