Skip ไปที่เนื้อหา

เหล่าผู้นำธุรกิจเตือนปัญหาซัพพลายเชนจากผลพวงของโควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความสามารถในการทำกำไร

กรุณาโพสต์หัวข้อให้ถูกห้อง-คอลัมน์ นี่คือ กระดานข่าวไอที วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี แอปพลิเคชั่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน
โพสต์ของท่านอาจจะยังไม่แสดงผลทันที จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากผู้ดูแลระบบ ห้ามโพสต์ข้อความเดิมซ้ำๆ
ห้ามใส่เครื่องหมายหน้าหัวข้อประกาศ ห้ามใส่เบอร์โทรศัพท์ในหัวข้อประกาศ

ตอบกลับหัวข้อนี้


คำถามนี้ เพื่อป้องกันการส่งแบบอัตโนมัติจากสแปมบอท
Upload a picture
» postimg.cc
» imgur.com
» pic.in.th
> copy BBCode Full
> or put a picture url in tag [img]url[/img]
รูปแสดงอารมณ์
:D :) ;) :( :o :shock: :? 8-) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: :geek: :ugeek:

BBCode เปิด
[img] เปิด
[url] เปิด
[Smile icon] เปิด

กระทู้แนะนำ
   

มุมมองที่ขยายได้ กระทู้แนะนำ: เหล่าผู้นำธุรกิจเตือนปัญหาซัพพลายเชนจากผลพวงของโควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความสามารถในการทำกำไร

เหล่าผู้นำธุรกิจเตือนปัญหาซัพพลายเชนจากผลพวงของโควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความสามารถในการทำกำไร

โดย IQ2014 » ศุกร์ 25 ก.พ. 2022 8:28 am

- ผลการศึกษาล่าสุดจากฟลินท์ฟ็อกซ์แสดงให้เห็นว่า 90% ของธุรกิจกำลังประสบความยากลำบากในการจัดการความผันผวนของตลาดจากผลพวงของโควิด-19 และเงินเฟ้อ

การศึกษาล่าสุดที่จัดทำโดยฟอร์เรสเตอร์ คอนซัลติง (Forrester Consulting) ในนามของฟลินท์ฟ็อกซ์ (Flintfox) แพลตฟอร์มด้านการจัดการราคาอัจฉริยะ ได้แสดงให้เห็นว่า บริษัทค้าปลีก บริษัทด้านการผลิต และบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค กำลังเผชิญกับความท้าทายในการจัดการด้านการทำกำไรขององค์กร สืบเนื่องมาจากผลกระทบของปัญหาโควิด-19 เงินเฟ้อและ และห่วงโซ่อุปทาน

ทั้งนี้ 90% ของธุรกิจรายงานว่า การระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความสามารถในการจัดการด้านการกำหนดราคาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ขององค์กร โดย 39% เปิดเผยว่า บริษัทไม่สามารถไล่ตามความผันผวนของราคาในตลาดได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างชัดเจน โดยธุรกิจต่าง ๆ สูญเสียความสามารถในการทำกำไรเฉลี่ย 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี เพราะไม่สามารถตอบสนองต่อแรงกดดันต่าง ๆ ของตลาดได้รวดเร็วเพียงพอ

ผลการศึกษาผู้นำธุรกิจมากกว่า 900 รายได้เผยให้เห็นว่า รูปแบบธุรกิจในปัจจุบันทำให้จัดการกับการเปลี่ยนแปลงทางราคาไม่ได้ โดย 41% ยังคงพึ่งพากระบวนการแบบดั้งเดิมในการจัดการกับความผันผวนทางราคา ขณะที่ผู้นำธุรกิจกว่าครึ่งหนึ่ง (53%) ระบุว่า โรคระบาดกดดันให้พวกเขาต้องการทัศนวิสัยที่ดียิ่งขึ้นในด้านความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจรวมถึงอัตรากำไร เพื่อให้ตอบสนองความผันผวนทางราคาได้อย่างเหมาะสม

สำหรับปี 2565 นั้นจะเห็นการพลิกโฉมรูปแบบธุรกิจขับเคลื่อนนโยบายของคณะกรรมการ เนื่องจากการแปรเปลี่ยนไปของกระแสโลกคาดเดาได้ยากยิ่งขึ้น โดย 60% ของธุรกิจระบุว่า ข้อมูลคุณภาพต่ำและการจับข้อมูลที่ไม่ดีพอ เป็นปัจจัยขัดขวางความสามารถในการก้าวนำความผันผวนของตลาดและรักษาความสามารถในการแข่งขัน

การวิจัยฉบับนี้บ่งชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงไปสู่การจัดการด้านการกำหนดราคาอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ จะเป็นปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจที่มีความสำคัญเป็นอันดับแรก ในการจัดการกับผลกระทบจากภาวะชะงักงันทั่วโลกในปีหน้านี้ โดยธุรกิจกว่า 1 ใน 5 (23%) จะหันมาใช้เทคโนโลยีกำหนดราคาอัจฉริยะในปี 2565

ธุรกิจกว่า 3 ใน 4 (77%) ยกให้การกำหนดราคาอัตโนมัติด้วยระบบการกำหนดราคาอัจฉริยะ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่มีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจ เนื่องจากคาดเดาผลกระทบระยะยาวของโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจโลกได้ยากมากยิ่งขึ้น

จอห์น มอส ( John Moss) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฟลินท์ฟ็อกซ์ กล่าวว่า "หลังเกิดความไม่แน่นอนของโรคระบาด อัตรากำไรก็กลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างที่ไม่เคยเป็นมา และในขณะที่ปัญหาเงินเฟ้อและห่วงโซ่อุปทานสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ความสามารถในการรับมือกับความผันผวนได้อย่างรวดเร็วก็กลายมาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจเพิ่มมากขึ้น การหันมาใช้รูปแบบการกำหนดราคาอัจฉริยะจะทำให้ธุรกิจรับมือกับความซับซ้อนเชิงปฏิบัติการและรับรองอนาคตทางธุรกิจของบริษัทจากเหตุการณ์ที่เป็นภัยต่อตลาดได้"

ไปข้างบน