Skip ไปที่เนื้อหา

ชุดตรวจหายีนอัลฟ่าธาลัสซีเมียของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับมาตรฐานสหภาพยุโรป

กรุณาโพสต์หัวข้อให้ถูกห้อง-คอลัมน์ นี่คือ เว็บบอร์ดเทคนิคการแพทย์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครงานเทคนิคการแพทย์
โพสต์ของท่านอาจจะยังไม่แสดงผลทันที จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากผู้ดูแลระบบ ห้ามโพสต์ข้อความเดิมซ้ำๆ
ไม่รับโพสต์ที่ไม่มีเนื้อหา หรือมีเฉพาะการฝากลิ้งค์
ห้ามใส่เครื่องหมายหน้าหัวข้อประกาศ ห้ามใส่เบอร์โทรศัพท์ในหัวข้อประกาศ

ตอบกลับหัวข้อนี้


คำถามนี้ เพื่อป้องกันการส่งแบบอัตโนมัติจากสแปมบอท
Upload a picture
» postimg.cc
» imgur.com
» pic.in.th
> copy BBCode Full
> or put a picture url in tag [img]url[/img]
รูปแสดงอารมณ์
:D :) ;) :( :o :shock: :? 8-) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen: :geek: :ugeek:

BBCode เปิด
[img] เปิด
[url] เปิด
[Smile icon] เปิด

กระทู้แนะนำ
   

มุมมองที่ขยายได้ กระทู้แนะนำ: ชุดตรวจหายีนอัลฟ่าธาลัสซีเมียของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับมาตรฐานสหภาพยุโรป

ชุดตรวจหายีนอัลฟ่าธาลัสซีเมียของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับมาตรฐานสหภาพยุโรป

โดย News » พุธ 04 พ.ย. 2020 6:54 pm

ชุดตรวจหายีนอัลฟ่าธาลัสซีเมียของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับมาตรฐานสหภาพยุโรป พร้อมจำหน่ายต่างประเทศ
Image
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยชุดตรวจหายีนอัลฟ่าธาลัสซีเมีย DMSc alpha-Thal 1 ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัท ยีน เอ็กซ์เซลเลนส์ จำกัด ได้รับเครื่องหมาย CE-IVD ตามมาตรฐานสหภาพยุโรปแล้ว พร้อมจัดจำหน่ายต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ช่วยให้คุณภาพชีวิตของประชากร ในกลุ่มประเทศอาเซียนดีขึ้น

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ธาลัสซีเมียเป็นโรคเลือดชนิดหนึ่งที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบิน ในเม็ดเลือดแดง ทำให้ผู้ป่วยมีปริมาณฮีโมโกลบินลดลง ผู้ป่วยมักมีภาวะซีดและอ่อนเพลีย ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจพบภาวะตับม้ามโต กระดูกผิดรูปร่าง ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการให้เลือดร่วมกับยาขับธาตุเหล็กเป็นประจำส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและยังเป็นภาระต่อค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข การตรวจหายีน alpha-Thal 1 ในหญิงตั้งครรภ์และคู่สมรส เพื่อลดโอกาสการให้กำเนิดทารกที่เป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง จึงเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ จากการศึกษาด้านพันธุกรรม พบว่า ประชากรไทยราว 20-30% มียีนอัลฟ่าธาลัสซีเมีย ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้พัฒนาชุดตรวจหายีนอัลฟ่าธาลัสซีเมีย DMSc alpha-Thal 1 ใช้สำหรับประเมินความเสี่ยงหญิงตั้งครรภ์ และคู่สมรสว่าบุตรที่จะเกิดมามีโอกาสเป็นโรค Hb Bart?s Hydrops Fetalis หรือไม่ พร้อมทั้งได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกับบริษัท ยีน เอ็กซ์เซลเลนส์ จำกัด ในเครือบริษัท เอ็มพี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและให้สิทธิ์เชิงพาณิชย์ในการจำหน่ายภายในและภายนอกราชอาณาจักรไทย ปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตชุดตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ระดับสากล ISO 13485 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการจำหน่ายนอกประเทศ ซึ่งเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพของไทย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา ชุดตรวจหายีนอัลฟ่าธาลัสซีเมีย DMSc alpha-Thal 1 ได้รับเครื่องหมาย CE-IVD ตามมาตรฐานสหภาพยุโรป สำหรับเครื่องหมาย CE-IVD นั้น เป็นมาตรฐานของสหภาพยุโรป ซึ่งเกิดขึ้นจากคำสั่งสภาและคณะมนตรียุโรปที่ 98/79/EC ลงวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2541 ว่าด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยในหลอดทดลอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การรับรองว่าผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านเกณฑ์ตามที่ระบุมีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง สามารถนำไปใช้งานในผู้ป่วยโดยแพทย์ และผู้ดูแลเพื่อตัดสินใจทางการแพทย์ได้ การขอรับรองมาตรฐานดังกล่าวนั้นผู้ผลิตจะต้องยื่นข้อมูลของผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ โดยแสดงหลักฐานต่างๆ ประกอบการชี้แจง ได้แก่ คุณสมบัติทางเคมีและกายภาพของผลิตภัณฑ์วัสดุติดเชื้ออันเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์และการปนเปื้อนจุลินทรีย์ กระบวนการผลิต และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม คำแนะนำในการใช้งานผลิตภัณฑ์ และเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของวัสดุ
Image
Image
เครื่องหมาย CE-IVD ทำให้ 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์สามารถเข้าถึงชุดตรวจหายีนอัลฟ่าธาลัสซีเมีย DMSc alpha-Thal 1 ได้ทันที และยังสามารถใช้ประกอบการขึ้นทะเบียนใบขออนุญาตนำเข้าในประเทศต่างๆ ตามมาตรฐานสากลว่าด้วยการนำเข้ากลุ่มเครื่องมือและชุดทดสอบในหลอดทดลอง เพื่อการวินิจฉัย ทางการแพทย์ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศสมาชิก ASEAN ซึ่งพบว่ามีความผิดปกติทางพันธุกรรมธาลัสซีเมียใกล้เคียงกับของประเทศไทย ดังนั้นชุดตรวจหายีนอัลฟ่าธาลัสซีเมีย DMSc alpha-Thal 1 ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้คิดค้นขึ้นมาจะช่วยให้กลุ่มประเทศสมาชิก ASEAN ตลอดจนประเทศอื่นๆ สามารถขับเคลื่อนการวางแผนการตั้งครรภ์ เพื่อคุณภาพชีวิต ที่ดีของประชากรได้อย่างยั่งยืนและเป็นระบบ
ข่าว/ภาพ-กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ไปข้างบน