กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เผยความคืบหน้าการตรวจสอบคุณภาพวัคซีน CoronaVac ของบริษัทซิโนแวค ทางห้องปฏิบัติการ ผ่านการทดสอบและรับรองรุ่นการผลิตสามารถนำไปใช้ฉีดให้คนไทยได้ ผู้ที่ได้รับวัคซีนจากซิโนแวคมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัย
ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่ามีความเข้าใจถึงความต้องการและความกังวลของประชาชนในการที่จะใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งในสถานการณ์ที่มีการระบาดของโรค และรัฐบาลได้จัดหาวัคซีนมาให้ประชาชนได้บางส่วนแล้วนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันชีววัตถุที่ทำหน้าที่เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงขององค์การอนามัยโลกตรวจวิเคราะห์และรับรองรุ่นการผลิตวัคซีนของประเทศ ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องปฏิบัติภารกิจดังกล่าวอย่างรอบคอบ ภายใต้เวลาที่จำกัด เพื่อจะดำเนินการออกผลการตรวจวิเคราะห์วัคซีนที่มีคุณภาพและความปลอดภัยให้ไปถึงประชาชนและเจ้าหน้าที่กลุ่มเป้าหมายโดยเร็ว

ทันทีที่วัคซีน CoronaVac จากซิโนแวค ส่งมาถึงกรมวิทย์ฯ ในช่วงบ่ายของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 สถาบันชีววัตถุได้เตรียมพร้อมทั้งคน เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ สารเคมี และสถานที่ไว้แล้ว โดยเป็นไปตามระบบคุณภาพของการรับวัคซีนตัวอย่าง และดำเนินการทดสอบทางห้องปฏิบัติการทันที ซึ่งกำหนดดำเนินการออกผลให้เร็วที่สุดแต่ต้องไม่เกิน 3 วัน โดยมีการตรวจวิเคราะห์ในเรื่องความปลอดภัย และคุณภาพของวัคซีน ตามรายการข้อกำหนดเฉพาะของวัคซีนสำเร็จรูป เพื่อสร้างความมั่นใจในการนำไปใช้ ซึ่งผลวิเคราะห์วัคซีนผ่านเกณฑ์ยอมรับทุกรายการทดสอบ

สำหรับผลการทบทวนเอกสารข้อมูลกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพของวัคซีนรุ่นการผลิตที่ประเทศไทยได้รับมาจากผู้ผลิตนั้นมีความสอดคล้องตามกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้ให้การรับรองรุ่นการผลิตวัคซีน CoronaVac ของซิโนแวครุ่นที่ส่งให้ประเทศไทย ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำวัคซีนไปใช้ได้ทันตามความต้องการของประชาชน การปฏิบัติการครั้งนี้นับเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ทุกภาคส่วนให้ความสนใจเป็นกรณีพิเศษ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและคุณภาพของวัคซีนจากประเทศจีน ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้เข้าถึงวัคซีนโดยเร็วที่สุด
ข่าว/ภาพ-กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
[b]กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เผยความคืบหน้าการตรวจสอบคุณภาพวัคซีน CoronaVac ของบริษัทซิโนแวค ทางห้องปฏิบัติการ ผ่านการทดสอบและรับรองรุ่นการผลิตสามารถนำไปใช้ฉีดให้คนไทยได้ ผู้ที่ได้รับวัคซีนจากซิโนแวคมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัย [/b]
[center][img]https://pr.moph.go.th/_WEBADMIN/editors/userfiles2/images/CoronaVac06.jpg[/img][/center]
ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่ามีความเข้าใจถึงความต้องการและความกังวลของประชาชนในการที่จะใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งในสถานการณ์ที่มีการระบาดของโรค และรัฐบาลได้จัดหาวัคซีนมาให้ประชาชนได้บางส่วนแล้วนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันชีววัตถุที่ทำหน้าที่เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงขององค์การอนามัยโลกตรวจวิเคราะห์และรับรองรุ่นการผลิตวัคซีนของประเทศ ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องปฏิบัติภารกิจดังกล่าวอย่างรอบคอบ ภายใต้เวลาที่จำกัด เพื่อจะดำเนินการออกผลการตรวจวิเคราะห์วัคซีนที่มีคุณภาพและความปลอดภัยให้ไปถึงประชาชนและเจ้าหน้าที่กลุ่มเป้าหมายโดยเร็ว
[center][img]https://pr.moph.go.th/_WEBADMIN/editors/userfiles2/images/CoronaVac02.jpg[/img][/center]
ทันทีที่วัคซีน CoronaVac จากซิโนแวค ส่งมาถึงกรมวิทย์ฯ ในช่วงบ่ายของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 สถาบันชีววัตถุได้เตรียมพร้อมทั้งคน เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ สารเคมี และสถานที่ไว้แล้ว โดยเป็นไปตามระบบคุณภาพของการรับวัคซีนตัวอย่าง และดำเนินการทดสอบทางห้องปฏิบัติการทันที ซึ่งกำหนดดำเนินการออกผลให้เร็วที่สุดแต่ต้องไม่เกิน 3 วัน โดยมีการตรวจวิเคราะห์ในเรื่องความปลอดภัย และคุณภาพของวัคซีน ตามรายการข้อกำหนดเฉพาะของวัคซีนสำเร็จรูป เพื่อสร้างความมั่นใจในการนำไปใช้ ซึ่งผลวิเคราะห์วัคซีนผ่านเกณฑ์ยอมรับทุกรายการทดสอบ
[center][img]https://pr.moph.go.th/_WEBADMIN/editors/userfiles2/images/CoronaVac01.jpg[/img][/center]
สำหรับผลการทบทวนเอกสารข้อมูลกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพของวัคซีนรุ่นการผลิตที่ประเทศไทยได้รับมาจากผู้ผลิตนั้นมีความสอดคล้องตามกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้ให้การรับรองรุ่นการผลิตวัคซีน CoronaVac ของซิโนแวครุ่นที่ส่งให้ประเทศไทย ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำวัคซีนไปใช้ได้ทันตามความต้องการของประชาชน การปฏิบัติการครั้งนี้นับเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ทุกภาคส่วนให้ความสนใจเป็นกรณีพิเศษ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและคุณภาพของวัคซีนจากประเทศจีน ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้เข้าถึงวัคซีนโดยเร็วที่สุด
ข่าว/ภาพ-กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์