Skip ไปที่เนื้อหา

ศ.ดร.สุพรรณ ฟู่เจริญ นักวิจัยผู้ได้รับเชิดชูเป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์เกียรติยศ ประจำปี 2563

กรุณาโพสต์หัวข้อให้ถูกห้อง-คอลัมน์ นี่คือ เว็บบอร์ดเทคนิคการแพทย์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครงานเทคนิคการแพทย์
โพสต์ของท่านอาจจะยังไม่แสดงผลทันที จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากผู้ดูแลระบบ ห้ามโพสต์ข้อความเดิมซ้ำๆ
ไม่รับโพสต์ที่ไม่มีเนื้อหา หรือมีเฉพาะการฝากลิ้งค์
ห้ามใส่เครื่องหมายหน้าหัวข้อประกาศ ห้ามใส่เบอร์โทรศัพท์ในหัวข้อประกาศ

ตอบกลับหัวข้อนี้


คำถามนี้ เพื่อป้องกันการส่งแบบอัตโนมัติจากสแปมบอท
Upload a picture
» postimg.cc
» imgur.com
» pic.in.th
> copy BBCode Full
> or put a picture url in tag [img]url[/img]
รูปแสดงอารมณ์
:D :) ;) :( :o :shock: :? 8-) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: :geek: :ugeek:

BBCode เปิด
[img] เปิด
[url] เปิด
[Smile icon] เปิด

กระทู้แนะนำ
   

มุมมองที่ขยายได้ กระทู้แนะนำ: ศ.ดร.สุพรรณ ฟู่เจริญ นักวิจัยผู้ได้รับเชิดชูเป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์เกียรติยศ ประจำปี 2563

ศ.ดร.สุพรรณ ฟู่เจริญ นักวิจัยผู้ได้รับเชิดชูเป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์เกียรติยศ ประจำปี 2563

โดย News » พฤหัสฯ. 12 มี.ค. 2020 9:41 pm

ศาสตราจารย์ ดร.สุพรรณ ฟู่เจริญ

มูลนิธิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เชิดชู ศาสตราจารย์ ดร.สุพรรณ ฟู่เจริญ เป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์เกียรติยศ ประจำปี 2563 ด้วยเป็นผู้อุทิศตนในการศึกษาวิจัยโรคธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติ เกิดเป็นองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ใช้ควบคุมป้องกันโรคธาลัสซีเมีย อันเป็นคุณูปการอย่างยิ่งต่อประเทศ

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสถาปนากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครบรอบ 78 ปี นายแพทย์สถาพร วงษ์เจริญ ประธานกรรมการมูลนิธิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยผู้ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์การแพทย์เกียรติยศ ประจำปี 2563 ว่า มูลนิธิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้คัดเลือกผู้สร้างหรือริเริ่มงาน และอุทิศตนเพื่อประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมีผลงานที่มีประโยชน์ต่อการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศไทยอันเป็นที่ประจักษ์ และเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นแบบอย่างให้แก่บุคคลในวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์และบุคคลทั่วไป เพื่อรับรางวัลนักวิทยาศาสตร์การแพทย์เกียรติยศ และผู้ที่ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์การแพทย์เกียรติยศ ประจำปี พ.ศ. 2563 คือ ศาสตราจารย์ ดร.สุพรรณ ฟู่เจริญ ซึ่งท่านเป็นผู้อุทิศตนในการศึกษาวิจัยโรคธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติ เกิดเป็นองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ใช้ควบคุมป้องกันโรคธาลัสซีเมีย อันเป็นคุณูปการอย่างยิ่งต่อประเทศ

Image

ผลงานเด่นศาสตราจารย์ ดร.สุพรรณ ฟู่เจริญ คือการศึกษาธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติในคนไทย โดยเริ่มต้นจากงานวิจัยพื้นฐานระดับโมเลกุลสู่การควบคุมและป้องกันโรคและการค้นพบฮีโมโกลบินชนิดใหม่ของโลก ศาสตราจารย์ ดร.สุพรรณ ฟู่เจริญ ได้จัดตั้งกลุ่มวิจัยธาลัสซีเมีย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (ศวป.) คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเกาะติดเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติ ซึ่งเป็นโรคโลหิตจางกรรมพันธุ์ที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยในระยะแรกได้ศึกษาเชิงลึกถึงพื้นฐานการเกิดโรคในระดับโมเลกุล เพื่อให้ได้องค์ความรู้สำหรับคนไทย และนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาใช้เป็นฐานในการพัฒนาวิธีการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการในระดับโมเลกุลทั้งในระยะก่อนและหลังคลอด รวมถึงการแสดงออกของอาการผู้ป่วย เกิดเป็นองค์ความรู้ในการให้คำปรึกษาแนะนำทางพันธุกรรมและการควบคุมและป้องกันโรคธาลัสซีเมีย ทั้งยังสามารถขยายงานวิจัยพื้นฐานไปสู่การดำเนินการวิจัยและพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ ที่สามารถขยายผลเชิงพาณิชย์ร่วมกับภาคเอกชนและใช้กันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สุพรรณ ฟู่เจริญ มีผลงานการวิจัยและรายงานฮีโมโกลบินผิดปกติชนิดต่าง ๆ ในระดับโมเลกุลที่ตรวจพบในคนไทยไว้หลายชนิด เนื่องจากประเทศไทยมีความชุกของธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติค่อนข้างสูง โดยเป็นพาหะ ??thalassemia, ??thalassemia, Hb E, Hb Constant Spring หรือ Hb Pakse? ร้อยละ 20-30, 3-9, 20-30, และ 1-8 ตามลำดับ รวมทั้งฮีโมโกลบินผิดปกติชนิดอื่น ๆ ไม่น้อยกว่า 40 ชนิด จึงมีโอกาสพบการมีปฏิสัมพันธ์ของยีนฮีโมโกลบินผิดปกติร่วมกับธาลัสซีเมียหรือฮีโมโกลบินผิดปกติต่างชนิดในผู้ป่วยรายเดียวกันได้ ซึ่งจะทำให้มีอาการแสดงออกที่ซับซ้อนและยากที่จะให้การวินิจฉัยจากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการทั่วไป การพัฒนาเทคนิคการตรวจวินิจฉัยสำหรับการตรวจยีนฮีโมโกลบินผิดปกติชนิดต่าง ๆ ที่พบได้บ่อยในประชากรไทย จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับงานบริการในห้องปฏิบัติการชันสูตรโรคที่จะนำไปใช้สำหรับการตรวจวินิจฉัยให้กับประชากรไทยได้อย่างครอบคลุมทั่วประเทศ อันจะส่งผลให้แพทย์ที่ดูแลรักษาผู้ที่มีฮีโมโกลบินผิดปกตินั้นสามารถให้การดูแลรักษาตลอดจนให้คำแนะนำปรึกษาทางพันธุกรรมได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้การควบคุมและป้องกันโรคธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติของประเทศไทยดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ กว้างขวางและครอบคลุมพื้นที่ในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
ข่าว/ภาพ- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
Cr. สุขภาพดี.com

ไปข้างบน