Skip ไปที่เนื้อหา

เมื่อยอดวิวชนะความจริง: บทเรียนจากกฎเหล็กอินฟลูฯ จีน สู่คำถามของสังคมไทย

กรุณาโพสต์หัวข้อให้ถูกห้อง-คอลัมน์ นี่คือ วาไรตี้ ข่าวกิจกรรม CSR ข่าวบุคคล บอกเล่า ซุบซิบ ข่าวใต้ภาพ จิปาถะ
โพสต์ของท่านอาจจะยังไม่แสดงผลทันที จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากผู้ดูแลระบบ ห้ามโพสต์ข้อความเดิมซ้ำๆ
ไม่รับโพสต์ที่ไม่มีเนื้อหา หรือมีเฉพาะการฝากลิ้งค์
ห้ามใส่เครื่องหมายหน้าหัวข้อประกาศ ห้ามใส่เบอร์โทรศัพท์ในหัวข้อประกาศ

ตอบกลับหัวข้อนี้


คำถามนี้ เพื่อป้องกันการส่งแบบอัตโนมัติจากสแปมบอท
Upload a picture
» postimg.cc
» imgur.com
» pic.in.th
> copy BBCode Full
> or put a picture url in tag [img]url[/img]
รูปแสดงอารมณ์
:D :) ;) :( :o :shock: :? 8-) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: :geek: :ugeek:

BBCode เปิด
[img] เปิด
[url] เปิด
[Smile icon] เปิด

กระทู้แนะนำ
   

มุมมองที่ขยายได้ กระทู้แนะนำ: เมื่อยอดวิวชนะความจริง: บทเรียนจากกฎเหล็กอินฟลูฯ จีน สู่คำถามของสังคมไทย

เมื่อยอดวิวชนะความจริง: บทเรียนจากกฎเหล็กอินฟลูฯ จีน สู่คำถามของสังคมไทย

โดย fh400 » อังคาร 11 พ.ย. 2025 3:11 pm

เมื่อยอดวิวชนะความจริง: บทเรียนจากกฎเหล็กอินฟลูฯ จีน สู่คำถามของสังคมไทย
รูปภาพ
ล่าสุดจีนออกกฎเหล็กบังคับให้อินฟลูเอนเซอร์ไลฟ์สด ที่ให้ความรู้ หรือแสดงความเห็นในประเด็นที่ถือว่าเป็น "วิชาชีพเฉพาะทาง" เช่น การแพทย์ / สุขภาพ /กฎหมาย/ การเงิน/ การศึกษา ต้องมีวุฒิการศึกษา หลักฐานรับรอง หรือใบอนุญาตวิชาชีพที่เกี่ยวข้องมายืนยัน! ถ้าไม่มีอาจโดนปรับ แพลตฟอร์มก็ต้องมีการตรวจสอบด้วย

ย้อนมอง "บ้านเรา" อินฟลูฯ ไทย มีใบอะไรบ้าง?ในขณะที่จีนบอกว่า "ไม่มีวุฒิ ห้ามพูดเรื่องจริงจังเพื่อสกัดกั้นข่าวปลอม คำแนะนำผิดๆ ที่อาจทำลายสังคมโดย ลองมองย้อนมาที่สังคมไทย ที่เต็มไปด้วย "ผู้เชี่ยวชาญกำมะลอ" บนโลกออนไลน์

คำถามคือ "ความน่าเชื่อถือ" ของเนื้อหาที่ไหลบ่าในฟีดเราทุกวันนี้ มันวัดกันที่ "ยอดไลก์" หรือ "ความรู้จริง" กันแน่!

เพราะถ้าพูดเรื่องจริงจังที่ไม่มีใบอนุญาตก็เสี่ยงบิดเบือนข้อมูลและสร้างความเสียหาย และถ้าพูดเรื่องบันเทิงที่ไม่สร้างสรรค์ก็เสี่ยงชี้นำสังคมไปในทิศทางที่ไม่เหมาะสม

จีนกำลังทำให้เห็นว่าการสื่อสารบนโลกออนไลน์ไม่ได้เป็นแค่ "เสรีภาพในการพูด" อีกต่อไป แต่มันคือ "ความรับผิดชอบทางวิชาชีพ" ที่ส่งผลกระทบต่อสังคม

นโยบายนี้อาจจะดูเข้มงวดและมองได้ว่าเป็นเรื่องการจำกัดเสรีภาพทางความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) แต่ในอีกแง่หนึ่ง มันก็สะท้อนถึง วิกฤตความน่าเชื่อถือ (Credibility Crisis) ในโลกออนไลน์อย่างรุนแรง คำถามที่ทิ้งไว้ให้สังคมไทยคือ เราจะจัดการกับ "อินฟลูฯ" ที่ให้ข้อมูลผิดๆ ได้อย่างไร? โดยที่รัฐไม่ถูกกล่าวหาว่า "ปิดปาก" ประชาชน

สังคมไทยต้องการ "ใบอนุญาตอินฟลูเอนเซอร์" ในสาขาเฉพาะทางเหมือนจีนหรือไม่? หรือเราจะใช้กลไกของ "วุฒิภาวะทางปัญญา" ของผู้รับสารอย่างเดียว? เพราะถ้าวันนี้เรายังปล่อยให้ยอดวิวชนะความจริง... อนาคตเราจะเชื่ออะไรได้บ้าง?

ไปข้างบน