Skip ไปที่เนื้อหา

สภาอุตฯ แต่งตั้ง “สุวัชชัย วงษ์เจริญสิน” นั่งประธานกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า

กรุณาโพสต์หัวข้อให้ถูกห้อง-คอลัมน์ นี่คือ วาไรตี้ ข่าวกิจกรรม CSR ข่าวบุคคล บอกเล่า ซุบซิบ ข่าวใต้ภาพ จิปาถะ
โพสต์ของท่านอาจจะยังไม่แสดงผลทันที จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากผู้ดูแลระบบ ห้ามโพสต์ข้อความเดิมซ้ำๆ
ไม่รับโพสต์ที่ไม่มีเนื้อหา หรือมีเฉพาะการฝากลิ้งค์
ห้ามใส่เครื่องหมายหน้าหัวข้อประกาศ ห้ามใส่เบอร์โทรศัพท์ในหัวข้อประกาศ

ตอบกลับหัวข้อนี้


คำถามนี้ เพื่อป้องกันการส่งแบบอัตโนมัติจากสแปมบอท
Upload a picture
» postimg.cc
» imgur.com
» pic.in.th
> copy BBCode Full
> or put a picture url in tag [img]url[/img]
รูปแสดงอารมณ์
:D :) ;) :( :o :shock: :? 8-) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: :geek: :ugeek:

BBCode เปิด
[img] เปิด
[url] เปิด
[Smile icon] เปิด

กระทู้แนะนำ
   

มุมมองที่ขยายได้ กระทู้แนะนำ: สภาอุตฯ แต่งตั้ง “สุวัชชัย วงษ์เจริญสิน” นั่งประธานกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า

สภาอุตฯ แต่งตั้ง “สุวัชชัย วงษ์เจริญสิน” นั่งประธานกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า

โดย anim » ศุกร์ 13 มี.ค. 2026 3:04 pm

รูปภาพ

บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CPL ผู้นำในอุตสาหกรรมฟอกหนังในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า นายสุวัชชัย วงษ์เจริญสิน ประธานกรรมการบริษัทฯ ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ในวาระปี 2569-2571 โดยปัจจุบัน นายสุวัชชัย ยังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนังไทย อีกหนึ่งตำแหน่ง

นายสุวัชชัย วงษ์เจริญสิน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขอขอบคุณสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่ไว้วางใจมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในครั้งนี้ และมั่นใจว่า ด้วยประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมรองเท้าไทยให้เข้มแข็งขึ้น ท่ามกลางปัจจัยท้าทาย โดยเฉพาะในปัจจุบัน ที่อุตสาหกรรมรองเท้าไทยได้ก้าวข้ามยุคการใช้แรงงานเข้มข้น (Labor Intensive) ไปสู่ยุคแห่งการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงแค่รูปลักษณ์ที่สวยงาม แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณค่าเชิงการใช้งาน” (Functional & Emotional Value) โดยเฉพาะนวัตกรรมการสวมใส่ที่สบาย (Comfort Technology) และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainability) ซึ่งถือเป็นโอกาสทอง (New S-Curve) ของแบรนด์ไทยในการสร้างจุดแข็งใหม่ในตลาดโลก

สำหรับแนวทางการพัฒนาและเป้าหมายในอนาคต จะเน้น 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.นวัตกรรมเหนือกาลเวลา (Innovation over Price) ด้วยการส่งเสริมการนำเทคโนโลยี เช่น 3D Printing และวัสดุศาสตร์สมัยใหม่มาใช้ เพื่อเปลี่ยนจากโรงงานรับจ้างผลิต สู่การเป็นศูนย์กลางการออกแบบและนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นรองเท้าเฉพาะทางที่มีมูลค่าสูง 2.การปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transformation) ผลักดันการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุฐานชีวภาพ (Bio-based) เพื่อตอบโจทย์มาตรฐานการค้าระหว่างประเทศและมาตรการภาษีคาร์บอน สร้างความได้เปรียบในตลาดพรีเมียมระดับโลก และ 3.การสร้างตัวตนแบรนด์ไทย (Global Brand Identity) สนับสนุนให้เอสเอ็มอีสร้างแบรนด์ของตัวเองผ่านช่องทางดิจิทัล ผสานซอฟต์พาวเวอร์และดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อลดการพึ่งพาสงครามราคา ซึ่งจะเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมรองเท้าไทยให้แข็งแกร่งได้อย่างยั่งยืน

ไปข้างบน