Skip ไปที่เนื้อหา

โบคาไวรัส Bocavirus เชื้อไวรัสก่อโรคทางเดินหายใจในเด็ก อาการที่พบบ่อย การป้องกัน การรักษา

กรุณาโพสต์หัวข้อให้ถูกห้อง-คอลัมน์ นี่คือ เว็บบอร์ดเทคนิคการแพทย์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครงานเทคนิคการแพทย์
โพสต์ของท่านอาจจะยังไม่แสดงผลทันที จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากผู้ดูแลระบบ ห้ามโพสต์ข้อความเดิมซ้ำๆ
ไม่รับโพสต์ที่ไม่มีเนื้อหา หรือมีเฉพาะการฝากลิ้งค์
ห้ามใส่เครื่องหมายหน้าหัวข้อประกาศ ห้ามใส่เบอร์โทรศัพท์ในหัวข้อประกาศ

ตอบกลับหัวข้อนี้


คำถามนี้ เพื่อป้องกันการส่งแบบอัตโนมัติจากสแปมบอท
Upload a picture
» postimg.cc
» imgur.com
» pic.in.th
> copy BBCode Full
> or put a picture url in tag [img]url[/img]
รูปแสดงอารมณ์
:D :) ;) :( :o :shock: :? 8-) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: :geek: :ugeek:

BBCode เปิด
[img] เปิด
[url] เปิด
[Smile icon] เปิด

กระทู้แนะนำ
   

มุมมองที่ขยายได้ กระทู้แนะนำ: โบคาไวรัส Bocavirus เชื้อไวรัสก่อโรคทางเดินหายใจในเด็ก อาการที่พบบ่อย การป้องกัน การรักษา

โบคาไวรัส Bocavirus เชื้อไวรัสก่อโรคทางเดินหายใจในเด็ก อาการที่พบบ่อย การป้องกัน การรักษา

โดย News » เสาร์ 21 ธ.ค. 2024 9:26 am

โบคาไวรัส Bocavirus
เชื้อไวรัสก่อโรคทางเดินหายใจในเด็ก
กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี แนะผู้ปกครองไม่ต้องกังวลมากเกินไป เนื่องจากพบการติดเชื้อได้น้อยและอาการมักไม่รุนแรง แต่ควรดูแลสุขอนามัยและป้องกันฝุ่น PM2.5 ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ
Bocavirus การป้องกัน การรักษา
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โบคาไวรัสเป็นเชื้อไวรัสที่พบได้ไม่บ่อยนัก โดยมักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อได้ทั้งในระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร อาการที่พบได้บ่อยคือ ไอ น้ำมูก มีไข้ และบางรายอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและหายได้เอง อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีปัญหาฝุ่น PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้น อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงขึ้นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อทางเดินหายใจของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ร่วมกับกรมควบคุมโรคและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ในช่วงปีพศ. 2567 ที่ผ่านมา พบว่าปัญหาหลักของประเทศไทย ในช่วงที่ผ่านมายังคงเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ รองลงมาคือเชื้อ Rhinovirus/Enterovirus และ COVID-19 สำหรับโบคาไวรัสนั้นพบได้น้อย และอาจตรวจพบได้เมื่อทำการส่งตรวจหาเชื้อกรณีพิเศษเช่น การตรวจเชื้อทางเดินหายใจหลายสายพันธุ์ในเวลาเดียวกัน (respiratory panel) โดยพบอยู่ในช่วงประมาณร้อยละ 1.8 – 3 จากการสำรวจเก็บตัวอย่างจากหลายภูมิภาคของประเทศไทย สำหรับในสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ในปีพ.ศ 2566 พบร้อยละ 9 และปี 2567 พบร้อยละ 5

นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ เน้นการดูแลประคับประคอง ให้ยาลดไข้ ยาแก้ไอ และดื่มน้ำให้เพียงพอ ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล สำหรับการป้องกัน เนื่องจากโบคาไวรัสเป็นเชื้อที่ไม่มีเยื่อหุ้มไขมัน (non-enveloped virus) จึงทนทานต่อแอลกอฮอล์ล้างมือ การล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดจึงมีประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อได้ดีกว่า นอกจากนี้ควรสวมหน้ากากอนามัยโดยเฉพาะในช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5 สูง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ และควรได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการเกิดภาวะแทรกซ้อน

ไปข้างบน